
นึกว่าขี้แมวกำลังจะกวาดทิ้ง ก่อนพบเป็นอุกกาบาต เจ้าของบ้านพร้อมให้หน่วยงานพิสูจน์เพื่อประโยชน์ทางวิทยาศาสตร์และดาราศาสตร์
24 มี.ค. 2567 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ ไปที่บ้านเลขที่ 147-149ม.9 ต.ดอนโมง อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น นายไชยวัฒน์ ตันติศรีปรีชา อายุ 58 ปี เจ้าของบ้านซึ่งเปิดเป็นร้านศรีทองไทย ขายส่งเส้นพลาสติกจักสาน เพื่อร่วมตรวจสอบ วัตถุสีดำ ที่ตกอยู่หลังบ้าน เชื่อว่าจะเป็นอุกกาบาต อยากให้มีการเผยแพร่ออกไป เพื่อให้สถาบันวิจัยดาราศาสตร์ หรือนักวิทยาศาสตร์ หรืออาจารย์ที่มีความรู้ นำไปตรวจพิสูจน์เพื่อเป็นความรู้ทางด้านการศึกษาและวิทยาศาสตร์
นายไชยวัฒน์ กล่าวว่า วัตถุที่พบดังกล่าว พบอยู่ที่พื้นปูนข้างโอ่งมังกร หลังบ้านที่มีรอยด่างสีขาว โดยจุดที่มีรอยด่างบนพื้นปูน คือจุดที่พบวัตถุสีดำก้อนดังกล่าว และรอยสีขาวนั้นเป็นลักษณะของการคลายความร้อน ซึ่งก่อนจะพบวัตถุสีดำนั้น เป็นช่วงเช้าวันที่ 12 มี.ค. ที่ผ่านมา ได้เดินทางมาเปิดร้านตามปกติ จากนั้นก็เดินไปกวาดใบมะม่วงที่หลังบ้าน ก็พบวัตถุสีดำตกอยู่ข้างๆโอ่งมังกร ทีแรกนึกว่าขี้แมว เพราะแถวนี้จะมีแมวมาขี้ไว้ประจำ แต่เมื่อดูดีดีพบว่าวัตถุดังกล่าวไม่เหมือนขี้แมว จึงใส่ถุงมือหยิบขึ้นมาดู จึงรู้ว่าเป็นวัตถุสีดำที่ไม่ใช่ขี้แมว เพราะตนเองเคยทำธุรกิจเกี่ยวกับจิวเวอรี่มาก่อน จึงพอจะมีความรู้และมั่นใจว่าวัตถุที่พบนั้น ไม่ใช่นิล ไม่ใช่พลอยหรือ แต่น่าจะเป็นวัตถุที่เรียกว่าอุกกามณี หรือชิ้นส่วนอุกกาบาตที่ตกลงมาจากท้องฟ้า
“จากการตั้งขอสงสัยและ วิเคราะห์แล้วว่าไม่น่าจะมีเด็กมาปาหินใส่ เพราะข้างบ้านจะรู้จักกันหมดและมีแต่คนแก่ และมีร่องรอยของฝาบ้านแตก เป็นรอยเหมือนมีวัตถุแข็งตกกระทบแล้วรัศมีการกระเด็นมาตกที่โอ่งตรงนี้พอดี โดยมีรอยของการคลายความร้อนอยู่รอบข้าง จึงมั่นใจว่าต้องตกลงมาจากท้องฟ้าทำให้ยิ่งมั่นใจว่าคืออุกกาบาต จากนั้นก็นำไปชั่ง พบว่าหนัก 28 กรัม กว้าง 2 ซม. ยาว 4 ซม.ซึ่งพอเก็บวัตถุดังกล่าวไว้แล้ว ได้เดินไปถามร้านค้าข้างบ้าน ซึ่งทราบว่า ช่วงเวลาประมาณ 2-3 ทุ่มคืนวันที่ 11 มี.ค. มีเสียงดังคล้ายสิ่งของตกลงมากระทบหลังคาที่หลังบ้าน ทั้งที่อากาศก็นิ่งสงบ แต่เพื่อนบ้านไม่ได้มาดู เพราะเป็นช่วงกลางคืน กระทั่งตนเองมาเปิดร้านและกวาดใบไม้ที่หลังบ้านจึงพบวัตถุก้อนสีดำดังกล่าว”
นายไชยวัฒน์ กล่าวต่ออีกว่า ด้วยความเชื่อส่วนตัวว่าเป็นก้อนอุกกาบาต แต่เพื่อความชัดเจนก็พร้อมที่จะให้นักวิทยาศาสตร์ที่มีความรู้ นำไปตรวจพิสูจน์หรือผ่าพิสูจน์ดูว่า วัตถุดังกล่าวนั้นเป็นอะไร เป็นหิน หรือซิลิก้า หรือเหล็ก หรือนิเกิ้ล หรืออาจจะเป็นแร่ธาตุชนิดใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน ซึ่งโดยส่วนตัวได้นำมาขูดกับกระเบื้อง และกระจกเพื่อพิสูจน์ความแข็ง พบว่าแข็งมากไม่มีรอยแตก แต่กระเบื้องและกระจกเป็นรอยลึก พร้อมทั้งเอาแม่เหล็กมาทดสอบดูดดูเพราะลักษณะเหมือนมีเหล็กผสม แต่ก็ไม่มีความผิดปกติ แม่เหล็กไม่ดูด อาจจะเป็นวัตถุชนิดใหม่ที่มีความแข็งแรงสูงมาก และร่องรอยที่เป็นหลุมในอุกกาบาตนั้น ต้องเป็นความร้อนที่สูงมากจึงจะสามารถทำให้เป็นร่องรอยได้ จึงคิดว่าหากนำไปวิจัยและศึกษาหาความรู้ก็จะเป็นประโยชน์ทางด้านวิทยาศาสตร์ได้ โดย สามารถติดต่อมาได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ 086-7744415

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เริ่มแล้ว! ปชช.ทยอยใช้จ่ายผ่าน 'ไทยช่วยไทยพลัส' ตลาดจอมพลขอนแก่นแม่ค้าเข้าร่วมกว่า 95%
ตลาดจอมพลขอนแก่นคึกคัก ร้านค้าเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัสกว่า 95% ขณะที่ลูกค้าซื้อของเยอะขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
พายุถล่มบ้านไผ่ ขอนแก่น หลังคาบ้านปลิวว่อน เสียหาย 19 หลัง
นายเสกสม ลินดาพรประเสริฐ นายอำเภอบ้านไผ่ พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายจากพายุฤดูร้อน ในพื้นที่ ต แคนเหนือ และ ต.หนองน้ำใส หลังได้รับรายงานความเสียหายจากผู้นำชุมชน ซึ่งจากการสำรวจความเสียหายในภาพรวมพบว่า ได้รับความเสียหายรวมทั้งหมด 19 ครัวเรือน จาก 2 ตำบล ประกอบด้วย ต.แคนเหนือ ม.1 และ ม. 2 ได้รับความเสียหายบางส่วน 15 หลังคาเรือน
เริ่มแล้ว! ขอนแก่นจัดยิ่งใหญ่ 'คาร์นิวัลหมอลำ' 3 วัน 3 คืน
ขอนแก่น เปิดฉากยิ่งใหญ่ คาร์นิวัลหมอลำ สู่เวทีโลก จัดเต็มแสง สี เสียง 3วัน 3 คืน วธ.ย้ำชัด ดันหมอลำอีสานสู่เวทีโลก-เดินหน้าผลักดันขึ้นทะเบียนมรดกวัฒนธรรมยูเนสโก รักษามรดกภูมิปัญญาหมอลำ
รวบพนักงานขับรถน้ำมัน แอบดูดดีเซลใส่ถังส่งขายกลางป่า
พ.ต.อ.ณัฏฐ์ โหม่งพุฒ ผกก.ปพ.บก.สส.ภ.4 ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านไผ่ และศูนย์ปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง ภาค 4 นำกำลังจู่โจมเข้าจับกุม แก๊งมดขยัน กำลังลักลอบถ่ายเทน้ำมันดีเซลจากรถบรรทุกน้ำมันบริษัทเอกชนชื่อดัง กลางป่าละเมาะ ด้านหลังจุดพักรถหมวดทางหลวงบ้านไผ่ อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นพื้นที่ลับตาคนและเหมาะแก่การก่อเหตุ กระทั่งสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 3 คน ขณะที่พนักงานขับรถ กำลังแอบดูดน้ำมันดีเซลจากรถนายจ้างใส่แกลลอนให้กับนายทุนที่รับซื้อ

