มหากาพย์ตลาดสดสุรนารีกลางเมืองย่าโม ปมพิพาทหวังฮุบที่ดินมรดกพันล้าน ศาลฎีกาพิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้น และ ศาลอุทธรณ์ของโจทก์ โดยให้ยกฟ้องโจทก์ มีผลคืนความยุติธรรมให้แก่ลุงสนิท และ ป้าประกอบ สุวรรณชาติ ที่ได้ล่วงลับไปแล้ว ได้คืนที่ดินนับเวลาที่รอคอยเกือบ 40 ปี
23 พฤษภาคม 2568 - ที่ห้องประชุมสำนักงานตลาดสุรนารี(ตลาดสุรนครเดิม) อ.เมือง จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นตลาดค้าส่งพืชผัก และผลไม้ ที่ใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน นายพิชญ์ สนธิ ที่ปรึกษากฎหมาย และบริหารบริษัท ตลาดสุรนารี จำกัด พร้อมด้วยนายไพโรจน์ สุวรรณชาติ ตัวแทนครอบครัวสุวรรณชาติ ทายาทนายสนิท – นางประกอบ สุวรรณชาติ , นางสาวชูศรี สุวรรณชาติ ทายาท , นางสาวปณยา สุวรรณชาติ และนางสาวเด่นนภา สุวรรณชาติ ทายาทฯ และทีมทนายความ มีนายยุทธการ ถนอมบุญ ทนายความ , นายสุขเกษม สิงหกลางพล ทนายความ ได้จัดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนพร้อมแจกจ่ายเอกสารการสำเนาคำพิพากษาของศาลฏีกา ระหว่างโจทก์ (สงวนชื่อ-นามสกุล) กับ นายปรีชา สุวรรณชาติ จำเลย พร้อมกันนี้ทายาทยังแจ้งขอประกาศข่าวให้ทราบโดยทั่วกัน และเพื่อเป็นวิทยาทานให้กับสังคมให้พึงระวังการให้ความเชื่อใจคนที่เข้ามาพบปะพูดจาหว่านล้อม เพื่อให้ได้ประโยชน์ในทรัพย์ของผู้อื่นที่หลงเชื่อ ตกเป็นเหยื่อของคนโลภ และขอให้เป็นอุทาหรณ์สอนใจให้พึงระวัง
การแถลงข่าวครั้งนี้จากกรณีที่ศาลฎีกามีคำพิพากษายกฟ้องตลาดสุรนารี คดีที่โจทก์ ซึ่งเป็นอดีตบุตรบุญธรรมของนายปรีชา สุวรรณชาติ 1 ใน 9 ทายาทโดยธรรมในกองมรดกตลาดสุรนารี เป็นโจทก์ยื่นฟ้องจำเลย คือ นายปรีชา สุวรรณชาติ ผิดสัญญาจ้างในการดำเนินการเกี่ยวกับคดีข้อพิพาทของตลาดสุนารี หรือชื่อเดิม ตลาดสุรนคร หลังจากก่อนหน้านี้ศาลชั้นต้น และศาลอุทธรณ์ มีคำพิพากษาให้จำเลย คือ นายปรีชา สุวรรณชาติ ชดใช้เงินแก่โจทก์เป็นจำนวนเงิน 452 ล้านบาท จนกระทั่งล่าสุดศาลฎีกาได้มีคำพิพากษากลับให้ยกฟ้องดังกล่าว
ทั้งนี้ ตลาดสุรนารี หรือชื่อเดิม ตลาดสุรนคร ถือเป็นตลาดกลางค้าส่งพืชผัก และผลไม้ใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีคดีฟ้องร้องกันตั้งแต่ปี 2537 จนถึงปัจจุบันมากมายนับร้อยคดี เป็นมหากาพย์ข้อพิพาทมายาวนานกว่า 30 ปี จนกลายเป็นปัญหาทางคดีความระหว่างผู้เช่า ผู้ให้เช่า และบุคคลในตระกูลเดียวกันมายาวนาน เนื่องจากผลประโยชน์ของตลาดที่มีรายได้เดือนละมากกว่า 10 ล้านบาท
