
กกต.บุรีรัมย์ รณรงค์ชวนประชาชนใช้สิทธิเลือกตั้งและประชามติ 8 ก.พ. ตั้งเป้าไม่น้อยกว่า 70% ชี้หากเกิดเหตุสุดวิสัยชายแดน พร้อมกำหนดสถานที่ลงคะแนนใหม่นอกเขต หรือปิดการลงคะแนน
6 ก.พ. 2569 – ที่ จ.บุรีรัมย์ นายปิยะ ปิจนำ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมด้วยนายเกรียงศักดิ์ สมจิต รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ พ.ต.อ.กัมพล วงษ์สงวน รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ นายสุรพงษ์ ทิพย์โอสถ ผู้อำนวยการ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ประจำจังหวัดบุรีรัมย์ ร่วมเป็นประธานเปิดกิจกรรมรณรงค์โค้งสุดท้ายการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และการออกเสียงประชามติ (Big Day)
ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดบุรีรัมย์ ร่วมกับจังหวัดบุรีรัมย์ คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 1 หน่วยงานส่วนราชการ สถานศึกษา เครือข่ายภาคประชาชน จัดขึ้น ที่บริเวณโดมอเนกประสงค์ วิทยาลัยเทคนิคบุรีรัมย์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์
โดยได้มีการปล่อยรถรณรงค์ประชาสัมพันธ์ เป็นขบวนปั่นจักรยานของนักปั่นจักรยานจิตอาสา จำนวน 120 คัน และขบวนเดินรณรงค์ของภาคีเครือข่าย นักเรียนนักศึกษา และพี่น้องประชาชน ร่วมเดินถือป้ายรณรงค์ประชาสัมพันธ์ และรณรงค์กระตุ้นให้ประชาชนออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง และออกเสียงประชามติ ในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ไปตามถนนสายต่างๆ ในเขตเทศบาลนครบุรีรัมย์ โดยมีส่วนราชการในจังหวัดบุรีรัมย์ ตลอดจนภาคีเครือข่าย ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน นักเรียนนักศึกษา และประชาชน เข้าร่วมกว่า 1,000 คน
เพื่อเป็นการสร้างการตระหนักรู้ให้แก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติได้ตื่นตัวและเห็นถึงความสำคัญของการเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติ ทั้งยังเพื่อเป็นการเชิญชวนให้พี่น้องประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งและออกเสียงประชามติอย่างอิสระ และคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญ
นายสุรพงษ์ ทิพย์โอสถ ผอ.กกต.ประจำจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า เพื่อเป็นการกระตุ้นให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งและออกเสียงประชามติ เล็งเห็นถึงความสำคัญของการเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติ รวมทั้งตระหนักถึงสิทธิและหน้าที่การเป็นพลเมืองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข จึงได้จัดกิจกรรมรณรงค์และประชาสัมพันธ์การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการออกเสียงประชามติขึ้น
จากสถิติตั้งแต่ปี 2544 เป็นต้นมา จ.บุรีรัมย์ มีประชาชนมาใช่สิทธิ์เลือกตั้งไม่น้อยกว่าร้อยละ 70% ซึ่งการเลือกตั้ง ส.ส.ที่จะมีขึ้นตั้งบเป้าไม่น้อยกว่าร้อยละ 70% และจำนวนบัตรเสียให้น้อยกว่าร้อยละ 3 ซึ่งได้มีการรณรงค์ให้ประชาชนได้ออกมาใช้สิทธิ์ให้มากที่สุด
“ส่วนในพื้นที่แนวชายแดนได้มีการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ ซึ่งหากในห้วงก่อนและวันเลือกตั้งเกิดเหตุการณ์สุดวิสัยที่อาจจะไม่สามารถจัดการลงคะแนนเลือกตั้งขึ้นได้ ถ้าเกิดก่อนวันเลือกตั้ง ทาง กกต.เขตก็จะพิจารณาประกาศกำหนดที่ลงคะแนนแห่งใหม่ นอกเขตเลือกตั้งนั้น แต่ถ้าหากเกิดเหตุในวันเลือกตั้ง กกต.ประจำหน่วยก็สามารถปิดการลงคะแนน แล้วรายงานให้ กกต.เขต เพื่อรายงานต่อให้ กกต.กลางทราบ ซึ่งได้มีการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานความมั่นคงอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การจัดการเลือกตั้งในครั้งนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย” นายสุรพงษ์ ระบุ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
กกต. ผุดอีเวนต์สัมมนาใหญ่ ถอดบทเรียนเลือกตั้ง-ประชามติ 25-27 มี.ค. ที่เชียงราย
กกต.ลุยถอดบทเรียนเลือกตั้ง-ประชามติ สัมมนาใหญ่ 25-27 มี.ค.นี้ ที่เชียงราย แบ่ง 5 กลุ่มย่อย สรุปข้อผิดพลาด บกพร่อง เตรียมรับมือการเลือกตั้งครั้งต่อไป พร้อมทำCSR เติมบุญวัดห้วยปลากั้ง
แม่ค้าชายแดนทรุด! ศึกเขมรเพิ่งซา พิษน้ำมันซ้ำ วอนรบ.ช่วยด่วน
แม่ค้าที่เปิดร้านขายไก่ทอด หมูปิ้ง ไส้กรอกย่าง ข้าวเหนียว และอาหารตามสั่งริมถนน ในหมู่บ้านตามชายแดนไทย-กัมพูชา อำเภอละหานทราย จ.บุรีรัมย์ เริ่มได้รับผลกระทบ
คำร้องคดีเลือกตั้งเสี่ยงโมฆะ หากศาล รธน.ทำลายหลักการจะเกิดวิกฤตศรัทธา
มติของที่ประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเมื่อ 18 มี.ค.ที่ผ่านมา ที่มีมติ 6 ต่อ 3 รับคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดิน ให้วินิจฉัยกรณีการจัดเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569
ดร.ณัฏฐ์ ชี้ปมบัตรเลือกตั้ง ภาระพิสูจน์ตกที่ กกต. หากแจงชัด ศาลรธน.อาจงดไต่สวน
“ดร.ณัฏฐ์” ชี้ปมคดีบัตรเลือกตั้ง เป็นปัญหาข้อเท็จจริง หน้าที่ กกต.พิสูจน์ หากมีพยานหลักฐานเพียงพอเปิดช่องให้ ศาล รธน. งดไต่สวน กำหนดวันชี้ชะตาได้
เปิดวาระลับ ประชุมศาลรัฐธรรมนูญ 18 มี.ค.นี้ เลือกตั้งโมฆะ 'ทัน-ไม่ทัน' พิจารณา
เปิดวาระลับตุลาการศาลรธน.นัดประชุมใหญ่พุธนี้ ยังไม่มีเผือกร้อน บัตรเลือกตั้งเป็นโมฆะเข้าพิจารณา แต่ต้องลุ้นจันทร์นี้ รอฝ่ายสารบรรณ-อนุกรรมการพิจารณาทำความเห็น หากไม่ทันรอถกสัปดาห์ถัดไป
อสม. บนสมรภูมิเลือกตั้ง จากด่านหน้าสาธารณสุขสู่ข้อครหากลไกซื้อเสียง?
ข้อกล่าวหาว่าอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หรือ “อสม.” อาจถูกใช้เป็นกลไกซื้อเสียงในสนามเลือกตั้ง กลายเป็นประเด็นที่สังคมหันมาพูดถึงมากขึ้น

