จับสึกยกวัด! 5 พระ-เณรมั่วสุมเสพยาบ้า ซ่อนอุปกรณ์ในบาตรเพียบ

28 มีนาคม 2569 - จากกรณีมีชาวบ้านนาดีหมู่ 13 และ หมู่ 14 ต.หนองซน อ.นาทม จ.นครพนม ยื่นหนังสือร้องทุกข์ถึงศูนย์ดำรงธรรม อ.นาทม ว่า ขอให้ตรวจสอบพฤติกรรมพระเณรลูกวัดป่าศิลาราม ซึ่งอาจจะพัวพันกับยาเสพติด โดยไม่ยอมออกบิณฑบาตอันเป็นกิจวัตรของพระภิกษุสงฆ์และสามเณร เพื่อเผยแผ่ศาสนาและโปรดสัตว์ตามวินัยพุทธกาล

น.ส.พิมพาภรณ์ สีน้ำเงิน นายอำเภอนาทม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอำเภอนาทม (ผอ.ศป.ปส.อ.นาทม) โดยตำแหน่ง สั่งการให้นายอัครเดช นาคสุวรรณ ปลัดอำเภอฝ่ายงานปกครอง และ หัวหน้าศูนย์ดำรงธรรม อ.นาทม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง อาทิ ผู้ใหญ่บ้านหมู่13 และ หมู่14 ต.หนองซน ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหนองซน (ผอ.รพ.สต.หนองซน) และ อส.อ.นาทม บูรณาการความร่วมมือ ร่วมกันตรวจสอบข้อเท็จจริง

พบว่าวัดดังกล่าวเป็นเพียงสำนักสงฆ์มหานิกาย ใช้สำหรับเป็นที่พำนักเพื่อบำเพ็ญศาสนกิจปฏิบัติธรรม ซึ่งยังไม่ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา มีพระอาจารย์นิติพล ทาสะโก อายุ 33 ปีเป็นผู้ดูแลพระลูกวัดจำนวน 5 รูป ประกอบด้วย พระภิกษุ 1 รูป สามเณร 4 รูป โดยส่วนใหญ่พระอาจารย์นิติพลจะรับกิจนิมนต์ญาติโยมทางฝั่งประเทศลาว และต่างจังหวัดประจำ จึงมีพระอาทิตย์ (สงวนนามสกุล) หรือพระอาม อายุ 27 ปีเป็นผู้ช่วยดูแลแทน

สืบสวนเพิ่มเติมทำให้ทราบว่า พระอามเป็นคน อ.เพ็ญ จ.อุดรฯ เพิ่งบวชเมื่อต้นปี 2569 ส่วนสามเณร 4 รูปมาจาก จ.สมุทรปราการ 2 คน จ.บึงกาฬ 1 คน และเป็นคนในพื้นที่อีก 1 คน อายุระหว่าง 13-17 ปี โดยทั้งหมดมีพฤติกรรมข้องเกี่ยวกับยาเสพติดจริง จึงได้ร่วมเดินทางไปยังสำนักสงฆ์ดังกล่าว พบสามเณรเอ(นามสมมติ) อายุ 13 ปียืนอยู่ตรงซุ้มประตูทางเข้า สอบถามได้ความว่าออกมาเดินเล่นเพราะอากาศร้อน แต่สามเณรเอมีท่าทีลุกลี้ลุกลน เจ้าหน้าที่จึงให้พาไปหาอีก 4 รูปที่ปิดประตูอยู่รวมกันภายในกุฏิ พร้อมกระจายกำลังล้อมกุฏิต้องสงสัยไว้

ปรากฏว่าผู้ที่อยู่ในกุฏิได้ยินเสียงเรียกของเจ้าหน้าที่ ก็โยนสิ่งของบางอย่างออกมาหน้าต่าง อส.ที่ล้อมอยู่ก็เก็บไว้เป็นหลักฐาน ภายในกุฏิราวไม่มีคนอยู่ สภาพรกรุงรังสิ่งของต่างๆกระจัดกระจายเกะกะ พบอุปกรณ์การเสพจำนวนมาก เช่น ไฟแช็กกว่า 10 อัน ไม้ซางที่ดัดแปลงเป็นหลอด กัญชาแห้งและสด ซ่อนอยู่ในบาตรพระ และบ้องกัญชาที่ใช้ขวดพลาสติกกับท่อพีวีซีประกอบ พร้อมนำทั้ง 5 รูปไปตรวนหาสารเสพติดในปัสสาวะ ปรากฏว่าเป็นฉี่สีม่วงทั้งหมด จึงนำตัวทั้ง 5 รูปไปให้เจ้าคณะตำบลหนองซน ดำเนินการสึก และจัดทำประวัติส่วนตัว เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษาของทางราชการ ทั้งนี้ยังได้ประสานข้อมูลกับ สภ.นาทม เพื่อสืบสวนและขยายผล ตามโครงการ "รวมพลัง รักศรัทธา แก้ไขปัญหายาเสพติด" ต่อไป

