เลขาธิการสภาฯ งัดหลักเกณฑ์ปี 62 ยุคประธานชวน จัดระเบียบ กมธ. ไม่ให้ทำงานซ้ำซ้อนกัน

5 พฤศจิกายน 2569 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สืบเนื่องจากประธานสภาผู้แทนราษฎรได้กำหนดแนวทางการดำเนินงานของคณะกรรมาธิการสามัญทั้ง 35 คณะ จนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์จาก สส. ฝ่ายค้านว่าเป็นการ "ริบอำนาจ" และ "ปิดปาก" การทำหน้าที่ตรวจสอบของประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) นั้น

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 3 พ.ย.ที่ผ่านมา สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจง 5 ข้อสำคัญเพื่อยืนยันว่าแนวทางดังกล่าวไม่ได้เป็นการจำกัดอำนาจหรือลิดรอนสิทธิ์ของประธาน กมธ. แต่เป็นการอธิบายบทบัญญัติกฎหมายและระเบียบปฏิบัติที่มีอยู่เดิม ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 129 และข้อบังคับการประชุมสภาฯ พ.ศ. 2562 ให้เกิดความชัดเจนในการปฏิบัติ โดยระบุว่าการเรียกบุคคลหรือเอกสารใดๆ มาให้ข้อมูล ต้องกระทำโดย “มติของคณะกรรมาธิการ” เท่านั้น ประธาน กมธ. ไม่สามารถใช้อำนาจเรียกตามอำเภอใจหรือใช้อารมณ์ส่วนตัวเพียงลำพังได้ รวมถึงมีการจัดระเบียบไม่ให้ กมธ. หลายคณะพิจารณาศึกษาเรื่องที่ซ้ำซ้อนกัน เพื่อลดภาระของหน่วยงานภาครัฐที่ต้องมาชี้แจงซ้ำซ้อนในสัปดาห์เดียวกัน

ล่าสุด มีการเปิดเผยถึงระเบียบสภาผู้แทนราษฎร ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการในการกระทำกิจการ พิจารณาสอบหาข้อเท็จจริง หรือศึกษาเรื่องที่มีความเกี่ยวข้องกันของคณะกรรมาธิการหลายคณะ พ.ศ. 2562 ซึ่งลงนามไว้โดย นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎรในขณะนั้น โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นมา

สาระสำคัญของระเบียบดังกล่าวกำหนดขึ้นเพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยและไม่ซ้ำซ้อน โดยกำหนดให้ประธาน กมธ. ทุกคณะ ต้องส่งรายงานแผนการพิจารณา ประเด็นที่ศึกษา รวมถึงรายชื่อบุคคลหรือหน่วยงานที่จะเชิญมาชี้แจง ต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรรับทราบภายในวันศุกร์ของทุกสัปดาห์

หากประธานสภาฯ ตรวจสอบพบว่ามี กมธ. มากกว่าหนึ่งคณะ กำลังพิจารณาเรื่องที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกันหรือซ้ำซ้อนกัน จะแจ้งให้ประธาน กมธ. แต่ละคณะทราบโดยไม่ชักช้า เพื่อจัดประชุมร่วมกันในการหาแนวทางปฏิบัติ โดยให้ทุกคณะยุติการดำเนินการในเรื่องนั้นไว้เป็นการชั่วคราว เว้นแต่มีเหตุจำเป็นที่ไม่สามารถยุติได้ทันที ก็ให้ทำหน้าที่ไปพลางก่อนได้แต่ต้องไม่เกิน 7 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง

สำหรับการร่วมกันดำเนินการตามระเบียบนี้ สามารถทำได้ 3 แนวทางหลัก ได้แก่ 1.ร่วมกันกระทำกิจการโดยตกลงให้ประธานกรรมาธิการคณะใดคณะหนึ่งเป็นประธาน หากตกลงไม่ได้ให้ประธานสภาเป็นผู้กำหนด 2.ให้กรรมาธิการคณะใดคณะหนึ่งเป็นหลักในการดำเนินการ และให้กรรมาธิการคณะอื่นส่งกรรมาธิการตามจำนวนที่ที่ประชุมกำหนดเข้าร่วม 3.แนวทางอื่น ๆ ตามที่ที่ประชุมร่วมกันเห็นชอบ

