ตำบลชำรากเงียบ ส่วนใหญ่อพยพไปอยู่ตัวเมืองเกือบหมด มีเพียงบางคนอยู่เฝ้าบ้าน พร้อมเล่านาทีปะทะ นอนฟังเสียงปืน-ระเบิดยันเช้า อดีตสารวัตรกำนันบอกเหตุการณ์ไม่น่ากลัวเหมือนอดีต ปี 2528 เผยทหารเกาะกงขุดแท่นติดตั้งปืนกลออกแล้ว
26 กรกฎาคม 2568 - ที่ต.ชำราก อ.เมือง จ.ตราด หลังเกิดเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างทหารฝั่งกัมพูชาด้านจังหวัดตราดในพื้นที่ตำบลชำราก อ.เมือง จ.ตราดในช่วงเช้าตรู่วันนี้ และทางกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราดได้ยิงตอบโต้ไป ตามยุทธการ“ตราดพิฆาตไพรี 1”นั้น
ในช่วงสายวันนี้ ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ตำบลชำรากสำรวจบรรยากาศหลังจังหวัดตราดได้ทำการอพยพประชาชนในพื้นที่ตำบลชำรากไปอยู่ในตัวเมืองตราดเพื่อความปลอดภัย ซึ่งทำให้บรรยากาศในพื้นที่ตำบลชำราก ตั้งแต่เทศบาลตำบลชำราก และทางเข้าวัดชำราก และเส้นทางขึ้นสู่ยุทธการชำราก บ้านเรือนปิด มีเพียงบางหลังคาเตือนที่ยังเฝ้าบ้านอยู่ เนื่องจากกลัวได้รับอันตรายจากการปะทะ มีแต่เพียงชุดชรบ.หมู่บ้าน และเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลชำรากที่ทำงานและเฝ้าติดตามสถานการณ์อยู่
ในขณะที่ร้านสะดวกซื้อ 7-11 ต้องปิดร้านในเวา 10.30 น. เนื่องจากเกรงว่า จะได้รับอันตรายจากสถานการณ์ พร้อมขนสินค้าจำนวนหนึ่งขับรถยนต์ออกไป
นายบุญธรรม ไทรใหญ่ อดีตสารวัตรกำนันตำบลชำราก เปิดเผยว่า ไม่ได้อพยพไปอยู่ในตัวเมืองตราดเหมือนคนอื่นๆ แต่ให้ลูกหลานไปแทน จึงอยู่กับภรรยาเนื่องจากต้องการเฝ้าบ้าน
อย่างไรก็ตาม ในเช้าตรู่วันนี้ ได้ยินเสียงปืนและการสู้รบกันไปมา โดยเริ่มจากระเบิดควันและพลุไฟที่สว่างไปทั่วภูเขา และมีเสียงปืนยิงปะทะกันอยู่นาน และก็เงียบหายไปในช่วงเช้า ซึ่งสถานการณ์ก็ไม่น่ากลัวเหมือนในอดีตที่ 2 ฝ่ายได้มีการสู้รบกัน โดยประชาชนชาวชำรากส่วนใหญ่อพยพไปอยู่ในตัวเมืองตราดหมดแล้ว สำหรับตนเองยังเกรงว่าสถานการณ์ยังไม่สงบอาจจะต้องอพยพไปอยู่ในตัวเมืองเช่นกัน
ชาวบ้านอีกหลายคน เช่น น้องวริศรา มุสิกวงศ์ ที่นอนอยู่ในบ้านคนเดียวบอกว่า ไม่กล้าอพยพไปที่ตัวเมืองเพราะห่วงบ้านจึงนอนอยู่กับบ้านและได้ยิยเสียงการปะทะจึงได้หลบอยู่ในบ้านเพียงอย่างเดียวและกลัว แต่ช่วงนี้จะไม่ออกไปไหนเช่นกัน
นายเล็ก มุสิกวงศ์ บอกว่า เมื่อคืนไม่ได้นอนที่บ้าน แต่ออกไปนอนที่อื่น และเช้านี้ก็เข้ามาบ้านหลังทราบว่า เช้าวันนี้มีการปะทะกันระหว่างทหารสองฝ่าย แต่ไม่ได้รุนแรงเหมือนเก่า
ด้านพ.ต.อ.มนตรี จินะ ผกก.สภ.บ้านท่าเลื่อน ต.ชำราก อ.เมือง จ.ตราด กล่าวว่า ทางตำรวจในพื้นที่ได้เตรียมความพร้อมในเรื่องการรักษาความปลอดภัยให้กับประชาชนในพื้นที่ รวมทั้งดูแลบ้านเรือนของประชาชนด้วย
