
7 พ.ค.2567- เมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 6 พ.ค. ร.ต.ท.วิศรุต มหาโชติ พนักงานสอบสวน สภ. เมือง จ.นครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งส่ามีเด็กลงเล่นน้ำในบึงขนาดใหญ่โครงการโคกหนองนา หมู่ 5 ซอยโต๊ะดาด ขางโรงเรียนบริบูรณ์วิทยา ต.นาเคียน อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช คอนอากาศร้อนหนูน้อย 10 แอบไปเล่นน้ำในบึงโคกหนองนาร้างจมน้ำเสียชีวิต 2 ศพ จึงพร้อมด้วยนายจรรยา ตัดสายชล นายก อบต.นาเคียน นายสฤษดิ์ สุทธิการ กำนันตำบลนาเคียน แพทย์ รพ.มหาราช รีบรุดไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ
โดยในที่เกิดเหตุบรรดาไทยมุงนับร้อยคนที่ทราบข่าวแห่เดินทางมาดูการงมค้นหาศพเด็กผู้หญิง 2 คน ที่สูญหายไป ในบึงโครงการโคกหนองนา ซึ่งใช้รถแบกโฮขุดลึกตั้งแต่ 5-10 เมตร และที่ริมตลิ่งพบเสื้อผ้าและรองเท้าของผู้ตายทั้งกองอยู่ ในขณะที่นักประดาน้ำหน่วยกู้ภัยมูลนิธิประชาร่วมใจได้ลงงมค้นหา ได้งมค้นหาห่างจากฝั่งประมาณ 5 เมตร ในจุดที่น้ำลึกประมาณ 5 เมตร พบศพเด็กผู้หญิง 2 ศพอยู่ห่างกันประมาณ 1 เมตร ศพแรกทราบชื่อ ด.ญ.กัญญารัตน์ ดารากัย อายุ 10 ปี และ ด.ญ.กมลรัตน์ โต๊ะหลาง อายุ 10 ปีเท่ากัน โดยทั้งสองนับถือศาสนาอิสลามและเป็นลูกพี่ลูกน้อง ลงเล่นน้ำและจมน้ำเสียชีวิตดังกล่าว จึงมอบศพให้ญาติ ๆ นำกลับไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป
จากการสอบสวนทราบว่า ด.ญ.กัญญารัตน์ ดารากัย พ่อและแม่ได้เสียชีวิตไปหมดแล้วปัจจุบันอาศัยอยู่กับคุณตาคุณยาย ก่อนเกิดเหตุตั้งแต่เวลาประมาณ 14.00 น. ด.ญ.กัญญารัตน์ ได้ชวน ด.ญ.กมลรัตน์ โต๊ะหลาง ลูกพี่ลูกน้องปั่นรถจักรยานยนต์สองล้อมายังที่เกิดเหตุ โดยมีเด็กผู้หญิงอายุ 4-5 ขวบมาด้วย หลังจอดรถจักรยาน 2 ล้อไว้บนเนินดิน เด็ก ๆ ทั้ง 3 คนก็เดินมาที่บึงใหญ่ที่เกิดเหตุ ก่อนที่ผู้ตายทั้งสองจะถอดเสื้อผ้า และรองเท้ากองไว้ริมตลิ่ง สวมชุดชั้นในลงไปเล่นน้ำในบึง ในขณะที่หนูน้อยอายุ 4-5 ขวบ เกิดความกลัวงจึงไม่กล้าลงเล่นน้ำและนั่งดูบนตลิ่ง แต่ปรากฏว่าผู้เสียชีวิตทั้งสองคนเกิดว่ายน้ำลงไปกลางบึงที่น้ำลึกไม่ต่ำกว่า 5 เมตร คนหนึ่งเกิดหมดแรงและพยายามนร้องขอความช่วยเหลือ อีกคนจึงพยายามว่ายน้ำไปช่วย ก่อนที่ทั้งสองจะหมดแรงและจมน้ำหายไป
โดยทางด้านหนูน้อยที่อายุ 4-5 ขวบและนั่งอยู่บนตลิ่งเห็นเหตุการณ์รีบวิ่งไปแจ้งญาติ ๆ ให้ทราบบรรดาญาติ ๆ ทั้งผู้หญิงผู้ชายรีบวิ่งมายังที่เกิดเหตุและพบเพยงเสื้อผ้าและรองเท้ากองอยู่ริมตลิ่ง จึงพยายามลงงมหายคนอยู่นานเกือบ 2 ชม. แต่ไม่พบจึงแจ้งนักประดาน้ำกู้หน่วยภัยมูลนิธิประชาร่วมใจมาช่วยงมค้นหาจนกระทั้งพบศพเด็กทั้งสองคนจมน้ำอยู่ก้นบึงจึงนำร่างไร้วิญญาณขึ้นมาบนฝั่งดังกล่าว
