ชาวบ้านในพื้นที่แนวชายแดน อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ โต้เป็นแค่วาทกรรมสวยหรู กรณี ‘ฮุน มาเนต’ โพสต์ยันกัมพูชา-ไทยเป็นเพื่อนบ้านกันตลอดไป ระบุหากเป็นเพื่อนบ้านทำไมต้องเสริมกำลังและยุทโธปกรณ์ประชิดชายแดน อีกทั้งทหารกัมพูชายังก่อเหตุยิงปืน-ขว้างระเบิดป่วนแนวชายแดน พร้อมเรียกร้องให้ทหารและรัฐบาลเร่งจัดการเด็ดขาด และจ่ายเงินเยียวยา หลังสถานการณ์เริ่มไม่ปกติและตึงเครียด
27 กันยายน 2568 - ทีมข่าวเดินทางลงพื้นที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งใน ต.บ้านกรวด อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่กระสุนปืนใหญ่ BM21 ของฝ่ายกัมพูชา ยิงตกลงมาใส่บ้านเรือนของประชาชนเสียหาย และสะเก็ดระเบิดยังถูกวัวของประชาชนเสียชีวิต หลังมีรายงานว่าสถานการณ์ชายแดนเริ่มไม่ปกติและมีความตึงเครียดอยู่ตลอดเวลา
ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ชายแดนต่างหวั่นวิตกกังวล เกรงว่าจะมีการเปิดศึกปะทะกันรอบ 2 ขึ้น รวมถึงมีกระแสข่าวว่า ในห้วงวันที่ 26-30 ก.ย.68 นี้จะมีการเปิดศึกยิงกันในรอบสอง ประกบอกับกระแสข่าวทหารฝ่ายกัมพูชา มีการยิงปืนและขว้างระเบิดเช็กระยะทหารไทยเพื่อป่วนแนวชายแดน ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ต้องยังใช้ชีวิตความเป็นอยู่ กันอย่างหวาดวิตก และต้องเตรียมพร้อมอยู่ตลอดเวลา
ซึ่งจากการลงพื้นที่สอบถามความเห็นของประชาชน ถึงสถานการณ์ความตึงเครียดที่เกิดขึ้น และในกรณีที่ นายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว พร้อมภาพพื้นที่ไทย-กัมพูชา เพื่อชี้แจงสถานการณ์ชายแดนระหว่างกัมพูชาและไทย โดยระบุว่า กัมพูชาและไทยเป็นเพื่อนบ้านกันมาหลายศตวรรษ และจะเป็นเช่นนี้ต่อไปในอนาคตนั้น
ชาวบ้านต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เป็นเพียงวาทกรรมอันสวยหรู ที่ต้องการพูดให้ฝ่ายกัมพูชาดูดีเท่านั้น รวมถึงสิ่งที่พูดออกมากับการกระทำในแต่ละครั้ง สวนทางกันตลอด จึงทำให้ชาวบ้านไม่เคยเชื่อถือในสิ่งที่ฝ่ายกัมพูชาพูดและกระทำออกมา ปากก็บอกว่าเพื่อนบ้านกันแต่ทำไมถึงมีการส่งทหาร และอาวุทยุทโธปกรณ์ประชิดแนวชายแดน และยิงปืนป่วนแนวชายแดนตลอด
พร้อมกับเรียกร้องให้ทหารและรัฐบาลได้เร่งจัดการแก้ไขปัญหาชายแดนไทยกัมพูชา ให้เสร็จสิ้นและจบลงโดยเร็ววัน เพื่อที่จะได้ไม่ต้องอยู่กันอย่างหวาดผวา รวมถึงขอให้รัฐบาลชุดใหม่ได้เร่งจ่ายเงินเยียวยาให้กับชาวบ้านในพื้นที่ได้รับผลกระทบ จากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชาด้วย เพราะตอนนี้ชาวบ้านแทบไม่มีเงิน ที่จะนำมาใช้จ่ายแล้ว ค้าขายก็ลำบาก จะออกไปทำไร่ทำสวนหรือกรีดยางก็ไม่สามารถออกไปทำได้เหมือนปกติ
น.ส.วิจิตรา บัณฑิต อายุ 33 ปี แม่ค้าขายก๋วยเตี๋ยวใน ต.บ้านกรวด อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ บอกว่าเชื่อไม่ได้กับคำพูดและการกระทำของกัมพูชา เพราะทุกวันนี้ก็ยังมีการขนทหารและอาวุธมาประชิดชายแดน รวมถึงกระแสข่าวที่ทหารกัมพูชายิงปืนป่วนแนวชายแดนในทุกวันนี้ ยิ่งทำให้เกิดความหวาดระแวง โดยเฉพาะในวันปกติที่บุตรหลานจะต้องไปโรงเรียน ยิ่งมีความเป็นห่วงวิตกกังวลเป็นพิเศษ เนื่องจากในหมู่บ้านของพวกตนมีกระสุนปืนใหญ่ BM21 ของกัมพูชายิงตกลงมาใส่บ้านเรือนและทำให้วัวของชาวบ้านเสียชีวิตด้วย รวมถึงการใช้ชีวิตและทำมาค้าขายก็ลำบาก
วันนั้นต้องทิ้งหม้อก๋วยเตี๋ยวไว้คาเตา ในวันที่เกิดเหตุกระสุนปืนใหญ่ BM21 ของกัมพูชายิงตกลงมา จึงอยากให้มีการจัดการให้จบลงโดยเร็ว เพราะคนที่อยู่ก็หวาดระแวง ทำมาหากินก็ลำบาก แต่ละวันต้องคอยระวังว่าจะมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นหรือไม่ ส่วนเงินเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบ จากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชาด้วย ก็ยังไม่ได้จึงอยากฝากให้รัฐบาลชุดใหม่ได้เร่งดำเนินการ จ่ายเงินเยียวยาให้ชาวบ้านเร็วที่สุด เพราะตอนนี้ชาวบ้านเดือดร้อนกันอย่างมาก ไม่สามารถประกอบอาชีพทำมาหากินได้ตามปกติ