ทั้งนี้ ในระเบียบยังระบุทิ้งท้ายว่า หากเกิดปัญหาหรือข้อสงสัยเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้ ให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้มีอำนาจวินิจฉัย และให้ถือว่าคำวินิจฉัยนั้นเป็นที่สุด

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ประชุมสภาวุ่น! สส.ปชน. ขอนับองค์ประชุม หลังถกเดือดปมอำนาจประธาน กมธ. สุดท้ายครบ 297 เสียง

สส.ปชน. ตีรวนสภาฯ ลุกขอนับองค์ประชุม หลังโต้ประเด็นอำนาจประธานกมธ. ด้าน “ปกรณ์วุฒิ” เห็นเสียงพอ บอกให้ประชุมต่อเพราะบรรยากาศไปได้ด้วยดี ช่วยๆกันดีกว่า ท่ามกลางเสียงโห่สั่นห้องประชุม ขณะที่”มัลลิกา” เตือนไม่ว่าพรรคไหนต้องเตรียมพร้อม ถ้ามั่นใจก็ไม่ต้องกลัว สุดท้าย 297 เสียง ครบองค์ประชุม

ไม่รู้จักคำนี้! 'อนุทิน' ซัดกลับวิจารณ์ 'น้ำเงินกินรวบ'

"อนุทิน" ชี้ กมธ.เชิญบุคคลต้องยึดตามกรอบ รธน. ไม่รู้จักคำว่าน้ำเงินกินรวบ ยันทำหน้าที่ไม่กินรวบอะไรทั้งสิ้น ได้รับฉันทานุมัติจาก ปชช.

'โรม' สวน 'ศุภชัย' ใครกันแน่เหิมเกริม ซัดระบอบสีน้ำเงินห้ามตรวจสอบ พร้อมถีบหัวส่งข้าราชการรับผิดแทน

"โรม" สวน "ศุภชัย" ใครกันแน่ที่เหิมเกริม ซัด ระบอบน้ำเงินห้ามตรวจสอบ ลั่น จะเผาบ้านไล่หนู เพื่อเล่นงาน "รังสิมันต์" คนเดียวหรือ ชี้ กมธ.ไม่ใช่ลูกน้อง ปธ.สภาฯ จี้ “โสภณ” แจงปมหนังสือเวียน อย่าอยู่หลังข้าราชการ ด้าน “ณัฏฐ์ชนน” ขอกลับมติไม่เห็นด้วยกับกมธ.

เดือด! ภูมิใจไทยรุมจวก 'โรม' เหิมเกริม เล่นไม่ซื่อ งัดมติ 8:0 เรียก 'โสภณ' แจงสภา

"ณัฏฐ์ชนน" ยันไม่เห็นด้วย มติ 8:0 กมธ.กฎหมาย เชิญ “โสภณ” ชี้แจงปมหนังสือเวียนริบอำนาจประธาน กมธ. ด้าน “ศุภชัย” ซัด “โรม” ใช้อำนาจเหิมเกริม ไม่เหมาะสม จี้ออกมาขอโทษประธานสภาฯ

'กรวีร์' นำทีมประธาน กมธ. ฝั่งรัฐบาล แถลงโต้ฝ่ายค้าน ยันประธานสภาฯ ไม่ได้ริบอำนาจ

“กรวีร์“ ยกคณะประธานกมธ.ฝั่งรัฐบาล ยันประธานสภาฯ ไม่ได้ริบอำนาจ ชี้ เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ-ข้อบังคับสภาฯ ขณะที่ “ศุภชัย” ซัด ไม่มีคณะไหนมีปัญหาเท่ากมธ.กฎหมายฯ ใช้อำนาจประธานเกินขอบเขต

'ผู้การแต้ม' ป้อง 'โสภณ' ซัดฝ่ายค้านเด็กก้าวร้าว ลั่นถ้าเป็นลูกหลานจะตบปากกล่าวหาขี้ข้า

ที่ปรึกษาประธานสภาฯ ป้อง 'โสภณ' ไม่เกี่ยวปมส่งหนังสือเวียนถึง 'ประธาน กมธ.' โบ้ย 'เลขาสภาฯ' เป็นต้นเรื่อง ลั่น ถ้าเป็นลูกหลานจะตบปาก กล่าวหาเป็นขี้ข้านาย แย้มอาจใช้กฎหมายจัดการ