นอกจากนี้ มีการตรวจสอบแรงงานกัมพูชา 2 คนที่ขับขี่รถจักรยายนต์ไปถ่ายภาพที่ตั้งฐานปืนใหญ่ในพื้นที่ และถูกทางชรบ.หมู่บ้านจับกุมและส่งตัวมาให้ทางตำรวจสภ.ท่าเลื่อนตรวจสอบ และพบว่า ไม่มีรูปฐานปืนใหญ่ จึงเรียกนายจ้างมารับตัวและแสดงหลักฐานการจ้างงานและหลักฐานการเดินทางเข้ามาทำงานอย่างถูกต้อง จึงปล่อยตัวไป และกำชับว่าห้ามถ่ายภาพดังกล่าว
นอกจากนี้ ในพื้นที่บ้านหาดเล็ก อ.คลองใหญ่ จ.ตราด ที่มีทหารเกาะกงทำการติดตั้งแท่นปืนกลที่เขาบรรทัดเหนือโรงแรมเกาะกงรีสอร์ทไว้ เเละเล็งมาที่บ้านหาดเล็ก ซึ่งติดตั้งไว้เมื่อวาน ปรากฏว่าวันนี้ได้ขุดออกแล้ว เพื่อลดความตึงเครียดระหว่างพื้นที่ชายแดน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ไม่ประมาท! 'ซ้อมแผนเผชิญเหตุ' รับมือกัมพูชายิง BM-21 ถล่มสะพานแม่น้ำตราด
บริเวณสะพานแม่น้ำตราด กองทัพเรือ ร่วมกับอำเภอเมืองตราด สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตราด โรงพยาบาลพระปิยมหาราช โรงพยาบาลกรุงเทพตราด กู้ภัยสว่างบุญช่วยเหลือจังหวัดตราด กู้ภัยหลักเกาะจังหวัดตราด
ทภ.2 พิสูจน์ชัด 'ลุงโยชน์' หลงข้ามแดนเอง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (18 พ.ค.) เวลา 12.00 น. กองทัพภาคที่ 2 โดยกองกำลังสุรนารี (กกล.สุรนารี) ได้มอบหมายให้หน่วยเฉพาะกิจที่ 2 (
มทภ.1 ลุยชายแดนสระแก้ว ตรวจซ้อมรบ ยืนยันความพร้อมปกป้องอธิปไตยของชาติ
พล.ท.วรยส เหลืองสุวรรณ แม่ทัพภาคที่ 1/ผบ.ศปก.ทภ.1 พร้อมคณะผู้บังคับบัญชา ลงพื้นที่ จ.สระแก้ว ตรวจสภาพความพร้อมรบ การฝึกและตรวจสอบเป็นหน่วยกองพัน ประจำปี 2569 ของกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ ณ กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 12 รักษาพระองค์ โดย แม่ทัพภาคที่ 1/ผบ.ศปก.ทภ.1 รับฟังการบรรยายสรุปเกี่ยวกับการฝึกในภาพรวม ซึ่งดำเนินการฝึกในห้วงวันที่ 18-24 พ.ค.69 ณ พื้นที่ฝึก อ.เมือง และ อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว
วุฒิสภา ชงรัฐบาลฉีก MOU 43 'สว.เสียงข้างน้อย' หวั่นยกเลิกทำไทยเสียเปรียบกัมพูชา
ที่ประชุมวุฒิสภา ได้พิจารณารายงานศึกษาเรื่องข้อดีข้อเสียการยกเลิกเอ็มโอยู 2543 และเอ็มโอยู 2544 เพื่อแก้ปัญหาาชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญ ที่มี นายนพดล อินนา สว. เป็นประธานกมธ.ฯพิจารณาแล้วเสร็จ
เผยเบื้องหลัง นายกฯสั่งการ ช่วย ‘ลุงโยชน์’
“อนุทิน” ยอมรับเป็นนิมิตหมายดีที่กัมพูชาส่งตัว “ลุงโยชน์” กลับไทย โดยไม่ใช้เป็นเงื่อนไขต่อรอง ย้ำไม่หมายความว่าทำแบบนี้แล้วไทยจะยอมทุกอย่าง ชี้ “UNCLOS”
นายกฯ มองเป็นนิมิตหมายดี กัมพูชาปล่อยตัว 'ลุงโยชน์' อย่าตีความไทยจะยอมทุกอย่าง
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีเมื่อวันที่ 15 พ.ค.ทางกัมพูชาได้ส่งตัวนายโยชน์ สายน้อย กลับประเทศไทยจะถือเป็นความร่วมมือ และสัญญาณในเชิงบวกหรือไม่ว่า ถือว่าแยกแยะได้

