รดน้ำศพ ร.ต.อ.พนากร อินทา วีรบุรุษผู้กล้า เสียชีวิตจากเหตุลอบวางระเบิด

รองผบช.ภาค9 นำข้าราชการตำรวจร่วมรดน้ำศพ ร.ต.อ.พนากร อินทา วีรบุรุษผู้กล้า เสียชีวิตจากเหตุลอบวางระเบิด ขณะปฏิบัติหน้าที่

17 พฤษภาคม 2568 - เวลา 13.30 น. ที่วัดสุวรรณรากร ตำบลบ่อทอง อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี พลตำรวจตรี กฤษฎา แก้วจันดี รองผู้บัญชาการตำรวจภาค9 เป็นประธานในพิธีรดน้ำศพ ร้อยตำรวจเอกพนากร อินทา อายุ 36 ปี รองสารวัตรสอบสวน สถานีตำรวจภูธรกะพ้อ ซึ่งเสียชีวิตจากเหตุคนร้ายลอบวางระเบิด เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2568 ที่ผ่านมา ขณะปฏิบัติหน้าที่ตรวจสอบเหตุแจ้งรถจักรยานยนต์หายบริเวณทางเข้าหมู่บ้านบีติง หมู่ 5 ตำบลตะโละดือรามัน อำเภอกะพ้อ จังหวัดปัตตานี

ภายในพิธีเต็มไปด้วยบรรยากาศโศกเศร้า มีผู้บังคับบัญชา ข้าราชการตำรวจ ทหาร ส่วนราชการ ตลอดจนญาติพี่น้อง และเพื่อนร่วมงานเข้าร่วมแสดงความอาลัยเป็นจำนวนมาก โดย พลตำรวจตรี กฤษฎา แก้วจันดี รองผู้บัญชาการตำรวจภาค9 ได้มอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้นแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต พร้อมร่วมวางพวงหรีดของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี, นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี , พลต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. เพื่อไว้อาลัย และมอบเหรียญบางระจัน เพื่อเป็นเกียรติแก่ความกล้าหาญของผู้เสียชีวิต ที่อุทิศตนปฏิบัติหน้าที่อย่างกล้าหาญจนวาระสุดท้ายของชีวิต

หลังเสร็จสิ้นพิธีรดน้ำศพ เจ้าหน้าที่ได้เคลื่อนย้ายร่างของ ร.ต.อ.พนากร ขึ้นรถยนต์ เพื่อประกอบพิธีส่งศพอย่างสมเกียรติ ก่อนนำกลับไปบำเพ็ญกุศลที่สำนักสงฆ์บ้านตันปลิง อ.นาหม่อม จ.สงขลา ด้วยรถยนต์

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า สำหรับความคืบหน้าล่าสุดจากการสืบสวนเบื้องต้น เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุอย่างละเอียด เพื่อเก็บรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ที่อาจเชื่อมโยงไปยังผู้ก่อเหตุ เบื้องต้นพบว่าระเบิดที่ใช้ในเหตุการณ์เป็นระเบิดแสวงเครื่อง น้ำหนักประมาณ 15 กิโลกรัม ซุกซ่อนไว้ในท่อระบายน้ำใต้ถนน จุดชนวนระเบิดในขณะที่เจ้าหน้าที่เดินทางมาถึง ทำให้เกิดแรงระเบิดอย่างรุนแรง ส่งผลให้ ร้อยตำรวจเอกพนากร อินทา เสียชีวิตในที่เกิดเหตุทันที และมีเจ้าหน้าที่อีกหนึ่งนายได้รับบาดเจ็บ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการรักษาตัวในโรงพยาบาล

นอกจากนี้ได้มีการสอบสวนทั้งผู้นำชุมชนและชาวบ้านในพื้นที่ เพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเบื้องหลังของเหตุการณ์สะเทือนขวัญครั้งนี้