นายสฤษดิ์ สุทธิการ กำนันตำบลนาเคียน กล่าวว่า พื้นที่โครงการโคกหนองนาดังกล่าวเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากภาครัฐมีพื้นที่กว้างใหญ่กว่า 200 ไร่อยู่ในพื้นที่ 2 ตำบล คือ ต.นาทรายและ ต.นาเคียน โดยมีการปรับพื้นที่และใช้รถแบกโฮขุดบึงหรือสระน้ำหลายจุดแต่ละจุดลึก 5-10 เมตร ดำเนินการค้างคามากว่า 2 ปีแล้วจนในปัจจุบันก็ไม่เห็นว่ามีการดำเนินการต่อให้แล้วเสร็จ และไม่แน่ใจว่ามีการเบิกงบประมาณไปแล้วหรือไม่ แต่บึงหรือสระน้ำที่ขุดไว้มีน้ำอยู่เต็มจนล่อตาล่อใจเด็ก ๆ ที่ในช่วงนี้อากาศร้อนจัดเด็ก ๆ รู้เท่าไม่ถึงการณ์แอบมาเล่นน้ำเพื่อคลายร้อนจนจมน้ำเสียชีวิต 2 ศพดังกล่าว นับเป็นเหตุการณ์เศร้าสลดและสะเทือนใจที่เกิดขึ้นในพื้นที่ไม่น้อย.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ดักยิงเผาขน เจ้าของสวนปาล์มวัย 57 ดับคาที่กลางสวนสิชล
เกิดเหตุสะเทือนขวัญในพื้นที่อำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อคนร้ายใช้อาวุธปืนบุกยิงเจ้าของสวนปาล์มน้ำมันดับคาที่ ขณะขับรถจักรยานยนต์กลับบ้านหลังเสร็จงานตัดหญ้า ตำรวจเร่งล่าตัวมือปืน พร้อมตั้งประเด็นขัดแย้งเรื่องหนี้สินและปัญหาครอบครัวเป็นชนวนเหตุ
สงกรานต์พระประแดงเดือด! โจ๋เมายิงสามีดับ เมียเจ็บ
พ.ต.อ.อภิชาติ ทองแพ ผกก.สภ.พระประแดง รับรายงานมีเหตุทำร้ายร่างกายด้วยอาวุธปืน มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย
อุตุฯ เตือนฝนฟ้าคะนอง 41 จังหวัด 'พายุฤดูร้อน' ถล่ม 28 เม.ย. - 1 พ.ค.
กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนมีอุณหภูมิสูงขึ้น โดยมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน และมีอากาศร้อนจัดบางพื้นที่ในภาคเหนือ และภาคกลาง แต่ยังคงมีฝนฟ้าคะนอง
คนไทยร้อนแทบทนไม่ไหว 'โพล' ชี้อยากให้รัฐดูแลค่าไฟฟ้า
“สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “คนไทยกับอากาศร้อน” กลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,306 คน
'เซียนกล้วย' โผล่มอบตัว! ปฏิเสธฆ่าแฟนดับคาม่านรูด
นายวิทวัส หรือ “เซียนกล้วย” ผู้ต้องสงสัยตามหมายจับในคดีฆาตกรรมหญิงสาววัย 31 ปี ภายในโรงแรมม่านรูดในเขตอำเภอเมืองนครศรีธรรมราช ได้เข้ามอบตัว
กรมอุตุฯ ประกาศฉบับ 5 เตือน 'พายุฤดูร้อน' ถล่มไทยตอนบน
นางสาวสุกันยาณี ยะวิญชาญ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่อง พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 24–25 เมษายน 2569) ฉบับที่ 5 (37/2569) โดยมีใจความว่า

