สลด! ชายวัย 70 ปีเครียดปัญหารุมเร้า รมควันดับคารถสองแถว

27 เม.ย.2567 - เมื่อเวลา 22.30 น. ที่ผ่านมา ร.ต.อ.จักรทอง คำมาพล รองสารวัตรสอบสวน สภ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ รับแจ้งเหตุมีชายหมดสติอยู่ในรถสองแถวรับจ้าง จอดอยู่ในซอยเด็นโซ่ ลึกเข้าไป 50 เมตร จากถนนบางนาตราด กม.28 ฝั่งขาเข้ากรุงเทพมหานคร หลังรับแจ้งจึงนำกำลังเข้าตรวจสอบพร้อมประสาน อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เข้าให้การช่วยเหลือ

ที่เกิดเหตุพบ นายบัญชา อายุ 70 ปี อาชีพขับรถสองแถวรับจ้าง ในสภาพสวมเสื้อเชิ้ตสีฟ้า สวมกางเกงขายาวสีดำ ชีพจรเต้นอ่อน นอนหมดสติอยู่บนเบาะที่นั่งคนขับ ภายในรถสองแถวรับจ้างประจำทางสายรอบเมืองบางบ่อ ยี่ห้อ โตโยต้า รีโว่ สีฟ้า ทะเบียน 10-7326 สมุทรปราการ ทีมกู้ภัยช่วยกันนำร่างลงมานอนบนพื้นถนนข้างรถ เร่งทำ CPR หวังช่วยชีวิต ใช้เวลากว่า 15 นาที แต่ไม่เป็นผล เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ จากการตรวจสอบในรถ พบเตาอั้งโล่มีถ่านที่ผ่านการเผาไฟ ยังอยู่ในสภาพอุ่น ๆ และมีถ่านหุงต้มสีดำเหลือในถุงวางอยู่บนเบาะด้านข้างคนขับ เจ้าหน้าทีตำรวจ จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบถาม นายศักดิ์เพื่อนบ้าน กล่าวว่า นายบัญชา ผู้เสียชีวิต มีอาชีพขับรถสองแถวรับจ้าง ปกติต้องกลับถึงบ้านเวลาประมาณ 19.00 น. แต่วันนี้เลยเวลาแล้วยังกลับไม่ถึง หลานชายเห็นผิดสังเกต จึงขี่รถจักรยานยนต์ออกตามหา ตามสถานที่ต่าง ๆ และโรงพยาบาลในพื้นที่ เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ พบรถสองแถวของตาจอดอยู่ จึงจอดรถ เข้าไปดู เห็นตานอนหมดสติอยู่ภายในเบาะนั่ง จึงโทรศัพท์แจ้งตนให้พายายเข้ามาดู พร้อมแจ้งกู้ชีพฯเข้าให้การช่วยเหลือ ตนไม่รู้ถึงสาเหตุ แต่ปกติแล้ว นายบัญชา ผู้เสียชีวิตเป็นคนร่าเริง มักจะคุยล้อเล่นกันเป็นประจำ

นายณัฐพงษ์ แก้วมณี อายุ 25 ปี หลานชายของผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ตามีปัญหาเรื่องการเงิน และป่วยเป็นโรคเบาหวาน-ความดัน แต่ไม่เคยมาพูดหรือเล่าให้ตนฟัง มักจะคุยกับยายมากกว่า

นางสายใจ อายุ 60 ปี ภรรยาของผู้เสียชีวิต กล่าวว่า สามีไม่เคยบ่นปัญหาอะไรให้ตนฟัง ทำตัวร่าเริงเป็นปกติทุกอย่าง ตอนนี้ยังตกใจและงงอยู่ว่าสามีคิดสั้นด้วยสาเหตุอะไร รวมถึงไม่มีลางบอกเหตุใด ๆ แต่ล่าสุดก่อนเสียชีวิต วันที่ 24 เมษายน ได้ไปยืมเงินเพื่อนบ้านมา 3 พันบาท บอกว่าจะเอาไปใช้หนี้

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ ยังไม่สรุปสาเหตุ ได้เก็บรวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ สอบปากคำญาติ ๆ เพื่อนบ้าน หลังทีมแพทย์ รพ.บางบ่อ ชันสูตรเบื้องต้น ยืนยันการเสียชีวิต จึงมอบร่างให้มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งนำส่งไปชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้งที่ โรงพยาบาลรามาธิบดีจักรีนฤบดินทร์ สมุทรปราการ พร้อมเชิญญาติเข้าให้ปากคำเพิ่มเติม เก็บเป็นหลักฐานประกอบผลชันสูตรจากแพทย์ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