นายพิชญ์ สนธิ ที่ปรึกษากฎหมาย และบริหารบริษัท ตลาดสุรนารี จำกัด และนายไพโรจน์ สุวรรณชาติ ตัวแทนครอบครัวสุวรรณชาติ เปิดเผยว่า “กองมรดกของนายสนิท-นางประกอบ สุวรรณชาติ โดยผู้จัดการมรดกทั้ง 6 ขอประกาศข่าวให้ทราบกันโดยทั่วไป และเพื่อเป็นวิทยาทานให้กับสังคม ให้พึงระมัดระวังการให้ความเชื่อใจคนที่เข้ามาพบปะ พูดจาหว่านล้อมเพื่อให้ได้ประโยชน์ในทรัพย์ของผู้อื่นที่หลงเชื่อ ตกเป็นเหยื่อของคนโลภดั่ง ลุงสนิท-ป้าประกอบ สุวรรณชาติ ที่ต้องสูญเสียโอกาสในที่ดินทรัพย์สินของตนไป จากการให้เช่าของบุคคลหนึ่ง เข้าครอบครองสร้างอิทธิพลกระทำผิดสัญญาเช่า ไม่จ่ายค่าเช่าตลาดเป็นเวลาถึง 30 ปี”
“จนกระทั่งลุงสนิท - ป้าประกอบ สุวรรณชาติ ถึงแก่ความตายไปก่อนจะมีคำสั่งศาลฎีกาถึงที่สุด ให้คืนที่ดินให้และชดใช้ค่าเสียหาย ตกทอดมาถึงรุ่นลูก ทายาทโดยธรรม ผู้มีสิทธิรับมรดกตกทอดทั้ง 9 ผู้จัดการมรดกทั้ง 6 ในปัจจุบันนี้”
“ต่อมาระหว่างต่อสู้คดีความกันกับผู้ครอบครองบริหารตลาดบนที่ดินแปลงมรดกนี้ได้มีบุคคลอีกบุคคลหนึ่งเข้ามาอาสาติดตามทวงถามมรดก และติดตามที่ดินมรดกคืนจากผู้ครอบครองบริหารผู้เช่าตลาดคนเก่า โดยเข้ามาพูดจาหว่านล้อมป้อนความเชื่อถือให้ นายปรีชา สุวรรณชาติ ทายาทโดยธรรม 1 ใน 9 ที่มีสิทธิในกองมรดกมอบอำนาจให้เป็นคนไปประสานงานมรดก ได้เข้าทำสัญญากัน”
“จนเป็นเหตุให้เกิดคดีฟ้องร้องกันขึ้น จนศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาให้นายปรีชา สุวรรณชาติ จำเลยชดใช้เงินให้แก่โจทก์ ซึ่งเป็นอดีตบุตรบุญธรรมของ นายปรีชา สุวรรณชาติ เป็นจำนวนเงินถึง 452 ล้านบาท ที่เป็นที่ทราบกันมาแล้ว ต่อมาโจทก์คดีดังกล่าวได้พยายามเข้าครอบครองตลาดสุรนารีมาตลอด และพยายามที่จะบังคับคดีโดยการขายทอดตลาดทรัพย์มรดกรายนี้”
“จวบจนวันนี้ ศาลฎีกาได้พิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้น และ ศาลอุทธรณ์ของโจทก์ โดยให้ยกฟ้องโจทก์ มีผลคืนความยุติธรรมให้แก่ลุงสนิท - ป้าประกอบ สุวรรณชาติ ที่ได้ล่วงลับไปแล้วได้คืนที่ดินนับเวลาที่รอคอยเกือบ 40 ปี ซึ่งตกเป็นมรดก 2 กองนี้”
“อุทาหรณ์สอนใจคนในครั้งนี้ ให้พึงระมัดระวังผู้คนอย่าดูแต่หน้าตา และคำพูดที่สุภาพน่าเชื่อถือ จนต้องตกเป็นเหยื่อคนที่ประสงค์จะเอาทรัพย์ของผู้อื่นเหมือนเหตุการณ์ครั้งนี้”
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ไปกันใหญ่! 'ทรัมป์' ให้ศาลฎีกาสหรัฐ 'จงรักภักดี' ต่อตัวเขา
เอเอฟพีรายงานเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เรียกร้องให้ผู้พิพากษาศาลฎีกาสหรัฐฯ "จงรักภักดี" ต่อคำสั่งบริหารของเขาที่ห้ามการให้สัญชาติโดยกำเนิด พร้อมทั้งวิพากษ์วิจารณ์คำตัดสินล่าสุดของศาลที่คัดค้านมาตรการภาษีนำเข้าของเขา
'บุรีรัมย์'รับถ้วยแชมป์'ไทยลีก1+10ล. เหลือเชื่อเมืองทองลงไปเล่นT2 พร้อมนครราชสีมา-พลังกาญจน์
บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด คว้าแชมป์ การแข่งขันฟุตบอล BYD Sealion6 League 1 ฤดูกาล 2025/26 พร้อมเงินรางวัล 10 ล้านบาท และสิทธิ์ในการเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอล AFC Champions League Elite รอบลีก สเตจ ฤดูกาล 2026/27
ชาวโคราช จัดงานรำลึกผู้นำแห่งศรัทธา 'พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ'
นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ประธานพรรคชาติพัฒนา นำพี่น้องประชาชนชาว จ.นครราชสีมา ประธานชุมชน ผู้นำชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กลุ่มสตรี อสม. รวม 90 ชุมชน พร้อมด้วยนายปกครอง ผาสุขยืด หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา , นายเทวัญ ลิปตพัลลภ ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี(ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์) , นายแพทย์วรรณรัตน์ ชาญนุกูล
กวาดล้างขบวนการ 'ใบเกิดทิพย์' เอื้อจีนเทา เพิกถอนสถานะแล้ว 50 ราย
นายวิฑูรย์ ศิรินุกุล รองอธิบดีกรมการปกครอง ในฐานะนายทะเบียนกลาง พร้อมคณะเจ้าหน้าที่กรมการปกครอง และเป็นประธานประชุมติดตามกรณีการตรวจสอบข้อมูลทะเบียนราษฎรเกี่ยวกับการแจ้งเกิดโดยมิชอบ หรือ “เกิดทิพย์” ที่มีการนำไปใช้เอื้อประโยชน์ให้ชาวต่างชาติ
'วัส ติงสมิตร' ถอดรหัสฎีกา เมื่อเลขหลังบัตรเครดิตไม่ใช่ 'ทรัพย์' ความท้าทายในโลกดิจิทัล
นักวิชาการอิสระ เผยในทางกฎหมายอาญาไทย คำวินิจฉัยล่าสุดจากศาลฎีกากำลังย้ำเตือนเราว่า ความหมายของคำว่าทรัพย์ กับ มูลค่าทางเศรษฐกิจ อาจไม่ใช่เรื่องเดียวกันเสมอไป
จับ 3 จนท.รัฐ แจ้งเกิดเท็จให้แก๊งจีนเทา 'นายก ทต.โพธิ์กลาง' ตรวจย้อนหลัง 5 ปี ยันเอาผิดถึงที่สุด
ความคืบหน้ากรณีเทศบาลตำบลโพธิ์กลาง จ.นครราชสีมาที่เกิดขบวนการทุจริตแจ้งเกิดเท็จให้ลูกชาวจีน-เมียนมา เพื่อให้ได้สัญชาติไทย ในพื้นที่ จ.นครราชสีมา ปฏิบัติการ “ย้อนเกล็ดมังกร” ขยายผลต่อเนื่อง หลังคณะทำงาน DOPA N.I.C.E. ผนึกกำลัง ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) และตำรวจ CIB เปิดคดีที่ 3 พบขบวนการทุจริตแจ้งเกิดเท็จให้ลูกชาวจีน-เมียนมา เพื่อให้ได้สัญชาติไทย ในพื้นที่ จ.นครราชสีมา

