พระสงฆ์โรครุมเร้า ตัดสินใจปลิดชีพผูกคอดับคากุฏิ

พระสงฆ์ขอนแก่นอาพาธ เครียดโรครุมเร้า พร้อมป่วยซึมเศร้า ตัดสินใจใช้เชือกรัดประคดผูกคอตัวเองดับคากุฎิ

25 ส.ค.2567 – เมื่อเวลา 12.00 น. พ.ต.ท.สุรพล สินเพ็ง สว.(สอบสวน)สภ.มัญจาคีรี ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 ว่าเกิดเหตุพระสงฆ์เสียชีวิตภายในวัดป่าวงกฎคีรี ต.นางาม อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแกน หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมกับ พ.ต.อ.พิชัย ขาขันดี ผกก.สภ.มัญจาคีรี, แพทย์ เวร รพ.มัญจาคีรี และอาสากู้ภัยมัญจาคิรี (มูลนิธิหลวงปู่จันทร์)

ที่เกิดเหตุภายในกุฎิด้านทิศเหนือของวัด    ซึ่งตั้งอยู่ด้านหลังพระโบสถ โดยเป็นกุฎิ2ชั้น ชั้นบนเป็นไม้ ชั้นล่างเป็นปูน จากการตรวจสอบภายในกุฎิพบร่างพระเวียนสัญชัย คมคาย อายุ 58 ปี ภูมิลำเนาตามบัตรประชาชน อยู่บ้านเลขที่ 7 ม.4 ต.นางาม อ.มัญจาคิรี จ.ขอนแก่น  เสียชีวิตในท่านนั่ง อยู่ข้างโซฟา  โดยที่บริเวณลำคอมีผ้ารัดประคต (ผ้ารัดเอว) ยาวประมาณ2เมตร ผูกติดไว้ผูกติดไว้กับที่วงกบหน้าต่าง จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุ ไม่มีร่องรอยการต่อสู้ หรือรื้อค้นทรัพย์สิน เจ้าหน้าที่จึงให้อาสากู้ภัยมัญจาคิรี (มูลนิธิหลวงปู่จันทร์) นำร่างของผู้ตายลงมานอนที่พื้น เพื่อให้แพทย์ทำการตรวจสอบ จากการตรวจสอบพบที่คอมีรอยช้ำ เนื่องจากถูกรัด และสาเหตุการเสียชีวิต จากขาดอากาศหายใจ 

พ.ต.ท.สุรพล กล่าวว่า จากากรสอบถามญาติธรรมทราบว่า  พระเวียนสัญชัย เข้ามาบวชที่วัดแห่งนี้นานแล้ว  โดย หลังจากพ่อแม่พระเสียชีวิต จึงมาบวชและจำวัดแห่งนี้มาโดยตลอด ซึ่งโดยส่วนตัวของพระเวียนสัญชัยนั้นมีโรคประจำตัวหลายโรค ทั้งความดันและเบาหวาน ต้องไปพบแพทย์ และทานยาเป็นประจำ ซึ่งช่วงหลังๆ โรคเบาหวานมีอาการรุณแรงขึ้น จนถึงขั้นต้องตัดนิ้วโป้งเท้าด้านขวาที่ถูกเบาหวานกิน ทำให้เดินไปไหนมาไหนไม่สะดวก และต้องรบกวนพระและญาติโยม ช่วยดูแลมากขึ้น และพาไปหาหมอบ่อยขึ้น จนภายหลังแพทย์ตรวจพบภาวะโรคซึมเศร้าเพิ่มอีกด้วย  

พ.ต.ท.สุรพล  กล่าวต่ออีกว่า ขณะนี้ได้มีญาติของพระเวียนสัญชัย ที่อาศัยอยู่บ้านสวนม่อน ต.สวนม่อน อ.มัญจาคิรี   เดินทางมาที่ เกิดเหตุ ซึ่งเมื่อทราบสาเหตุการมรณะภาพแล้ว ทางญาติ ไม่ติดใจสงสัย ถึงสาเหตุการเสียชีวิต จึงให้ อาสากู้ภัยมัญจาคิรี (มูลนิธิหลวงปู่จันทร์) นำร่างของพระเวียนสัญชัย ส่งที่วัดป่าสวนม่อน ต.สวนม่อน อ.มัญจาคิรี จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นบ้านเกิดพระเวียนสัญชัย เพื่อประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ชาวบ้านลั่นให้เวรกรรมตัดสิน 'ป้าดา' ทำมินิฮาร์ทหลังรับทราบข้อหาคดีที่ดินวัดป่าอดุลยาราม

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่วัดป่าอดุลยาราม เพื่อสอบถามความรู้สึกของชาวบ้านที่ติดตามข้อพิพาทระหว่างวัดป่าอดุลยาราม กับทายาทของนายเฮียง พิมพ์ศรี หลังเจ้าพนักงานที่ดินได้สลักชื่อในโฉนดเป็นวัดป่าอดุลยาราม เรียบร้อยแล้ว รวมทั้งนางชมมณี น้อยจันทร์ หรือป้าดา

ไม่เบี้ยว! 'ป้าดา' ควง 'ป้าไข' ให้การตำรวจ คดีบุกรุกวัดป่าอดุลฯ

ที่ สภ.เมืองขอนแก่น น.ส.ชมมณี น้อยจันทร์ หรือ “ป้าดา” ทายาทนายเฮียง พิมพ์ศรี และนางบัวไข สรสมุทร หรือ “ป้าไข” ผู้จัดการมรดกนายเฮียง พิมพ์ศรี เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียก

โล่งอก! เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม เปิดใจรักษาโฉนด 36 ปี วัดมีเกราะป้องกัน 100%

พระครูอดุลสารนิเทศ ระบุ 36 ปีที่ผ่านมาเฝ้ารักษาโฉนด ต้องเก็บรักษาไว้ทั้งตรงนั้นตรงนี้ พร้อมย้ำยังเปิดวัดต้อนรับทุกคนรวมถึงญาติฝ่ายคู่กรณีเข้ามาทำบุญได้ตามปกติ

เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม ขอบิณฑบาตทีมทนายไม่ดำเนินคดี 'ลุงแหวน' ที่ปรึกษาป้าดา

เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม เปิดใจหลังชื่อวัดปรากฏในโฉนดอย่างเป็นทางการ พร้อมขออโหสิกรรมผู้ที่เคยกล่าวดูหมิ่น และขอบิณฑบาตรทีมทนายไม่ดำเนินคดีนายวรเดช ช่างบุ หรือ “ลุงแหวน ธานอส” ด้านลูกสาว ไวยาวัจกรคนแรกของวัด เปิดใจอยากบอกพ่อว่า “วันนี้เราทำสำเร็จแล้ว”

เสียงสะท้อนร้านค้าขอนแก่น! วอนต่ออายุ 'ไทยช่วยไทยพลัส' เฟส 2 จนถึงสิ้นปีนี้

พ่อค้า-แม่ค้า ขอนแก่น หนุน "อนุทิน" ต่ออายุไทยช่วยไทยพลัสไปจนถึง ธ.ค.เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับคนไทยทั้งประเทศ