จับคาจานข้าว! ล่อลวงเด็กสาววัย 15 แอบอัดคลิปข่มขู่

ว่าที่ พ.ต.ท.ไพรวรรณ ตั้นหลก สารวัตร กองกำกับการ 2 กองบังคับการปราบปราม (สว.กก.2 บก.ป.) ร.ต.ท.วิเชียร ใจทา รอง สว.(ป.) กก.2 บก.ป. พร้อมเจ้าหน้าที่ กก.2 บก.ป.ร่วมกันจับกุม นายธเนศ อายุ 34 ปี

สลด! รถตู้พุ่งชนสาวเมียนมาข้ามทางม้าลาย ดับ 1 เจ็บ 1

ร.ต.ท.ธนวัฒน์ เจริญสุข รองสว.(สอบสวน) สภ.บางพลี รับแจ้งเหตุ รถตู้ชนคนข้ามถนน มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ หน้าบริษัทแสตนดาร์ดแคน จำกัด ถนนเทพารักษ์ กม.14

ฮ.ตก เจ้าของโรงงานพร้อมกัปตันรอดหวุดหวิด

เฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวขนาดเล็ก ราคาไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท เครื่องยนต์ขัดข้องร่วงตกกลางป่าหญ้า ไฟลุกท่วมเครื่อง เจ้าของโรงงานพร้อมกัปตันหนีตายหวุดหวิด บาดเจ็บเพียงเล็กน้อย

สาวจีนตกท่อระบายน้ำ! ขณะถ่ายรูปจุดเช็กอิน 'ช้างเอราวัณ'

