ประธาน และคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง ตามแนวชายแดน อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ เร่งจัดสถานที่เตรียมจัดการเลือกตั้ง สส.และลงประชามติ พรุ่งนี้ 8 ก.พ.69 จนท.ยอมรับแอบกังวลจะเกิดเหตุไม่สงบ แต่ก็พร้อมอพยพทันทีตามแผนที่มีการประชุม วอนเขมรอย่าสร้างสถานการณ์ป่วนเลือกตั้งไทย
7 กุมภาพันธ์ 2569 - ประธาน และคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง ในพื้นที่อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นพื้นที่ติดแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ที่เคยได้รับผลกระทบจากการสู้รบ ก็ได้เร่งจัดเตรียมสถานที่ คูหาลงคะแนน พร้อมติดป้ายประชาสัมพันธ์ต่างๆ เกี่ยวกับการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) และลงประชามติ ในวันพรุ่งนี้ (8 ก.พ.69) ซึ่งขณะนี้สถานการณ์ในพื้นที่ยังคงเป็นปกติ และคาดว่าจะสามารถจัดการเลือกตั้งได้อย่างราบรื่น ไม่น่าจะมีเหตุการณ์ไม่สงบขึ้น
อย่างไรก็ตาม หากในวันเลือกตั้งมีเหตุการณ์ยิงปะทะกัน หรือเหตุสุดวิสัยขึ้นจริงที่อาจจะนำไปสู่ความไม่ปลอดภัยทั้งกับเจ้าหน้าที่ และประชาชนที่มาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ทุกหน่วยเลือกตั้งที่อยู่ตามแนวชายแดน ก็มีแผนในการอพยพเจ้าหน้าที่ และประชาชน รวมถึงแผนการเคลื่อนย้ายอุปกรณ์ในการจัดการเลือกตั้งไว้แล้ว ซึ่งประธานกรรมการแต่ละหน่วยเลือกตั้งจะพิจารณาและตัดสินใจตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
ทั้งนี้ จากการสังเกตพบว่า หน่วยเลือกตั้งที่อยู่ตามแนวชายแดนจะถูกกำหนดให้อยู่ใกล้หลุมหลบภัย หรือบังเกอร์ เพราะหากเกิดเหตุการณ์ไม่สงบขึ้น จะได้เข้าไปหลบได้ทันเพื่อความปลอดภัยทั้งของประชาชน และเจ้าหน้าที่
นายวรวิทย์ ร่วมจิตร ประธานกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งที่ 5 เขตเลือกตั้งที่ 9 ต.จันทบเพชร อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ กล่าวว่า ก็รู้สึกกังวลบ้างนิดหน่อยแม้ตอนนี้จะไม่มีเหตุการณ์รุนแรงอะไร แต่ที่ผ่านมากัมพูชาก็สร้างสถานการณ์ยั่วยุตลอด จึงเกรงว่าฝ่ายกัมพูชาอาจจะสร้างถานการณ์ป่วนช่วงเลือกตั้ง แต่ก็ภาวนาไม่ให้มีเหตุการณ์อะไร เพื่อให้การเลือกตั้งผ่านไปด้วยความเรียบร้อย ซึ่งหน่วยเลือกตั้งนี้มีผู้มีสิทธิ์ จำนวน 460 คน ก็คาดว่าจะมีผู้มาใช้สิทธิ์ไม่น้อยกว่า 300 คน เพราะประชาชนค่อนข้างตื่นตัวกับการเลือกตั้งครั้งนี้มาก ทั้งนี้ ก็อยากวิงวอนทั้งทหารกัมพูชาและฝ่ายไทย อย่าให้มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นเลย เพื่อให้การเลือกตั้งผ่านไปด้วยความเรียบร้อยราบรื่น.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
คณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน ลงพื้นที่ภูมะเขือ ผามออีแดง รับฟังข้อเท็จจริงเหตุปะทะชายแดนไทยกัมพูชา
กองทัพบก โดยกองทัพภาคที่สองได้นำ คณะผู้สังเกตการณ์อาเซียนประจำประเทศไทย (ASEAN Observer Team – Thailand: AOT-TH) ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา เพื่อรับทราบข้อเท็จจริงและสังเกตการณ์ผลกระทบที่เกิดขึ้นในพื้นที่ โดยคณะประกอบด้วยผู้แทนฝ่ายไทยและผู้แทนจากประเทศสมาชิกอาเซียน รวม 13 นาย ประกอบด้วยผู้แทนจากสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ สาธารณรัฐอินโดนีเซีย และมาเลเซีย
รมว.กลาโหม เผยโอนงบประมาณ เป็นงบกลาง สำรองทุกภารกิจชายแดนไทย-กัมพูชา
พลโทอดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมสภากลาโหม ว่า ในวันนี้ได้เข้าร่วมประชุมรัฐสภา เรื่องการโอนงบประมาณ ซึ่งเป็นไปตามที่รัฐบาล มีความต้องการในการใช้จ่ายงบประมาณ ซึ่งมีบางส่วนที่มีความจําเป็นที่ต้องโอนงบประมาณบางส่วนที่เบิกจ่ายให้ทัน ขึ้นอยู่กับแต่ส่วนราชการ มาใช้เป็นงบกลางของรัฐบาล
กองทัพบก กำชับกำลังพล 'อดทนอดกลั้น' ทหารเขมรยั่วยุหวังขยายผลทำลายไทยในเวทีสากล
พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยถึงความคืบหน้าสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา และแนวทางการดำเนินงานของกองทัพบก เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนต่อจุดยืนอันมั่นคงของฝ่ายไทย โดยกองทัพบกขอยืนยันเจตนารมณ์อันแน่วแน่ในการยึดถือข้อตกลงตามถ้อยแถลงร่วมจากการ
รบรอบสาม ไทย-เขมร มีแน่ ต้องไม่เลี้ยงไข้กัมพูชา
สถานการณ์"ไทยVSกัมพูชา"ยังคงต้องติดตามอย่างต่อเนื่อง โดยหลังจากไทยเข้าสู่กระบวนการประนอมภาคบังคับตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 (UNCLOS)
แม่ทัพภาค 2 มอบเหรียญ 'ยุทธบดินทร์-ศตวรรษ' เชิดชูทหารกล้าพิทักษ์อธิปไตย
พล.ท.วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 เดินทางลงพื้นที่บริเวณปราสาทตาควาย อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ เพื่อมอบวัตถุมงคลรุ่น “ยุทธบดินทร์-ศตวรรษ” จำนวน 20,000 เหรียญ (ชุดแรก) แก่กำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดน เพื่อสร้างขวัญกำลังใจและความเป็นสิริมงคลแก่ผู้ปฏิบัติภารกิจปกป้องอธิปไตยของชาติ
ตาเหยื่อรองสารวัตรปืนโหด เผยหลานแยกอยู่สามี 3 ปี ตร.ค้านประกัน
ครอบครัวประกอบพิธีรดน้ำศพหญิงวัย 39 ปี เหยื่อรองสารวัตรจราจรปืนโหดที่บุรีรัมย์ ท่ามกลางความโศกเศร้า ด้านตาเผยหลานไม่เคยเล่าปัญห

