1 พฤษภาคม 2568 - นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร พร้อมด้วย นายมนตรี วงศ์วิวัฒน์ รองผู้อำนวยการแขวงทางหลวงสมุทรสาคร และ นายปราชญ์พงศ์ เมฆนิติกุล หมวดทางหลวงเศรษฐกิจ ก็ได้ลงพื้นที่ไปดูจุดที่เกิดการกระเทาะของพื้นปูนสะพานต่างระดับกระทุ่มแบน – มหาชัย ซึ่งพาดผ่านถนนพระราม 2 จนเป็นเหตุให้มีเศษก้อนปูนตกลงไปกระแทกกับรถยนต์กระบะของนายอำนาจ ทองขำ ผู้เสียชีวิต
โดยจุดที่เกิดการกะเทาะหรือสึกกร่อนนั้น เป็นช่วงทางโค้งก่อนลงสะพานต่างระดับ ส่วนสาเหตุที่ทำให้พื้นถนนเกิดการกะเทาะได้นั้น ก็มาจากหลายปัจจัย อาทิเช่น สภาพของสะพานที่ก่อสร้างมานานเกือบ 40 ปี ผนวกกับ ปริมาณรถที่มีเป็นจำนวนมากในช่วงเวลาดังกล่าว สินค้าหรือวัตถุดิบที่รถแต่ละคันบรรทุก และ แรงสั่นสะเทือน เป็นต้น
โดยทั้งนี้หลังเกิดเหตุที่น่าเศร้าสลด ทางฝ่ายงานซ่อมสร้างสะพาน ก็ได้เข้ามาดำเนินการปรับปรุงซ่อมแซมจุดดังกล่าวแล้ว เพื่อให้เกิดความมั่นคงปลอดภัยในระดับหนึ่ง จากนี้ทางศูนย์สร้างและบูรณะสะพานฯ กรมทางหลวง โดยช่างผู้ชำนาญ พร้อมอุปกรณ์ตรวจวัดที่มีคุณภาพสูง จะเข้ามาดำเนินการสำรวจ ตรวจสอบ และตรวจวัดความมั่นคงแข็งแรงของสภาพพื้นผิวสะพานต่างระดับแห่งนี้ ตามคำสั่งของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ที่สั่งทบทวนระบบการบริหารงานบำรุงรักษาสะพาน โดยมอบให้ทางหลวงฯ เข้าเช็กสะพาน 17,500 แห่ง ต้องเข้มงวดมาตรการความปลอดภัย – บำรุงรักษาอย่างต่อเนื่อง
ซึ่งในส่วนของสะพานบนถนนพระราม 2 (ทล.35) มีทั้งหมด 209 แห่ง ก็ได้สั่งการให้ตรวจสอบทั้งหมดเช่นกัน หากพบว่ามีปัญหาด้านความปลอดภัย ไม่เป็นไปตามมาตรฐานจะต้องซ่อมแซมทันทีเพื่อไม่ก่อให้เกิดความเสี่ยงขึ้นอีกเด็ดขาด ตลอดจนยังเป็นการดำเนินการตามข้อสั่งการของผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาครที่กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการสำรวจความมั่นคงแข็งแรงและความปลอดภัยของสะพานทุกแห่งในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาครอีกด้วย
นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร กล่าวว่า วันนี้ได้ร่วมกับแขวงทางหลวงสมุทรสาคร และ หมวดการทางเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบสะพานต่างระดับข้ามแยกพระราม 2 แห่งนี้ โดยภายหลังจากที่กรมทางหลวงได้รับทราบปัญหาและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วนั้น ก็ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบพร้อมกับซ่อมแซมแก้ไขตรงจุดที่เกิดการกระเทาะหลุดร่อนของพื้นปูนใต้สะพานจนตกใส่ยานพาหนะด้านล่างแล้ว