20 เม.ย. 2569 - ผู้สื่อข่าวจังหวัดสมุทรปราการรายงานว่า ช่วงบ่ายวันที่ 19 เม.ย. ที่ผ่านมา ศูนย์กู้ชีพปราการ รับแจ้งมีผู้บาดเจ็บขาตกท่อระบายน้ำ เหตุเกิดภายในซอยบางด้วน เข้าจากปากซอยประมาณ 50 เมตร ตำบลบางด้วน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงประสาน เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู เดินทางไปตรวจสอบและช่วยเหลือ ที่เกิดเหตุ เป็นท่อระบายน้ำในพื้นที่ส่วนบุคคลริมถนนภายในซอย เจ้าหน้าที่พบนักท่องเที่ยวสาวชาวจีน ขาซ้ายตกลงไปในท่อระบายน้ำ โดยขายังคาติดอยู่ในตระแกรงฝาท่อระบายน้ำ เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู จึงใช้อุปกรณ์เครื่องตัดถ่าง ถ่างตระแกรงฝาท่อระบายน้ำออก ใช้เวลาไม่นานสามารถนำขานักท่องเที่ยงหญิงชาวจีนออกมาได้ ซึ่งจากการตรวจสอบ พบรอยแดงที่ขาซ้าย แต่ไม่มีอาการผิดรูปที่ขาหรือบาดแผลใดๆ นักท่องเที่ยวหญิงชาวจีนไม่ประสงค์ที่จะไปโรงพยาบาล และได้กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูที่เข้ามาช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว จากการสอบถาม นายธัญเทพ กอบธัญกิจ อาสามูลนิธิร่วมกตัญญู จุดสำโรงใต้ 28 เล่าว่า ได้รับแจ้งเหตุขอความช่วยเหลือจากศูนย์วิทยุกู้ชีพปราการว่ามีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติประสบอุบัติเหตุขาติดอยู่ในท่อระบายน้ำ เมื่อเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงไปถึงจุดเกิดเหตุ พบว่าผู้บาดเจ็บอยู่ในสภาพขาติดอยู่กับแผ่นเหล็กฝาท่อ โดยลักษณะของอุบัติเหตุเกิดจากผู้บาดเจ็บได้เหยียบลงบนแผ่นเหล็กที่ชำรุดจนแผ่นเหล็กเกิดการบิดตัวและดีดกลับมาอัดเข้าที่บริเวณช่วงหัวเข่าอย่างแรง ทำให้ไม่สามารถขยับหรือดึงขาออกมาได้ด้วยตนเอง ในการช่วยเหลือช่วงแรก เจ้าหน้าที่ได้รีบประสานงานทีมสนับสนุนเพื่อขออุปกรณ์ตัดถ่างเข้ามาดำเนินการ โดยใช้เวลาในการง้างแผ่นเหล็กออกประมาณ 10 นาที ก็สามารถนำขาของผู้บาดเจ็บออกมาได้เป็นผลสำเร็จ จากการตรวจสอบอาการบาดเจ็บเบื้องต้นพบว่าผู้บาดเจ็บมีเพียงรอยฟกช้ำและแผลถลอกจากการที่พลัดตกลงไปกระแทกเท่านั้น ไม่พบอาการผิดรูปของกระดูกหรือกระดูกหักแต่อย่างใด ก่อนจะดำเนินการปฐมพยาบาลและให้ความช่วยเหลือตามขั้นตอน ด้าน เพื่อนของผู้บาดเจ็บซึ่งเป็นคนไทย ได้เล่าถึงวินาทีเกิดเหตุว่า ขณะกำลังเดินเท้าจากพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณเพื่อไปถ่ายรูปบริเวณจุดเช็กอินยอดฮิตฝั่งตรงข้าม ซึ่งเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวชาวจีนนิยมมาถ่ายภาพในระหว่างที่กำลังเดินข้ามมานั้น นักท่องเที่ยวสาวชาวจีนได้เหยียบลงบนแผ่นเหล็กฝาท่อระบายน้ำที่ชำรุดอยู่แล้ว ส่งผลให้แผ่นเหล็กหักและทรุดตัวลงทันทีจนขาข้างหนึ่งตกลงไปติดอยู่ด้านใน ในตอนนั้นตนพยายามช่วยพยุงและสั่งไม่ให้ผู้บาดเจ็บลุกขึ้นหรือขยับตัว เพราะเกรงว่าหัวเข่าจะหักหรือถูกเศษเหล็กที่หักคารูท่อแทงซ้ำ จึงรีบประสานขอความช่วยเหลือทันที และแม้จะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น แต่นักท่องเที่ยวสาวรายนี้กล่าวว่าตนเองไม่ได้รู้สึกตกใจหรือขวัญเสีย และยังรู้สึกขอบคุณที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยและผู้เกี่ยวข้องเข้ามาให้การช่วยเหลืออย่างรวดเร็วมาก โดยหลังจากได้รับการช่วยเหลือเสร็จสิ้น เธอยังสามารถสื่อสารและยิ้มแย้มได้ พร้อมกับยืนยันว่าอุบัติเหตุครั้งนี้ไม่ได้ทำให้รู้สึกแย่กับการมาเที่ยวเมืองไทยแต่อย่างใด และยังคงมีความตั้งใจที่จะกลับมาท่องเที่ยวที่ประเทศไทยอีกครั้งในอนาคตแน่นอน เพราะประทับใจในการดูแลและความปลอดภัยภาพรวมที่ได้รับในครั้งนี้ ส่วน นางสาวจินจุภา ทองสุข ชาวบ้านในพื้นที่ได้แสดงความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับความปลอดภัยบริเวณจุดดังกล่าว ซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็นแลนด์มาร์คสำคัญที่มีนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะชาวต่างชาติ เดินทางมาถ่ายรูปและเซลฟี่ กันเป็นจำนวนมากตลอดทั้งวัน ตั้งแต่เช้าจนถึงค่ำ โดยเฉลี่ยมีผู้มาเยือนสูงถึงวันละ 40-50 คน ซึ่งจุดดังกล่าวนั้นสภาพถนนเป็นแบบ 2 เลนสวนกัน และรถที่สัญจรไปมามักจะใช้ความเร็วสูง หากเป็นคนในพื้นที่จะทราบดีและช่วยชะลอความเร็วให้ แต่สำหรับรถจากที่อื่นที่ไม่ชำนาญทางมักจะขับผ่านด้วยความเร็ว ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุกับนักท่องเที่ยวที่ยืนรวมกลุ่มกันอยู่ริมถนนเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ ชาวบ้านจึงอยากเรียกร้องให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เข้ามาดำเนินการติดตั้งสัญลักษณ์หรือป้ายเตือนให้รถที่สัญจรไปมาทราบว่าพื้นที่บริเวณนี้มีคนพลุกพล่านและควรชะลอความเร็ว แม้ว่าปัจจุบันจะมีแสงสว่างที่เพียงพอแล้ว แต่การขาดป้ายเตือนที่ชัดเจนยังคงเป็นช่องว่างที่อาจนำไปสู่อุบัติเหตุร้ายแรงได้ จึงอยากให้มีการจัดระเบียบพื้นที่และทำเครื่องหมายบอกทางให้ชัดเจน เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวและลดความเสี่ยงในการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต.