ชาวบ้าน - ทหารผ่านศึก รวมพลเป็นยามเฝ้าแผ่นดิน คุมพื้นที่สวนปาล์มกว่า 2 หมื่นไร่ ดักจับโจรนายทุน "แก๊งพุงกาง" ขโมยผลผลิต หลังหมดสัมปทานนาน 10 ปี รัฐเกียร์ว่าง กอบโกยนับหมื่นล้าน
23 พฤษภาคม 2568 - จากกรณีชาวบ้านและอดีตทหารผ่านศึกนับพันคน รวมตัวกันเรียกร้องให้รัฐบาลและหน่วยงานเกี่ยวข้อง นำสวนปาล์มน้ำมันกว่า 23,000 ไร่ ที่หมดสัมปทานมาตั้งแต่ปี 2558 นานถึง 10 ปีแล้ว ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่ารับร่อ-ป่าสลุย อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร ที่รัฐเกียร์ว่างปล่อยปละละเลยให้กลุ่มนายทุน กลุ่มอิทธิพล และนักการเมืองใหญ่บางคน ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่รัฐบางกลุ่ม หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า "แก๊งพุงกาง" นำแรงงานต่างด้าว เข้าไปเก็บผลผลิตปาล์มขายอย่างต่อเนื่องวันละ 500-1000 ตัน กอบโกยรายได้เดือนละมากกว่า 100 ล้านบาท ปีละนับ 1 พันล้านบาท ทั้งๆที่หมดสัญญาสัมปทานนานถึง 10 ปี รวมผลประโยชน์กว่า 1 หมื่นล้านบาท โดยให้นำพื้นที่กลับมาบริหารจัดการ จัดสรรให้เกิดประโยชน์ต่อสาธารณะและจัดเป็นที่ทำกินแก่ชาวบ้าน เกษตรกรผู้ยากจนและคนไร้ที่ดินทำกิน ตามข่าวที่เสนอมาต่อเนื่องนั้น
วันที่ 23 พ.ค.68 ที่ศาลาอเนกประสงค์หมู่บ้าน หมู่ที่ 13 ตำบลหงษ์เจริญ อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร ชาวบ้านและอดีตทหารผ่านศึก ใช้เป็นศูนย์รวมทำกิจกรรมเรียกร้องถึงหน่วยงานรัฐและรัฐบาล จากกรณีปัญหาดังกล่าว พร้อมกับจัดตั้งเวรยามออกตรวจสอบในพื้นที่สวนปาล์มหมดสัมปทาน โดยใช้รถยนต์กระบะวันละ 4-5 -คัน พร้อมกำลังชาวบ้าน อดีตทหารผ่านศึก รวมกว่า 20 คน เพื่อป้องกันไม่ให้แรงงานต่างด้าวของขบวนการ "แก๊งพุงกาง" เข้ามาลักลอบตัดปาล์มและขนออกไปส่งให้โรงงานของนายทุนใหญ่ โดยมีชาวบ้านในพื้นที่และต่างพื้นที่ นำข้าวสารอาหารแห้ง สิ่งของอุปโภคบริโภค ทยอยเดินทางมามอบให้ อย่างต่อเนื่องทุกวัน เพื่อใช้เป็นเสบียงในการต่อสู้เรียกร้องจนกว่าจะลุล่วงตามวัตถุประสงค์ดังกล่าว
ด้าน นายประคอง จิตประสงค์ "ผู้ใหญ่หยีต" ตัวแทนชาวบ้านและอดีตทหารผ่านศึก เปิดเผยว่าพวกเรามารวมตัวกันเรียกร้องนานเกือบ 2 เดือนแล้ว กรณีสวนปาล์มกว่า 2 ไร่ หมดสัมปทานนาน 10 ปี ที่ปล่อยปละละเลยให้นายทุนเข้าไปเก็บผลประโยชน์ ขณะที่จังหวัดชุมพรไม่ได้อะไรเลย ซึ่งหลังจากที่สื่อได้นำเสนอข่าว เริ่มมีหน่วยงานเกี่ยวข้องลงให้ให้ความสนใจบ้างแล้ว มีแนวโน้มที่ดีขึ้น และจะรวมตัวกันทำกิจกรรมอย่างต่อเนื่องจนกว่ารัฐบาลจะไม่ต่อสัญญาสัมปทานใหม่ให้กับนายทุน และนำที่ดินทั้งหมดมาบริหารจัดการ จัดสรรให้แก่ราษฎรยากจน ผู้ไร้ที่ดินทำกิน ต่อไป