หลังจากนี้ทางสำนักฯ ที่เกี่ยวข้องก็จะเข้ามาทำการตรวจสอบอย่างละเอียด เพื่อนำไปสู่การซ่อมแซมอย่างถาวร ขณะที่ในส่วนของจังหวัดสมุทรสาคร โดยคณะกรรมการรักษาความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยจังหวัดสมุทรสาคร ก็ได้ขอความร่วมมือจากแขวงทางหลวงสมุทรสาคร และหมวดการทางในสังกัดของแขวงทางหลวงฯ เร่งตรวจสอบสะพานทุกแห่ง ทั้งสะพานต่างระดับ สะพานกลับรถ และสะพานลอยคนข้าม ที่มีอายุการใช้งานมานานแล้ว ต้องเร่งทำการสำรวจตรวจสอบให้ครบทุกสะพาน และต้องละเอียดที่สุด หากพบว่ามีความเสี่ยงหรือมีจุดที่ชำรุดอาจจะเกิดอันตรายได้นั้น ก็ต้องทำการปรับปรุงซ่อมแซมทันที โดยล่าสุดก็ได้รับรายงานว่า ทางแขวงทางหลวงได้จัดส่งเจ้าหน้าที่ดำเนินการแล้ว และจะมีการรายงานผลให้ทราบต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
’ภัทรพงศ์‘ลุยแก้ปัญหา‘นกชนเครื่องบิน’ลดเสี่ยงอุบัติเหตุทางอากาศ
‘ภัทรพงศ์‘สั่งตั้งคณะทำงานแก้ปัญหาอากาศยานชนนก เปิดข้อมูลปี 68 เกิดเหตุ 1,644 ครั้ง สร้างความเสียหายกว่า 530 ล้านบาท เดินหน้าลดความเสี่ยง ยกระดับความปลอดภัยการบินไทยสู่มาตรฐานสากลอย่างยั่งยืน
สมุทรสาครโชว์ตรวจฉี่ตำรวจ 102 นาย กู้ภาพลักษณ์องค์กร
พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 ได้จัดโครงการ “ตำรวจสีขาว” ของตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาคร
ฮือฮา! เปิดตัวน้ำปลาแท้ผลิตจากปลาหมอคางดำ
สมุทรสาครเปิดตัว "น้ำปลาแท้ผลิตจากปลาหมอคางดำ" ตรา หับเผยสร้างอาชีพผู้ต้องขัง ควบคู่การแก้ไขปัญหาแพร่ระบาดปลาหมอคางดำ
ชนสนั่น 3 คัน! รถบรรทุกปุ๋ยยางแตก เหาะข้ามเลน คนเจ็บ-วัวตาย
เจ้าหน้าที่ตำรวจพนักงานสอบสวน สภ.เสนางคนิคม อำเภอเสนางคนิคม จังหวัดอำนาจเจริญ รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุ บริเวณหน้าวัดศรีใคร ถนนชยางกูร 4 เลน (อำนาจเจริญ – มุกดาหาร) บ้านนาไร่ใหญ่
กระบะคอกซิ่งฝ่าสายฝน แหกโค้งชนสนั่นประสานงา ดับคาที่ 6 ศพ
ร.ต.ท.สานนท์ สิทธิดำรงค์ รอง สว.สอบสวน สภ.นาสัก อ.สวี จ.ชุมพร ได้รับแจ้งเกิดเหตุรถยนต์ชนกันมีผู้เสียชีวิตหลายราย และมีผู้บาดเจ็บติดอยู่ภายในรถ บนถนนสายเขาปีป-เขาทะลุ ม.13 ต.นาสัก อ.สวี จ.ชุมพร จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชา ให้ได้ทราบ ก่อนเดินทางไปตรวจสอบพร้อม ชุดกู้ชีพกู้ภัยสายชล มูลนิธิชุมพรการกุศลสงเคราะห์ เขตเขาทะลุ เขตสวี และชุดกู้ชีพกู้ภัยสมาคมพุทธประทีปหลังสวน
ขสมก.ส่ง‘สายตรวจพิเศษ’ประจำการณ์จุดตัดเสี่ยงตัดทางรถไฟ
’กิตติกานต์‘ส่งเจ้าหน้าที่’สายตรวจพิเศษ‘ลงพื้นที่ประจำจุดตัดทางรถไฟ พร้อมคุมเข้มวินัยพนักงานขับรถและพนักงานเก็บค่าโดยสาร สแกนตรวจสารเสพติดพนักงานขับรถ 100 % ย้ำมาตรการตรวจแอลกอฮอล์อย่างต่อเนื่อง