เนื่องจากข้อมูลเบื้องต้นระบุว่า ก่อนเกิดเหตุไม่นาน มีชาวบ้านรายหนึ่งแจ้งต่อผู้ใหญ่บ้านว่ารถจักรยานยนต์ของตนสูญหายไปอย่างมีเงื่อนงำ ผู้ใหญ่บ้านจึงได้ประสานเรื่องไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อเข้ามาตรวจสอบและติดตามสถานการณ์ โดยขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดหนึ่งกำลังเดินทางเข้าพื้นที่เพื่อตรวจสอบข้อมูลดังกล่าว กลับตกเป็นเป้าของคนร้ายที่ซุ่มรออยู่ก่อนแล้ว

เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลจากกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียงและหลักฐานจากที่เกิดเหตุ เพื่อเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุและตรวจสอบว่าเกี่ยวข้องกับกลุ่มขบวนการใด โดยเบื้องต้นเชื่อว่าเป็นกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบที่เคลื่อนไหวในพื้นที่อำเภอกะพ้อและอำเภอสายบุรี ที่มักฉวยโอกาสในการก่อเหตุรุนแรงในลักษณะลวงเจ้าหน้าที่เข้าสู่พื้นที่เป้าหมาย

เจ้าหน้าที่จะเร่งติดตามไล่ล่าผู้ก่อเหตุ เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย และย้ำว่าเหตุการณ์ในครั้งนี้จะไม่ทำให้การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่หยุดชะงัก แต่จะเป็นแรงผลักดันให้ปกป้องประชาชนอย่างเต็มกำลังต่อไป

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รอง ผบ.ตร. สั่งทบทวนแผนด้านความมั่นคง หลังเกิดเหตุบึ้มปั๊ม 11 จุด

พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) เปิดเผยความคืบหน้ากรณีคนร้ายก่อเหตุลอบวางระเบิดรวม 11 จุด ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่า ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ได้รายงานสถานการณ์และความคืบหน้าการสืบสวนสอบสวนเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างเร่งติดตามจับกุมกลุ่มผู้ก่อเหตุ

'เสธ.ทบ.' น้อมรับสังคายนาการข่าวใต้ หลังเหตุเผาปั๊ม 11 จุด

พลเอก ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก กล่าวถึงการปรับปรุงด้านการข่าวหลังเกิดเหตุรอบวางระเบิดปั๊มน้ำมัน 11 จุด ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่า ตอนนี้ทุกหน่วยงานทำอยู่แล้ว แต่ละหน่วยงานร่วมกันปฎิบัติหน้าที่อยู่ในพื้นที่

นายกฯ รับต้องปรับปรุงการข่าว หลังเกิดเหตุลอบวางเพลิงหลายจุดในจว.ชายแดนใต้

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กล่าวถึงสถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้กำชับในเรื่องการ

พล.อ.รังษี มองเผาปั๊มน้ำมันชายแดนใต้ อาจโยงการเมืองระหว่างประเทศ

พลเอกรังษี กิติญาณทรัพย์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเศรษฐกิจ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีเหตุลอบวางระเบิด และวางเพลิงสถานีบริการน้ำมันพร้อมกัน 11 จุด ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่า รอบนี้เป็นรอบที่แปลกเพราะว่าโจมตีปั๊ม

แม่ทัพภาค 4 เชื่อมือเผาปั๊มน้ำมัน 11 จุด เป็นขบวนการเดียวกับ 'ปล้นทอง'

พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 และผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 กล่าวถึงความคืบหน้าเหตุคนร้ายก่อเผาปั๊มน้ำมันจำนวน 11 แห่งพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ว่า เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ทหารตำรวจและฝ่ายปกครอง ได้บูรณาการ แกะรอยคนร้ายหลังพบคราบเลือดในพื้นที่ในปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง ในอำเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส

นายกฯ ลั่นต้องสังคายนาการข่าวชายแดนใต้ ชี้ปมเผาปั๊มน้ำมัน 11 จุด มีหลายเหตุเกี่ยวพันกัน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ได้เรียก พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมว.กลาโหม นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และรองเสนาธิการทหารสูงสุด หารือเกี่ยวกับเหตุการณ์วางเพลิงปั้มน้ำมันจังหวัดชายแดนใต้เมื่อวันที่ 11 ม.ค. ที่ผ่านมา