ไฟไหม้ที่ทำการ อบต.โคกกลาง อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ อายุกว่า 20 ปีวอดทั้งหลังเครื่องใช้ สนง.เอกสารสำคัญถูกเผากลายเป็นเถ้าถ่าน คาดเสียหายหลายล้าน จนท.กว่า 40 ชีวิตไร้ที่ทำงาน ด้านนายกฯ ยันเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรไม่ใช่วางเพลิง เร่งรายงานจังหวัด และกรมส่งเสริมปกครองท้องถิ่น
21 ก.พ.2565 - น.ส.ทัศนีย์ ชิดสูงเนิน ท้องถิ่นอำเภอลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ พร้อมด้วยนายเจริญ สุขวิบูลย์ นายก อบต.โคกกลาง นายบริรักษ์ สาระวิถี ปลัด อบต.โคกกลาง และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพอาการที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) โคกกลาง ที่ถูกไฟไหม้เมื่อเวลาประมาณ 04.45 น. (21 ก.พ.) เช้ามืดที่ผ่านมา
จากการตรวจสอบพบว่าทั้งโรงสร้างอาคารที่ทำการ เครื่องใช้ภายในสำนักงาน ทั้งเครื่องถ่ายเอกสาร คอมพิวเตอร์ ตู้เก็บเอกสาร วัสดุครุภัณฑ์ รวมถึงเอกสารสำคัญทางราชการ ถูกเพลิงไหม้เสียหายทั้งหมด ถึงแม้เจ้าหน้าที่ดับเพลิงทั้งของ อบต.โคกกลางรวมถึง อบต.และเทศบาลใกล้เคียงเกือบ 10 คัน จะมาช่วยกันระดมฉีดน้ำกันอย่างโกลาหล แต่ก็ไม่สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ เนื่องจากภายในที่ทำการมีอุปกรณ์และเอกสารต่างๆ ที่เป็นเชื้อเพลิงอย่างดี ทำให้เพลิงโหดลุกไหม้อย่างรุนแรง และรวดเร็ว ไม่สามารถจะเข้าไปเอาทรัพย์สินหรือเอกสารอะไรออกมาได้เลย โดยเจ้าหน้าที่ได้ใช้เวลาฉีดน้ำสกัดไฟนานกว่า 2 ชั่วโมงเพลิงจึงสงบ ซึ่งเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ลำปลายมาศ ก็ได้เข้าทำการตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมทั้งสอบปากคำเจ้าหน้าที่ที่อยู่เวรยาม ผู้เห็นเหตุการณ์ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเรียบร้อยแล้ว
จากข้อมูลพบว่าอาคารที่ทำการ อบต.โคกกลางดังกล่าว สร้างมาตั้งแต่ปี 2543 รวมปัจจุบันก็ 22 ปี ภายในที่ทำการดังกล่าวมีทั้งกองคลัง สำนักปลัดกองสาธารณสุข และกองการศึกษา ซึ่งหลังจากเกิดเหตุเพลิงไหม้เจ้าหน้าที่กว่า 40 ชีวิต ก็ไม่สามารถจะทำงานได้เนื่องจากอุปกรณ์ทุกอย่างถูกไฟไหม้หมด ซึ่งเบื้องต้นทางผู้บริหาร ก็จะได้จัดหาห้องทำงานชั่วคราวรวมถึงเครื่องใช้สำนักงานต่างๆ เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถทำงานได้ก่อนชั่วคราว