นายประคองเปิดเผยว่า หลังจากต่อสู้กันมาและสื่อมวลชนนำเสนอข่าว ขณะนี้นายทุนใหญ่ก็เริ่มถอยแล้ว โดยเก็บเครื่องจักร ถอดหัวรถพ่วงเทเลอร์บรรทุกปาล์มออก แต่อย่างไรก็ตามพวกเราก็ยังเดินหน้าต่อไป ซึ่งตอนนี้ได้จัดตั้งกำลังชาวบ้าน อดีตทหารผ่านศึก ทำหน้าที่เวรยามเฝ้าแผ่นดิน ออกตระเวนตรวจตรารอบๆพื้นที่สวนปาล์มน้ำมัน ตรวจสอบกลุ่มแรงงานต่างด้าว กลุ่มบุคคล และรถยนต์บรรทุกของพวกนายทุนที่ลักลอบเข้าไปบรรทุกปาล์มทะลายออกไปส่งให้โรงงาน หากพบเห็นก็จะสกัดไว้แล้วแจ้งเจ้าหน้าที่มาดำเนินการทันที
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากชาวบ้านและอดีตทหารผ่านศึกรวมตัวกันอย่างแข้มแข็ง ทำให้นายทุนและกลุ่มบุคคลในขบวนการแก๊ง "พุงกาง" ทำทีเป็นถอย แต่เบื้องลึกที่ไม่ใช้เครื่องจักร รถแบ็คโฮ และรถบรรทุกขนาดใหญ่เข้าพื้นที่เหมือนที่เคยทำมา ก็เพื่อตบตาหลอกชาวบ้าน แต่จะใช้วิธีการแบบกองทัพมด โดยใช้รถยนต์กระบะวิ่งเข้าไปบรรทุกผลผลิตปาล์มที่แรงงานต่างด้าวตัดกองไว้ ตามจุดต่างๆ แล้วนำออกมา เนื่องจากมีความสะดวกและคล่องตัวในการหลบเลี่ยง
โดยกองทัพมดจะนำปาล์มที่บรรทุกมากับรถยนต์กระบะ ไปส่งให้กับลานปาล์มของเอกชนที่เป็นอดีตนักการเมืองผู้กว้างขวางในพื้นที่ตำบลรับร่อ และในพื้นที่ใกล้ถนนเพชรเกษมอีก 2-3 จุด ที่นายทุนใหญ่เจ้าของโรงงานเช่าไว้ เพื่อตบตาว่าเปิดรับซื้อผลผลิตจากชาวบ้านทั่วไป ซึ่งทีมข่าวเฉพาะกิจจะรายงานความคืบหน้าต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ทะเลชุมพรคึกคัก นักท่องเที่ยวแห่ชม 'น้องพริกไทย' ฉลามวาฬเจ้าถิ่นสุดฮอต ทำเงินสะพัดสัปดาห์ละ 20 ล้าน
ดร.สุรินทร์ เหล่าพัทรเกษม ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดชุมพร เปิดเผยว่า บรรยากาศท้องทะเลชุมพรช่วงไฮซีซันเดือนเมษายน มีนักท่องเที่ยวเดินทางมา มาท่องเทียวทางทะเลดำนำชมปะการัง และชมฉลามวาฬกันจำนวนมาก เนื่องจากที "น้องพริกไทย"
'จูรี' โชว์ฝีปาก ของแพง แต่ยาบ้ากลับถูก รบ.ไม่กล้าทุบนายทุน แต่ทุบปชช.เตือนอย่ามูมมาม
'จูรี' ชี้ คำแถลงนายกฯ ย้อนแย้งความจริง ลั่น ปชช. หาเช้ากินค่ำเดือดร้อนหนัก ของแพง แต่ยาบ้ากลับถูกเหลือเม็ดละ 10 บาท ไม่กล้าทุบนายทุน แต่ทุบประชาชน จี้ รัฐแก้ต้นตอปัญหา พร้อมเตือนหลังจากนี้บริหารอย่ามูมมาม
อย่าให้คนไทยคิดผิดที่เลือกมา! 'ชูวิทย์' ฝากถึง 'นายกฯหนู'
นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมืองชื่อดัง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ "สงครามของคนไทย"
ข่าวดี 'สับปะรดสวี' ขึ้นทะเบียนสินค้า GI ของดีลำดับที่ 7 จังหวัดชุมพร
'อัยรินทร์' เผยข่าวดี 'สับปะรดสวี' ขึ้นทะเบียนสินค้า GI ของดีลำดับที่ 7 จ.ชุมพร สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจปีละกว่า 27 ล้านบาท คาดช่วยเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรผู้ปลูกได้เพิ่มขึ้น

