หนุ่มวัย 45 เปิดสวนทุเรียนอินทรีย์ 150 ต้น ฝ่าวิกฤติภัยแล้ง ได้ผลผลิต 7-8 ตัน

หนุ่มวัย 45 ปีชาวตำบลทุ่งยาว อ.ปะเหลียน จ.ตรัง พาสวนทุเรียนอินทรีย์จำนวน 150 ต้นฝ่าวิกฤติภัยแล้งมาได้ จนได้ผลผลิตไม่ต่ำกว่า 7-8 ตัน ขณะที่สวนทุเรียนรายอื่นพากันยืนต้นตาย เผยเคล็ดลับน้ำต้องไม่ขาด

16 พ.ค.2567 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวสันต์ สุขสุวรรณ เกษตรจ.ตรัง พร้อมเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรจังหวัด และเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนในตำบลทุ่งยาว อ.ปะเหลียน จ.ตรัง ไปชมสวนทุเรียนอินทรีย์ต้นแบบของนายจรูญ สมจริง อายุ 45 ปี ที่หมู่ที่ 3 ต.ทุ่งยาว หลังประสบความสำเร็จในการ ล้มสวนยางพาราบนเนื้อที่ 5 ไร่ หันมาปลูกทุเรียนจำนวน 150 ต้น โดยเป็นทุเรียนหมอนทองจำนวน 120 ต้น อีก 30 ต้นเป็นทุเรียนหลงลับแล หลินลับแล ชะนีไข่ พวงมณี กระดุมและอื่น ๆ

โดยปีนี้ให้ผลผลิตมาเป็นปีที่ 3 แล้ว ซึ่งประสบการณ์ 2 ปีที่ผ่านมา ทำให้เกษตรกรเรียนรู้วิธีที่จะเอาชนะปัญหาภัยแล้งมาได้ วิธีแรกคือการไม่ปลูกพืชชนิดอื่นแซมในสวนทุเรียน เพราะจะไปแย่งน้ำแย่งอาหารในช่วงหน้าแล้ง ส่วนวิธีที่ 2 คือการหาแหล่งน้ำดิบที่ใกล้ที่สุด โดยการขุดสระให้มีความลึกเพียงพอต่อการใช้น้ำในช่วงหน้าแล้ง และหมั่นให้ปุ๋ยทางใบ เพื่อเสริมแร่ธาตุอาหาร ซึ่งน้ำคือหัวใจสำคัญในการดูแลสวนทุเรียน ทำให้ผลผลิตทยอยออกมาหลายรุ่น

โดยปีที่แล้ว ได้ทุเรียนประมาณ 2 ตัน แต่ปีนี้คาดว่าจะได้ทุเรียนไม่ต่ำกว่า 7-8 ตัน น้ำหนักลูกละตั้งแต่ 2-5 กิโลกรัมขึ้นไป ซึ่งราคารับซื้อจากล้งปีที่แล้วกิโลละ 120 บาท ปีนี้คาดว่าจะได้ราคาดีกว่าปีที่ผ่านมา เพราะทุเรียนภาคใต้เหลือรอดจากภัยแล้งน้อยกว่าปีที่ผ่านมามาก ซึ่งสวนของนายจรูญฯ จะเก็บทุเรียนรุ่นแรกประมาณ 1-2 ตันราวปลายเดือนมิถุนายนนี้ โดยมีเกษตรกรจากหลายอำเภอ เดินทางมาศึกษาดูงานอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่นายจรูญ สมจริง เกษตรกรต้นแบบผู้ปลูกทุเรียนฝ่าภัยแล้งกล่าวว่า ตนปลูกทุเรียน 5 ไร่จำนวน 150 ต้นเป็นหมอนทอง 120 ต้น อีก 30 ต้นเป็นทุเรียนชนิดอื่น ๆ ปีที่แล้วประสบภัยแล้งแต่ได้อยู่บางส่วนประมาณ 1-2 ตัน แต่ปีนี้คิดว่าไม่มีปัญหาอะไร จะมีปัญหาอยู่ช่วงหนึ่งคือช่วงภัยแล้ง ซึ่งเรื่องน้ำเป็นปัจจัยหลัก ซึ่งตนก็ฝ่าวิกฤติมาได้ ก็พอได้อยู่ในปีนี้ ประมาณ 7-8 ตัน ซึ่งปีที่แล้วมีล้งมารับซื้อกิโลละ 120 บาท แต่ปีนี้น่าจะได้ราคาดีกว่า

ด้านนายวสันต์ สุขสุวรรณ เกษตร จ.ตรังกล่าวว่า ปีนี้มาเยี่ยมชมเกษตรกรต้นแบบที่บริหารจัดการสวนทุเรียน ให้ฝ่าวิกฤติภัยแล้งได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ปีนี้จะแล้งยาวถึง 4 เดือนก็ตาม แต่ที่นี่มีการจัดการให้น้ำอย่างเป็นระบบจนทุเรียนออกผลผลิตได้ดี สิ่งสำคัญคือต้องมีการจัดการเรื่องน้ำ แหล่งน้ำให้มีเพียงพอ จึงทำให้สามารถฝ่าภัยแล้งได้อย่างปลอดภัย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ดร.เสรี' เปิด 3 ความเสี่ยง! ไทยรับมือ 'ซุปเปอร์เอลนีโญ'

รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต และรองประธานมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ โพสต์ข้อความเฟซบุ๊กเรื่อง "เอลนีโญหรือซุปเปอร์เอลนีโญ จงเรียนรู้เพื่อเตรียมพร้อมรับมือ"

หมอวรงค์ ถามตรง 'ปิยบุตร' ยกเลิกองคมนตรี หวังปชช.อยู่ดีกินดี หรืออคติต่อสถาบันฯมากไป

หมอวรงค์ บอกความคิด ปิยบุตร มีอะไรก็พุ่งเป้าไปที่สถาบันพระมหากษัตริย์อย่างเดียว จนต้องตั้งคำถามว่า สิ่งที่เสนอจะนำมาซึ่งความอยู่ดีกินดีของประชาชน ลองถามตนเองว่าอคติต่อสถาบันฯมากไปหรือไม่

'เอ็ดดี้' กระตุกอย่าให้ฝ่ายการเมืองต่อต้านบทบาทสถาบัน ยึด 'ประชาธิปไตย' ไปผูกขาดอยู่ฝ่ายเดียว

ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข อำนาจบริหารเป็นของคณะรัฐมนตรีก็จริง แต่พระมหากษัตริย์ยังทรงเป็นประมุขของรัฐ ไม่ใช่สัญลักษณ์ว่างเปล่า และถูกตัดขาดจากพระราชกรณียกิจเพื่อประชาชน

ปภ. แจง 'องคมนตรี' ร่วมประชุมรับมือสาธารณภัยตามวาระปกติ ตั้งแต่ปี 60

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ในฐานะฝ่ายเลขานุการกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ขอให้ข้อมูลเกี่ยวกับการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา

'พรรคส้ม' โพสต์ท้าชน! ข้องใจคณะองคมนตรีร่วมประชุมติดตามแก้ภัยแล้ง

เพจเฟซบุ๊กพรรคประชาชน โพสต์ข้อความว่า รัฐบาลกำลังกระทำการมิบังควร เสี่ยงละเมิดหลักการประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข