ปิดด่าน 5 เดือน การค้าชายแดนคลองใหญ่เสียหาย 5 พันล้าน สินค้าเถื่อนทะลัก วอนรัฐบาลเยียวยา

เศรษฐกิจการค้าชายแดนคลองใหญ่ จ.ตราด ปีนี้ทรุดหนัก เสียหาย 5 พันล้าน ท่องเที่ยววูบปิดท่าเรือหนี ผู้ประกอบการจี้รัฐเยียวยา หลังปิดด่าน 5 เดือน ขณะสินค้าเถื่อนทะลักเข้า-ออก

5 ธันวาคม 2568 - ที่ อ.คลองใหญ่ จ.ตราด สถานการณ์เศรษฐกิจในอำเภอคลองใหญ่หลังฝ่ายความมั่นคงปิดจุดผ่านแดนถาวรบ้านหาดเล็ก อ.คลองใหญ่ จ.ตราด มาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2568 หลังเกิดความขัดแย้งระหว่างประเทศไทยกับฝ่ายกัมพูชาส่งผลกระทบต่อการค้าขายการท่องเที่ยว และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องระหว่างจังหวัดตราดและจังหวัดเกาะกง ประเทศกัมพูชา โดยเฉพาะการค้าชายแดนที่มีมูลค่าระหว่างกันปีละ 3.4–3.5 หมื่นล้านบาท/ปี

แหล่งข่าว เปิดเผยว่า มูลค่าค้าขายชายแดนไทยกัมพูชาผ่านจุดผ่านแดนถาวรบ้านหาดเล็ก ปีงบประมาณ 2568 (เดือนตุลาคม 2567-เดือนกันยายน 2568) มีมูลค่า จำนวน 23,676,272,034.77 บาท มูลค่าส่งออก จำนวน 20,788,249,471.74 บาท ส่วนมูลค่านำเข้าจำนวน 2,898,022,563.03 บาท ส่วนปีงบประมาณ 2567(เดือนตุลาคม 2566-เดือนกันยายน 2567) มีมูลค่า จำนวน 29,099,247,022.05 บาท มูลค่าส่งออก 25,692,259,512,.13 จำนวน บาท ส่วนมูลค่านำเข้าจำนวน 3,406,987,509.92 บาท

จะเห็นได้ว่ามูลค่าค้าชายไทยกัมพูชาด้านจ.ตราดกับเกาะกง ผ่านจุดผ่านแดนถาวรบ้านหาดเล็ก พบว่า ปี 2568 มูลค่าการค้าขายลดลงไปมากถึง 5,402,974,987.01 บาท ซึ่งสาเหตุมาจากฝ่ายความมั่นคงห้ามนำสินค้าส่งไปยังกัมพูชาและไม่ให้สินค้ากัมพูชาเข้ามาโดยผ่านจุดผ่านแดนถาวรบ้านหาดเล็ก รวมทั้งแารห้ามคนไทยและคนต่างชาติเดินทางเข้ามายังจ.ตราดโดยผ่านช่องทางนี้ด้วย ส่งผลให้ธุรกิจการค้า การท่องเที่ยวของอำเภอคลองใหญ่ที่มีทั้งการค้าขายในระดับส่วนกลางที่สั่งสินค้ามาจากกรุงแล้วมาส่งทางช่องทางนี้ และสินค้าจังหวัดตราดก็ส่งไปจำหน่ายไม่ได้

ส่วนการขนส่งทางน้ำที่จะส่งไปยังกัมพูชาที่ไม่ใช้ 7 จังหวัดที่ติดกับกัมพูชายังสามารถส่งออกได้ เช่น มีผู้ประกอบการส่งสินค้าไปยังกัมพูชาโดยผ่านท่าเรือแหลมฉบัง หรือ มาบตะพุด หากมีเที่ยวเรือก็ทำได้ แต่ต้องยอมรับค่าขนส่งที่สูงขึ้น เพราะในประกาศของฝ่ายความมั่นคงไม่ได้ห้ามค้าขายกับกัมพูชา เพียงแต่ห้ามขนส่งทางบกตามช่องทางต่างๆเท่านั้น ซึ่งจะเห็นเรือสินค้าผ่านเกาะกูดอยู่บ่อยๆ ทั้งนี้ ทางศุลกากรทั้งหมดต้องปฏิบัติไปตามคำสั่งขอบฝ่ายความมั่นคงเพื่อกดดันกัมพูชา

ด้านนางวิยะดา ซวง ที่ปรึกษาประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจ.ตราด และผู้ประกอบการท่องเที่ยวในอำเภอคลองใหญ่ เปิดเผยว่า เศรษฐกิจอำเภอคลองใหญ่ได้รับผลกระทบจากการปิดจุดผ่านแดนถาวรหาดเล็กมาก ทั้งสินค้า คน หรือพาหนะไม่สามารถเดินทางเข้าออกได้ การค้าขายชายแดนทำไม่ได้ ทั้งที่มีการค้าทั้งระดับชาติและส่วนท้องถิ่น โดยเฉพาะท้องถิ่นกระทบทั้งหมด ทั้งค้าขายเล็กๆน้อย ไปถึงการจำหน่ายสินค้าขนาดใหญ่ นักท่องเที่ยวต่างชาติที่ไม่สามารถเข้ามาทั้งพนมเปญ หรือ สีหนุวิลล์เพื่อเข้ามาทางบ้านหาดเล็กเพื่อมาเที่ยวเกาะกูด เกาะช้าง ก็เข้ามาไม่ได้ เรือโดยสารท่องเที่ยวจากหาดเล็กไปยังเกาะกูด และไปเกาะช้างต้องปิดกิจการไปเพราะไม่มีนักท่องเที่ยว โรงแรมทั้งขนาดเล็กใหญ่ไม่มีนักท่องเที่ยวมาพัก กระทั่งรถยนต์โดยสารรับส่งนักท่องเที่ยวก็ไม่มีหยุดกันไปหมดแล้ว ตลอด 5 เดือนที่ผ่านผู้ประกอบการค้า การท่องเที่ยวเดือนร้อนมาก อยากจะให้รัฐบาลมาเห็นด้วยตา และช่วยกันเยียวยาและฟื้นฟูการค้า การท่องเที่ยวในอำเภอคลองใหญ่ให้กลับมาสู่ปกติ ไม่เช่นนั้นเราอยู่ไม่ได้

ด้านนายเชิดศักดิ์ ชุ่มนาเสียว นายอำเภอคลองใหญ่ เปิดเผยว่า เรียกได้ว่าอำเภอคลองใหญ่เงียบลงไปมาก การค้าขายหน้าด่านฯร้านค้าปิดเกือบ 100% รวมทั้งร้านกาแฟอเมซอน หรือ ร้านสะดวกซื้อ แต่มีแม่ค้าบางส่วนปรับตัวด้วยการเปิดร้านขายของเล็กๆน้อยๆ เช่น ร้านเครื่องดื่ม ร้านอาหารเล็กๆซึ่งขายทหารในพื้นที่และชาวบ้านในตลาดหาดเล็ก ส่วนรถขนส่งสาธารณะต้องหยุด หรือธุรกิจท่องเที่ยวก็ได้รับผลกระทบมาก โรงแรมไม่มีใครเข้ามาพัก ธุรกิจเรือโดยสารก็หยุดชั่วคราวเพราะไม่มีนักท่องเที่ยวจากฝั่งกัมพูชาเดินทางเข้ามา รวมทั้งแรงงานกัมพูชาเดินทางกลับบ้านทั้งหมด รถยนต์ไปมาจังหวัดตราดกับคลองใหญ่มีแต่รถยนต์ของชาวตราดทั้งนั้น

“ยอมรับว่า ชาวบ้านเดือนร้อน ผู้ประกอบธุรกิจหลายด้านต้องปิดตัว กลายเป็นช่องทางการค้าของปิดกฏหมาย แต่ไม่มีจำนวนเพิ่มขึ้น แต่ก็มีผลการจับกุมอยู่ตามที่เป็นข่าวในสื่อในระยะนี้มากขึ้น ทำให้ทางอำเภอคลองใหญ่ต้องเรียกหน่วยงานด้านชายแดนเข้ามากำชับเพื่อควบคุมดูแลและป้องกันปัญหา เนื่องจากอำเภอคลองใหญ่มีชายแดนที่ติดกับทะเลด้วย คนร้ายมักจะใช้เส้นทางนี้ เนื่องจากป้องกันยาก”นายอำเภอคลองใหญ่กล่าว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'สีหศักดิ์' จัดหนักเขมรกลางเวที UNCLOS ใส่ร้ายไทยไม่หยุด มุ่งแต่จะเอาทรัพยากร

นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในฐานะหัวหน้าคณะเจรจาฝ่ายไทย ให้สัมภาษณ์ หลังกล่าวถ้อยแถลงการประชุมครั้งแรกของคณะกรรมาธิการประนอมภาคบังคับ

'คนบ้านกรวด' ผวาประชุม UNCLOS ทำสถานการณ์ไทย-เขมร ตึงเครียดซ้ำ

ชาวบ้านชายแดน อำเภอบ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ กังวลประชุมเขตแดนทางทะเลไทย-เขมร อาจทำให้สถานการณ์ชายแดนกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง เผยยังได้ยินเสียงปืนเล็กจากฝั่งกัมพูชาที่ยิงยั่วยุต่อเนื่อง ลั่นคนในพื้นที่ไม่อยากให้เกิดความขัดแย้งหรือปะทะซ้ำอีก เพราะกระทบความเป็นอยู่และการประกอบอาชีพ

ตอบโต้รายวัน! ผอ.JIC สวนกัมพูชากล่าวหาไทยยิงก่อน

พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะ ผู้อำนวยการ ศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา(ผอ.JICไทย ) กล่าวถึงกรณีกระทรวงกลาโหมกัมพูชาปฏิเสธข้อกล่าวหาว่าเป็นฝ่ายเปิดฉากยิงก่อน พร้อมกล่าวหาฝ่ายไทยเป็นผู้โจมตีกัมพูชาโดยปราศจากการยั่วยุว่า การโต้แย้งด้วยถ้อยคำเพียงอย่างเดียวไม่อาจใช้ชี้ขาดว่าใครเป็นฝ่ายถูกหรือผิด สิ่งสำคัญคือการตรวจสอบลำดับเหตุการณ์ หลักฐานที่สามารถพิสูจน์ได้ และสถานการณ์แวดล้อมก่อนเกิดการปะทะอย่างครบถ้วน

ผอ.JIC ซัด 'ฮุนเซน' ไม่รักษาข้อตกลงหยุดยิง หลังอ้างเป็นแค่กระดาษไม่รับประกันสันติภาพยั่งยืน

พล.อ.อ. ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา (ผอ.JIC) ระบุถึงกรณีถ้อยแถลงของ ฮุน เซน เสนอคณะผู้สังเกตการณ์รัฐสภาหยุดยิง เพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ชายแดนขยายตัวว่า

'พล.ท.วันชนะ' เดือด! ฟาด 'ฮุนเซน-ฮุนมาเนต' จำใส่กบาลไว้ ทำข้อตกลงให้ครบก่อนค่อยมาคุย

พล.ท.วันชนะ สวัสดี ผู้อำนวยการสำนักงานประสานภารกิจด้านความมั่นคงกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (สน.ปร.มน.) และ รองโฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กสุดเดือดถึงปมชายแดนไทยกัมพูชาว่า ก่อนที่จะคิดไปไกลว่าจะคุย JBCทั้ง3คนนี้ประกอบด้วย ฮุนเซน และฮุนมาเนต รวมไปถึ

ไทยโต้กัมพูชาประท้วง 'อนุทิน' ลงพื้นที่ช่องอานม้า ถามใครให้อำนาจชี้เขตแดนฝ่ายเดียว

พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารไทย-กัมพูชา (ผอ.JIC) กล่าวถึงข้อกล่าวอ้างของกัมพูชา กรณีระบุว่านายกรัฐมนตรีไทยเดินทางเข้าไปใน “ดินแดนอธิปไตยของกัมพูชา” และเรียกการเดินทางดังกล่าวว่าunauthorised visit โดยตั้งคำถามกลับว่า