ตรวจพบสารหนูปนเปื้อน 'แม่น้ำกก' เกินมาตรฐานกว่าเท่าตัว

ผงะ! พบสารหนูปนเปื้อนน้ำกกเกินมาตรฐานกว่าเท่าตัว เชื่อเป็นผลจากการการขุดเหมืองทองในรัฐฉาน ผอ.สคพ.เตือนอันตรายจากการเล่นน้ำ ผู้เชี่ยวชาญจี้ตรวจสารปรอทในปลาด้วย-แฉภาพหลักฐานชัดทำเหมืองต้นน้ำปล่อยตะกอน

4 เมษายน 2568 - นายอาวีระ ภัคมาตร์ ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษ(สคพ.)ที่ 1 เชียงใหม่ ให้สัมภาษณ์ถึงผลการตรวจคุณภาพน้ำในแม่น้ำกก ว่าได้เก็บตัวอย่างน้ำมาตรวจ ผลการตรวจไม่พบไซยาไนด์ เพราะปกติออกมาตามธรรมชาติเมื่อเจอแดดและความร้อนก็จะสลายตัว แต่ตรวจพบสารหนู ซึ่งปกติอยู่กับแร่ทองคำ หรือเรียกว่าเพื่อนแร่ สคพ.ได้เก็บตัวอย่างน้ำที่ อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ จุดแรกห่างจากชายแดนพม่า (ที่บ้านแก่งทรายมูล ต.ท่าตอน) เพียง 500 เมตร โดยพบสารหนูเกินค่ามาตรฐาน 2 เท่า ซึ่งปกติค่ามาตรฐานอยู่ที่ 0.01 มิลลิกรัมต่อลิตร แต่พบค่าสารหนู มากถึง 0.026

นายอาวีระกล่าวว่า จุดตรวจถัดมาอยู่บริเวณแถวสะพานท่าตอน และอีกจุดท้ายน้ำลงไป ก็พบว่ามีสารหนูเกินค่ามาตรฐานทั้ง 3 จุด

“หากเราสัมผัสที่มีสารหนู เช่น เมื่อก่อนทางใต้เป็นมีโรคไข้ดำ หากมีการสัมผัสต่อเนื่องอาจเกิดความเปลี่ยนแปลง ก่อให้เกิดมะเร็งได้ หากกินเข้าไปอาจก่อให้เกิดอาหารเป็นพิษ และร่างกายผิดปกติ” ผอ.สำนักสิ่งแวดล้อมฯ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่าสถานกาณ์เช่นนี้จะประกาศสภาวะเช่นไรให้ประชาชนเข้าใจ นายออาวีระกล่าวว่า เมื่อช่วงเช้าได้เชิญผู้บริหารมาร่วมประชุมเพื่อแจ้งเตือน และสื่อสารไปยังผู้นำชุมชน สำหรับประชาชนที่จะลงเล่นน้ำในแม่น้ำกก หากหลีกเลี่ยงได้ควรรีบลงรีบขึ้น หากใครมีบาดแผลก็ต้องระวังมากกว่าปกติ สำหรับประปาหมู่บ้าน หรือการนำน้ำกกเข้าไปใช้ในพื้นที่การเกษตร ต้องระมัดระวัง

“การประปา ต้องดูกระบวนการผลิตให้เข้มข้นเนื่องจากสารเหล่านี้อยู่ในอาหารจำพวกสัตว์น้ำได้ คงต้องมีมาตรการตรวจสอบว่าเข้าไปอยู่ในห่วงโซ่อาหารหรือไม่ อย่างไร” ผอ.สำนักสิ่งแวดล้อมฯ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามกรณีความกังวลในเมืองเชียงราย ซึ่งใช้แม่น้ำกกเป็นแหล่งน้ำดิบในการผลิตน้ำประปา นายอาวีระกล่าวว่าได้เก็บตัวอย่างน้ำของเชียงรายเมื่อวันที่ 24 มีนาคม ผลตรวจน่าจะออกมาภายใน 1-2 วันนี้ แต่ตัวสารหนูมีน้ำหนัก สามารถตกตะกอนและจมลงได้ หากมีผลกระทบที่เชียงรายก็อาจน้อย แต่เพื่อเป็นการไม่ประมาท หากคนลงเล่นน้ำก็พยายามหลีกเลี่ยงการกลืนหรือกิน หากรู้สึกว่ามีอาการแสบก็รีบไปพบแพทย์

น.ส.สมพร เพ็งค่ำ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาระบบประเมินผลกระทบทางสุขภายโดยชุมชน ( Community Health Impact Assessment Platform หรือ CHIA Platform) ผู้เชี่ยวชาญด้านมลพิษข้ามพรมแดน กล่าวว่าจากการติดตามข้อมูลการทำเหมืองทองที่ต้นแม่น้ำกก การตรวจพบสารหนูในแม่น้ำกกครั้งนี้ ไม่ใช่เรื่องเกินคาด ที่สำคัญหลังจากนี้ต้องตรวจสารปรอท โดยจับปลานักล่าในแม่น้ำกกมาตรวจการสะสมของสารปรอท ซึ่งหากมีการตรวจพบก็ต้องมีการสื่อสารความเสี่ยงแก่ประชาชน เพื่อให้ประชาชนระมัดระวังตัว

ผู้สื่อข่าวถามว่าสารปรอทจะพัดพาไปได้ไกลขนาดไหน น.ส.สมพรกล่าวว่าต้องดูระบบนิเวศลำน้ำกก ซึ่งควรเก็บตัวอย่างตะกอนดินในลำน้ำกกตลอดลำน้ำจนถึงเมืองเชียงราย และดูความเข้มข้นในพื้นที่ต่างๆ

“ในขณะที่เรายังจัดการแหล่งกำเนินมลพิษไม่ได้ เราก็ต้องแจ้งให้ประชาชนทราบและป้องกัน” ผู้เชี่ยวชาญกล่าว

พ.ท.บุญโรจน์ กองแก้ว นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า เชื่อว่าสาเหตุที่มีสารหนูในน้ำกกน่าจะมีสาเหตุมาจากเหมืองทอง เพราะไม่เช่นนั้นจู่ๆแม่น้ำกกคงไม่มีสารหนูเกิดขึ้นเอง ซึ่งเรื่องนี้คงต้องดูว่าอยู่ในอำนาจหน้าที่ของใคร และเชื่อว่าต้องให้ผู้นำระดับรัฐบาลเป็นผู้เจรจากับเขา เพราะลำพังระดับท้องที่และท้องถิ่น เขาคงไม่ฟัง อย่างไรก็ตามชาวบ้านและองค์กรปกครองท้องถิ่นคงไม่อยู่เฉย โดยในเร็วๆนี้จะต้องมีการรณรงค์ให้รัฐบาลดำเนินการแก้ไขด่วน เพราะเราเรียกร้องอะไรคงก็ไม่ค่อยมีผล ขนาดกรณีของไฟป่าที่ไหม้มาจากฝั่งเพื่อนบ้านก็ยังไม่ได้รับความสนใจ

“เมื่อก่อนเราทำป้ายเตือนแต่เรื่องน้ำลึกและเขตอันตรายในแม่น้ำก แต่เดี๋ยวคงต้องเตือนสารปนเปื้อนด้วย ตอนนี้กำลังรอฟังความชัดเจนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ให้เราปฎิบัติอย่างไร เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ส่งผลกระทบหลายด้าน ทุกวันนี้ก็ไม่มีใครเล่นน้ำแล้ว ยิ่งพอทราบผลการตรวจเช่นนี้คงจบกัน เพราะนอกจากมีสารปนเปื้อนแล้ว เขายังแจ้งเตือนเรื่องพิษของสารเหล่านี้ด้วย เดิมทีพวกเราในอบต.คิดว่า หากตรวจไม่พบอะไรก็จะพากันลงเล่นน้ำกกให้เป็นตัวอย่าง แต่พอผลออกมาเช่นนี้ แม้ผมที่เป็นนายก อบต.ก็ยังไม่กล้าลงน้ำเลย” นายก อบต.ท่าตอน กล่าว

ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยข้อมูลจากชาวบ้านที่ทำงานอยู่ใกล้แหล่งขุดทองในฝั่งรัฐฉานซึ่งเป็นต้นแม่น้ำกก โดยชาวบ้านได้ถ่ายภาพเหมืองทองขนาดเล็กที่กองกำลังทหารว้า (United Wa State Army-UWSA)ได้อนุญาตให้นักธุรกิจเข้ามาขุดเหมืองเพื่อหาทอง ซึ่งมีการเปิดหน้าดินในบริเวณกว้าง และมีการปล่อยน้ำลงแม่น้ำกก ทำให้แม่น้ำกกตอนล่างที่ไหลเข้าสู่ประเทศไทยขุ่นข้นและมีสารหนูเจือปน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เวทีนักกฎหมายสิ่งแวดล้อมทั่วโลก หวั่นผลกระทบเหมืองแร่ เปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์อย่างรุนแรง

หวั่นเหมืองแร่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์อย่างรุนแรง ที่ประชุมนักกฎหมายสิ่งแวดล้อมโลกร่วมหาทางออก เผยจีนครอบงำห่วงโซ่อุปทานแร่สำคัญ

'สุชาติ รมว.ทส.' สั่งลุยแก้ปัญหาแม่น้ำกกเข้มข้น ย้ำดูแลใกล้ชิด เดินหน้าเป่าล้างบ่อบาดาลต่อเนื่อง

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับปัญหาคุณภาพน้ำในแม่น้ำกกอย่างใกล้ชิด และสั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งติดตามสถานการณ์และแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง

เชียงใหม่ยังอ่วม! พ่อเมืองสั่งทุกพื้นที่เฝ้าระวังจุดความร้อน 24 ชั่วโมง

เชียงดาวระดมโดรนดับไฟป่า เสริมแนวป้องกัน 'ดอยนาง' คุมสถานการณ์ต่อเนื่อง จุดความร้อนทั้งจังหวัดยังพุ่งสูง พ่อเมืองย้ำทุกพื้นที่เฝ้าระวังติดตามตลอด 24 ชม.ฝนหลวงบินช่วยต่อเนื่อง

'สุชาติ' ห่วงใยประชาชนภาคเหนือ สั่ง คพ.ระดมรถตรวจวัดอากาศเคลื่อนที่ พร้อมนักวิชาการ ติดตามสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 อย่างใกล้ชิด

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) มีความห่วงใยประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือ จากสถานการณ์หมอกควันและฝุ่นละออง PM2.5 ที่ยังคงส่งผลกระทบต่อสุขภาพและการดำรงชีวิตของประชาชนในหลายพื้นที่ จึงได้สั่งการกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ระดมรถตรวจวัดคุณภาพอากาศเคลื่อนที่ พร้อมอุปกรณ์ตรวจวัดและทีมนักวิชาการ ลงพื้นที่ภาคเหนือโดยด่วน

"สุชาติสั่งดูแลเต็มที่! มอบอธิบดีป่าไม้ร่วมอาลัย 'อาสาดับไฟป่า' เสียชีวิตกลางภารกิจเชียงใหม่"

นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แสดงความเสียใจต่อการสูญเสียอาสาสมัครดับไฟป่า พร้อมมอบหมายให้อธิบดีกรมป่าไม้เป็นผู้แทนเข้าร่วมพิธีฌาปนกิจศพ และให้กำลังใจครอบครัวผู้เสียชีวิตอย่างใกล้ชิด

นักวิชาการ มธ. ชำแหละข้อจำกัดทางกฎหมายของรัฐบาลในการบริหารจัดการไฟป่า-PM 2.5

นักวิชาการธรรมศาสตร์ ชี้ช่องโหว่กฎหมายจัดการไฟป่า ยังไม่มีกฎหมายให้อำนาจ “ประกาศเขตภัยพิบัติฉุกเฉิน” เพื่อระดมทรัพยากรจัดการไฟป่า - PM 2.5 โดย