ด้านนายเจริญ สุขวิบูลย์ นายก อบต.โคกกลาง กล่าวว่าเมื่อเวลาประมาณตี 5 ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ว่าเกิดเหตุเพลิงไหม้ที่ทำการ อบต. ตนก็รีบเดินทางมาดูทันที เมื่อมาถึงก็พบว่าเพลิงได้โหมลุกไหม้อาคารที่ทำการ อบต.อย่างรุนแรง เนื่องจากภายในมีเครื่องใช้สำนักงาน และวัสดุครุภัณฑ์ต่างๆ ที่เป็นเชื้อเพลิงอย่างดี ประกอบกับมีลมกรรโชกแรง ทำให้เพลิงลุกไหม้อย่างรวดเร็ว มีเสียงดังคล้ายระเบิดจากเครื่องใช้ไฟฟ้าหลายครั้ง ซึ่งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงของ อบต.โคกกลางเอง ก็พยายามฉีดน้ำดับไฟ แต่ไม่สามารถสกัดเพลิงไว้ได้ จึงต้องประสานรถดับเพลิงจาก อบต. และเทศบาลใกล้เคียงมาช่วย แต่กว่าเพลิงจะสงบก็ถูกไฟไหม้เสียหายทั้งหมดแล้ว
เบื้องต้นคาดว่าทั้งตัวอาคาร และอุปกรณ์ต่างๆ มูลค่าความเสียหายหลายล้านบาท ส่วนสาเหตุก็น่าจะเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรปิด ไม่ใช่การวางเพลิงอย่างแน่นอน ซึ่งก็ได้รายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไปยังทางจังหวัด ท้องถิ่นจังหวัด และกรมส่งเสริมปกครองท้องถิ่น ได้รับทราบตามขั้นตอนแล้ว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
รวบแล้ว โจรจี้ชิงเงินแสนพนักงานปั๊ม สารภาพนำไปเปย์สาว-เล่นพนันออนไลน์
ตามรวบโจรหนุ่ม จี้ชิงเงิน 1.2 แสน พนักงานปั๊มน้ำมันขณะจะเก็บเข้าเซฟ หลังหนีกบดานข้ามจังหวัดกว่า 2 สัปดาห์ ที่แท้เคยเป็นพนักงานปั้มถูกไล่ออกเพราะลักทรัพย์เงินปั้ม สารภาพเงินที่ชิงไปเอาไปกินเที่ยวเปย์สาว และเล่นพนันออนไลน์
'พนักงานจ้างท้องถิ่น' เฮ! ขึ้นค่าตอบแทน ย้อนหลัง 1 พ.ค. 67
รัฐบาลเดินหน้าปรับค่าตอบแทน 'พนักงานจ้างท้องถิ่น' มีผลย้อนหลัง 1 พ.ค. 67 ยกระดับรายได้ให้สอดคล้องนโยบายปรับเงินเดือนภาครัฐ
'ปธ.โสภณ' ลงพื้นที่บุรีรัมย์ กำชับโรงพยาบาล บำบัดยาเสพติดเชิงรุก แยกผู้ป่วยเคสสีแดง
‘ปธ.โสภณ’ ลุย รพ. แยกผู้ป่วย เครสสีแดง คลุ้มคลั่งออกจากผู้ป่วยทั่วไปขับเคลื่อนนโยบายรวมพลังรักศรัทธา บำบัดยาเสพติดเชิงรุก เน้นเข้าถึงผู้เสพอย่างเข้าใจและเป็นระบบ
พายุฝนถล่มนางรอง บ้านพังกว่า 10 หลัง เสาล้มทับยายวัย 75 บาดเจ็บ
พายุฝนกระหน่ำอย่างหนักใน อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ พัดบ้านเรือน ปชช.ได้รับความเสียหายกว่า 10 หลังคาเรือน ยาย 75 โดนเสาทับแขนบาดเจ็บ นอภ.พร้อมปลัดและผู้นำชุมชน รุดลงพื้นที่สำรวจให้กำลังใจผู้ประสบภัย เร่งรวบรวมข้อมูลเสนอจังหวัดให้ความช่วยเหลือ
'วิโรจน์' บี้ 'กทม.' หามาตรการป้องกันไฟดูด-ไฟลัดวงจร ป้องกันความสูญเสียชีวิตทรัพย์สิน
วิโรจน์ ลั่น กทม. เป็นเมืองที่ไม่มีใครถูกไฟดูดตายในบ้านได้ ไม่ต้องมีเหตุไฟไหม้จากไฟลัดวงจรได้
ญาติร้องรัฐเยียวยา พายุลมแรงต้นไม้ล้มทับคนตายที่เขื่อนลำนางรอง เข้ารพ.อีก 5 ราย
คืบหน้าเหตุพายุถล่มวันสงกรานต์พัดต้นยูคาลิปตัสขนาดใหญ่โค่นล้มทับ นทท.ที่เขื่อนลำนางรอง จ.บุรีรัมย์ บาดเจ็บ 6 ราย ล่าสุดเสียชีวิต 1 ราย ส่วนอีก 5 รายออกจาก รพ.แล้ว