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้สอบถามพระอาจารย์นิติพล ทาสะโก เจ้าสำนักสงฆ์ทางโทรศัพท์ เปิดเผยว่ารู้สึกตกใจมากที่พระเณรลูกวัดมั่วสุมยาเสพติด ยอมรับมีกิจนิมนต์ข้างนอกบ่อยจึงไม่ค่อยอยู่ดูแล เวลากลับมาพวกเขาก็สงบเสงี่ยมกันดี ไม่คาดคิดว่าพวกเขาจะรวมตัวกันเสพยาเสพติด ส่วนในอนาคตจะมีผู้มาขออยู่ด้วยหรือไม่ ขึ้นอยู่ที่บุญบารมีของแต่ละคน

สำหรับยาบ้าทั้ง 5 คนให้การตรงกันว่า จะโทรสั่งให้คนในชุมชนมาส่ง เงินที่ซื้อก็เป็นที่ญาติโยมถวายด้วยความศรัทธาในพระพุทธศาสนา ส่วนกรณีที่ไม่ยอมออกไปบิณฑบาตอ้างว่า สำนักสงฆ์กับหมู่บ้านไกลกันจึงไม่ไปโปรดสัตว์อันเป็นกิจวัตรของพระภิกษุสงฆ์สามเณร แต่หากเจ้าสำนักมาก็จะออกไปบิณฑบาตกัน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ตชด.-ทหาร' จับแก๊งขนยาบ้าก่อนส่งเข้ากรุง ยึดได้ 3.96 ล้านเม็ด

ตรวจพบรถยนต์กระบะต้องสงสัย ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว มีความเคลื่อนไหวในพื้นที่ ต.น้ำก่ำ อ.ธาตุพนม จึงได้ไล่ติดตามมาจนถึงบ้านเช่าหลังดังกล่าว และได้แสดงตัวเพื่อขอตรวจค้น สามารถจับกุมผู้ต้องหา 2 ราย

ผู้ว่าฯนครพนม ลงพื้นที่ช่วยซ่อมบ้านผู้ป่วยติดเตียง เหตุพายุฤดูร้อนถล่ม อ.เรณูนคร

หลังจากเกิดพายุฤดูร้อน ในพื้นที่ อ.เรณูนคร จ.นครพนม ส่งผลให้บ้านเรือนราษฎรในพื้นที่ ต.โคกหินแฮ่ ต.นางาม ต.โพนทอง ต.เรณูใต้ และ ต.เรณู รวม 5 ตำบล ได้รับความเสียหายรวม 85 หลัง คอกสัตว์ 3 หลัง ยุ้งข้าว 2 หลัง และเสาไฟฟ้าหักโค่น 2 ต้น โชคดีไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตแต่อย่างใด ตามที่เสนอข่าวไปแล้ว

พายุฤดูร้อน ถล่ม อ.เรณูนคร กวาดตลาดโต้รุ่งราบเป็นหน้ากลอง

ได้เกิดเหตุพายุฤดูร้อนในพื้นที่ อ.เรณูนคร จ.นครพนม ส่งผลให้บ้านเรือนของราษฎรได้รับความเสียหายในหลายพื้นที่ โดยมีพื้นที่ประสบภัยรวม 5 ตำบล 11 หมู่บ้าน ต.นางาม ต.โคกหินแฮ่ ต.โพนทอง ต.เรณูใต้ และ ต.เรณู โดยในเขตเทศบาลเรณูนคร บริเวณตลาดโต้รุ่ง พ่อค้าแม่ค้ากำลังจัดเตรียมตั้งร้านกัน

บีบหัวใจ! แม่คนงานเรือมยุรีนารี ลุ้นระทึก นั่งเฝ้าหน้าจอ 6 ชม. ร้องไห้คนเดียวห่วงลูกเป็นอันตราย

แม่คนงานในเรือ "มยุรีนารี" เผยหลังรู้ข่าวเรือไทยถูกยิงกลางทะเลช่องแคบฮอร์มุซ ถึงกับร้องไห้คนเดียว ห่วงลูกเป็นอันตราย