ด้าน นางช้อย ยงปัญญา อายุ 83 ปี ชาวบ้านใน ต.บ้านกรวด อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ กล่าวถึงกรณีที่ นายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา โพสต์เฟซบุ๊กว่า กัมพูชาและไทยเป็นเพื่อนบ้านกันมาหลายศตวรรษ และจะเป็นเช่นนี้ต่อไปในอนาคต ว่าเชื่อถือไม่เคยได้หรอกกัมพูชา ทำยังกะแสดงละคร มันบอกว่ามันจะหยุดแต่ก็ยังรุกรานเราอยู่ และอยากให้ทหารดำเนินการให้เบ็ดเสร็จโดยเร็ววัน เพราะชาวบ้านยังไม่กล้าที่จะทำมาหากินได้ตามปกติ การใช้ชีวิตแต่ละวันก็ยากลำบากเพราะต้องอยู่อย่างหวาดระแวง ได้ยินเสียงฝนตกฟ้าร้อง เสียงเครื่องบิน และเสียงดังต่างๆก็ตกใจกลัวทุกครั้ง
ส่วนเงินเยียวยาก็ยังไม่ได้ก็อยากให้รัฐบาลชุดใหม่ได้จ่ายเงินเยียวยาให้ด้วย เพราะหากมีการสู้รบรอบสองเกิดขึ้น ก็ไม่มีเงินติดตัวไป ชาวบ้านก็รอแต่เงินเยียวยาที่ว่าจะได้แต่ก็ไม่ได้สักที จึงอยากให้จัดการให้เด็ดขาดเรื่องชายแดนและเงินเยียวยา.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
คณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน ลงพื้นที่ภูมะเขือ ผามออีแดง รับฟังข้อเท็จจริงเหตุปะทะชายแดนไทยกัมพูชา
กองทัพบก โดยกองทัพภาคที่สองได้นำ คณะผู้สังเกตการณ์อาเซียนประจำประเทศไทย (ASEAN Observer Team – Thailand: AOT-TH) ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา เพื่อรับทราบข้อเท็จจริงและสังเกตการณ์ผลกระทบที่เกิดขึ้นในพื้นที่ โดยคณะประกอบด้วยผู้แทนฝ่ายไทยและผู้แทนจากประเทศสมาชิกอาเซียน รวม 13 นาย ประกอบด้วยผู้แทนจากสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ สาธารณรัฐอินโดนีเซีย และมาเลเซีย
รมว.กลาโหม เผยโอนงบประมาณ เป็นงบกลาง สำรองทุกภารกิจชายแดนไทย-กัมพูชา
พลโทอดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมสภากลาโหม ว่า ในวันนี้ได้เข้าร่วมประชุมรัฐสภา เรื่องการโอนงบประมาณ ซึ่งเป็นไปตามที่รัฐบาล มีความต้องการในการใช้จ่ายงบประมาณ ซึ่งมีบางส่วนที่มีความจําเป็นที่ต้องโอนงบประมาณบางส่วนที่เบิกจ่ายให้ทัน ขึ้นอยู่กับแต่ส่วนราชการ มาใช้เป็นงบกลางของรัฐบาล
กองทัพบก กำชับกำลังพล 'อดทนอดกลั้น' ทหารเขมรยั่วยุหวังขยายผลทำลายไทยในเวทีสากล
พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยถึงความคืบหน้าสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา และแนวทางการดำเนินงานของกองทัพบก เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนต่อจุดยืนอันมั่นคงของฝ่ายไทย โดยกองทัพบกขอยืนยันเจตนารมณ์อันแน่วแน่ในการยึดถือข้อตกลงตามถ้อยแถลงร่วมจากการ
รบรอบสาม ไทย-เขมร มีแน่ ต้องไม่เลี้ยงไข้กัมพูชา
สถานการณ์"ไทยVSกัมพูชา"ยังคงต้องติดตามอย่างต่อเนื่อง โดยหลังจากไทยเข้าสู่กระบวนการประนอมภาคบังคับตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 (UNCLOS)
แม่ทัพภาค 2 มอบเหรียญ 'ยุทธบดินทร์-ศตวรรษ' เชิดชูทหารกล้าพิทักษ์อธิปไตย
พล.ท.วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 เดินทางลงพื้นที่บริเวณปราสาทตาควาย อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ เพื่อมอบวัตถุมงคลรุ่น “ยุทธบดินทร์-ศตวรรษ” จำนวน 20,000 เหรียญ (ชุดแรก) แก่กำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดน เพื่อสร้างขวัญกำลังใจและความเป็นสิริมงคลแก่ผู้ปฏิบัติภารกิจปกป้องอธิปไตยของชาติ
ตาเหยื่อรองสารวัตรปืนโหด เผยหลานแยกอยู่สามี 3 ปี ตร.ค้านประกัน
ครอบครัวประกอบพิธีรดน้ำศพหญิงวัย 39 ปี เหยื่อรองสารวัตรจราจรปืนโหดที่บุรีรัมย์ ท่ามกลางความโศกเศร้า ด้านตาเผยหลานไม่เคยเล่าปัญห

