ทหารช่วยภัยแล้ง แจกจ่ายน้ำชาวบ้านตรัง

ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 43 แจกจ่ายน้ำช่วยเหลือประชาชนในสถานการภัยแล้ง  ตามโครงการ “ราษฎร์ รัฐ ร่วมใจ ช่วยภัยแล้ง” ประจำปี 2567

21 เม.ย.2567 – ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 43 ค่ายเทพสตรีศรีสุนทร จัดกำลังพล พร้อมด้วยรถบรรทุกน้ำ ลงพื้นที่เพื่อนำส่งน้ำบรรเทาความเดือนร้อนให้กับพี่น้องประชาชน ที่ได้รับผลกระทบในสถานการณ์ภัยแล้ง จากฝนทิ้งช่วง ณ พื้นที่ หมู่ที่ 3 ตำบลเขาไพร อำเภอรัษฎา จังหวัดตรัง โดยนำส่งน้ำอุปโภค ให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ภัยแล้ง จำนวน 26 ครัวเรือน

สำหรับโครงการ “ราษฎร์ รัฐ ร่วมใจ ช่วยภัยแล้ง” ประจำปี 2567 เป็นนโยบายของรัฐบาล และกองทัพบก โดยร่วมกับกลุ่มภาคีเครือข่ายประกอบด้วย กลุ่มบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน), กรมทรัพยากรน้ำ, กรมทรัพยากรน้ำบาดาล, การประปาส่วนภูมิภาค, การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค, กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ประสบภัยแล้งในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ 

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ที่อยู่อาศัยในพื้นที่ห่างไกลและทุรกันดาร โดยเริ่มดำเนินการตั้งแต่ มกราคม 2567 ถึงจนกว่าสถานการณ์ภัยแล้งจะคลี่คลาย โดยการนำศักยภาพของแต่ละหน่วยงาน ได้แก่ กำลังพล ทรัพยากร เครื่องมือ และอุปกรณ์ต่าง ๆ ในการขนส่งน้ำอุปโภคบริโภค ไปแจกจ่ายให้กับประชาชนที่ประสบภัยแล้ง กองทัพภาคที่ 4 ได้ให้หน่วยทหารในกองทัพภาคที่ 4 ทุกหน่วย มีการดำเนินงาน ทั้งก่อน ระหว่าง และหลังเกิดภัย ตาม โยบายของรัฐบาล และกองทัพบก ตามโครงการ “ราษฎร์ รัฐ ร่วมใจ ช่วยภัยแล้ง” ประจำปี 2567 เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ประสบภัยแล้ง ในพื้นที่กองทัพภาคที่ 4 อย่างต่อเนื่อง และเต็มกำลังความสามารถ

ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 43 จัดชุดช่วยเหลือประชาชน พร้อมด้วยชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือนกองพันประจำอำเภอ หน่วยฝึกนักศึกษาวิชาทหารมณฑลทหารบกที่ 43, กองพันทหารสื่อสารที่ 5 กองพลทหารราบที่ 5, กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 15 และกองพันทหารราบที่ 4 กรมทหารราบที่ 15 ร่วมกับทุกภาคส่วน โดยเฉพาะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชนจิตอาสา นำน้ำแจกจ่ายให้กับพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ภัยแล้ง ในพื้นที่ จังหวัดกระบี่ และจังหวัดตรัง ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม – 21 เมษายน 2567 แล้ว จำนวน 920,000 ลิตร และคงการดำเนินการช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์ภัยแล้งในพื้นที่จะคลี่คลาย.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อธิบดีกรมน้ำลุยอุดรฯ! ติดตามพัฒนาห้วยสามพาด เพิ่มน้ำต้นทุน หนุนเกษตรกร 200 ไร่ แก้ภัยแล้งยั่งยืน

วันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 นายธีระชุณ บุญสิทธิ์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ พร้อมคณะผู้บริหาร ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานโครงการปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพแหล่งน้ำห้วยสามพาด บ้านป่าขาม หมู่ที่ 7 ตำบลบ้านตาด อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี โดยมี นายโภคิน ช้ำเกตุ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 3 (อุดรธานี) เป็นผู้รายงานข้อมูลโครงการ

'วันวิชิต' ย้อนเล่า 'บิ๊กเล็ก' เคยเปรยห่วงชายแดน 'ตะวันตก' มากกว่าฝั่ง 'ตะวันออก'

วันวิชิต ระบุไม่คิดว่าเรื่องความขัดแย้งระหว่างกองทัพพม่า กับชนกลุ่มน้อยจะมาเป็นประเด็นร้อนเร็วกว่าที่คาด  รอบนี้ดูพม่าเขาขึงขังกร้าวร้าวเป็นพิเศษ ต้องจับตาดุต่อไป

’ภัทรพงศ์‘เร่งศึกษาเปิดเส้นทาง Seaplane เชื่อมกระบี่-ตรังเกาะหลีเป๊ะ

‘ภัทรพงศ์’ เร่งเครื่องศึกษา ‘Seaplane’ปักหมุดกระบี่–ตรัง เชื่อมเกาะหลีเป๊ะ เพิ่มทางเลือกเดินทาง หนุนท่องเที่ยวมูลค่าสูง เดินหน้าประเมินความคุ้มค่า ควบคู่ความปลอดภัยและอนุรักษ์ระบบนิเวศทางทะเล มุ่งกระจายรายได้สู่ชุมชน พร้อมต่อยอดภารกิจการแพทย์ฉุกเฉินในอนาคต

'สุริยะ ควง ปิยะรัฐชย์' ติดตามแผนบริหารจัดการน้ำสุโขทัย เร่งเดินหน้าโครงการพื้นที่ลุ่มต่ำ SK6-คลองบายพาส บรรเทาอุทกภัยและภัยแล้ง

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยนางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตรวจเยี่ยมการบริหารจัดการพื้นที่ลุ่มต่ำ ณ จุดก่อสร้างโครงการพื้นที่ลุ่มต่ำทุ่งปากพระ (SK6) และจุดก่อสร้างโครงการคลองผันน้ำฝั่งตะวันตกเมืองสุโขทัย (คลองบายพาส) พร้อมรับฟังข้อเสนอแนะและปัญหาจากประชาชนในพื้นที่

'กรวีร์' หนุนเดินหน้า Mega Project คลองชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย ผันน้ำออกทะเล กุญแจสำคัญลดความเสี่ยงน้ำท่วม-ภัยแล้งยั่งยืน

นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ประธานวิปรัฐบาล เปิดเผยถึงกรณีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีมติอนุมัติโครงการคลองระบายน้ำชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย ว่า โครงการดังกล่าวถือเป็นโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ (Mega Project) ระยะยาวที่หลายรัฐบาลได้ร่วมกันผลักดันและวางแผนมาอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งรัฐบาลชุดนี้ได้นำเข้าสู่การพิจารณาและผ่านมติ ครม.ในที่สุด