เผยประชาชนนับล้านกำลังเผชิญความเสี่ยงจากสารพิษในแม่น้ำ “สว.นรเศรษฐ์” จวกรัฐให้ความสำคัญน้อยเกินไปเตรียมตั้งกระทู้ถามในสภา-วงประชุมเชียงรายถกเครียดหลังพบสารหนูแม่น้ำโขงสูงลิ่ว-ชี้สัตว์หน้าดิน 68%เสี่ยง-ส่งผลให้ลูกปลามีโอกาสรอดต่ำ 65%
18 เมษายน 2569 - นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สมาชิกวุฒิสภา (สว.) และประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค ให้สัมภาษณ์ว่า ภายหลังจากที่ กมธ.การพัฒนาการเมืองฯลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีแม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก และแม่น้ำโขงปนเปื้อนสารโลหะหนัก ขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนรวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำรายงานคาดว่าจะใช้เวลาอีกประมาณ 2 เดือนเพื่อสรุปข้อเสนอแนะเชิงนโยบายให้เสร็จสิ้น และอาจจะจัดเวทีเสวนาวิชาการเพื่อนำข้อมูลล่าสุดมาวิเคราะห์ร่วมกันอีกครั้ง
นายนรเศรษฐ์กล่าวว่า ผลการตรวจตะกอนดินครั้งที่ 10 ของกรมควบคุมมลพิษและพบสารโลหะหนักสูงถึง 296 มก./กก.ซึ่งสูงกว่าค่ามาตรฐานถึง 9 เท่า เป็นสถานการณ์อยู่ในระดับที่น่ากังวลอย่างยิ่งเพราะถือว่าตกอยู่ในความเสี่ยงแล้ว จนเข้าสู่โซนที่ต้องจัดการให้เป็นของเสียอันตราย ซึ่งสถานการณ์สอดคล้องกับปริมาณเหมืองแร่ที่เพิ่มขึ้นนับร้อยแห่งในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ผนวกกับภาวะภัยแล้งที่ทำให้น้ำน้อย ความเข้มข้นของสารพิษจึงยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น
“ผมคิดว่ารัฐบาลยังให้ความสำคัญกับเรื่องนี้น้อยเกินไปและพยายามไม่ทำให้เป็นเรื่องใหญ่เพียงเพราะไม่อยากให้ชาวบ้านตื่นตระหนก แต่ในความเป็นจริงชาวบ้านกำลังเสี่ยงต่อสุขภาพอย่างหนักจากการบริโภคน้ำ สัตว์น้ำ และผลิตผลทางการเกษตร หากรัฐบาลมองว่าเรื่องนี้ไม่อันตราย ผมคิดว่านี่คือสัญญาณที่อันตรายยิ่งกว่า"นายนรเศรษฐ์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า การปนเปื้อนรุนแรงเกิดขึ้นในแม่น้ำโขงที่เป็นแม่น้ำนานาชาติ ประเทศไทยควรมีบทบาทประสานกับเพื่อนบ้านหรือไม่ อย่างไร นายนรเศรษฐ์กล่าวว่า ไทยควรใช้การทูตเชิงรุกและกลไกกดดันทางเศรษฐกิจต่อผู้ลงทุนในเหมืองแร่ประเทศเพื่อนบ้าน
"เราต้องยกระดับปัญหานี้เข้าสู่เวทีอาเซียนและ UN ใช้หลักกฎหมาย No Harm หรือการไม่สร้างความเสียหายข้ามพรมแดนมาเจรจา และต้องกดดันผ่านห่วงโซ่อุปทาน หรือสถาบันการเงินที่สนับสนุนโครงการเหล่านี้ เพื่อให้ผู้ประกอบการมีความรับผิดชอบตามมาตรฐานสากล"นายนรเศรษฐ์ กล่าว
ประธาน กมธ.พัฒนาการเมืองฯกล่าวว่า แม้ในช่วงที่ผ่านมาเสียงสะท้อนในสภาจะเบาบางเนื่องจากจังหวะการเปิด-ปิดสมัยประชุม แต่หลังจากนี้จะใช้กลไกของวุฒิสภาในการตั้งกระทู้ถามรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง เพื่อทวงถามแนวทางการแก้ไขปัญหาที่ชัดเจน เพราะนี่คือเรื่องคุณภาพชีวิตของประชาชนนับล้านคนที่กำลังเผชิญกับสารพิษตกค้างอยู่ในลุ่มน้ำปัจจุบัน
ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2569 ณ ห้องประชุมสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเชียงราย นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานในการประชุมหารือเกี่ยวกับผลการตรวจวัดสารปนเปื้อนโลหะหนักในลุ่มแม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก และแม่น้ำโขง มีตัวแทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นักวิชาการและภาคประชาชนเข้าร่วม โดยหารือกรณีที่กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ตรวจพบสารปนเปื้อนในตะกอนดินแม่น้ำโขง อ.เชียงแสน ซึ่งสูงถึง 296 มก./กก. โดยมีข้อวิเคราะห์ว่าจะส่งผลกระทบต่อสัตว์น้ำ พบความเสี่ยงต่อสัตว์หน้าดินร้อยละ 68 โดยเฉพาะกลุ่มหอยซึ่งเปลี่ยนรูปสารหนูเป็นสารอินทรีย์ได้ยาก ขณะที่กลุ่มกุ้งได้รับผลกระทบน้อยกว่า ความเสี่ยงต่อปลา มีโอกาสปลาตายเฉียบพลันเพียงร้อยละ 15 เนื่องจากปลามีกระบวนการเปลี่ยนรูปสารหนูให้เป็นพิษต่ำได้ง่าย แต่จะส่งผลกระทบต่อการแพร่พันธุ์ โดยลูกปลามีโอกาสรอดต่ำลงถึงร้อยละ 65 ซึ่งอาจส่งผลให้ปริมาณการจับปลาลดลงร้อยละ 50 ในอนาคต
ที่ประชุมได้หารือถึงประเด็นการบริโภค โดยผู้เข้าร่วมประชุมบางส่วนเห็นว่าประชาชนยังสามารถบริโภคเนื้อปลาได้ตามปกติ เนื่องจากสารหนูยังไม่ส่งผลกระทบในระดับที่เป็นอันตราย อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมมีมติให้ประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชนให้ "หลีกเลี่ยงการบริโภคเครื่องในปลา" ซึ่งเป็นส่วนที่สะสมโลหะหนักสูงเพื่อความปลอดภัยสูงสุด
นอกจากนี้ ที่ประชุมเห็นชอบให้ดำเนินการเชิงรุกเพื่อลดความไม่แน่นอนในการประเมินผล โดยให้เก็บข้อมูลพื้นที่เสี่ยงเพิ่มเติม ทั้งสำรวจปริมาณปลาในรอบ 5-10 ปี สำรวจแมลงน้ำและสัตว์หน้าดิน ตรวจวัดค่า AVS (ตัวดักจับโลหะ), Organic Carbon (ปริมาณ Organic Carbon ที่เหมาะสมจะช่วยลดการแพร่กระจายของสารหนูในน้ำได้) และค่าความสัมพันธ์ของสารหนู (KD) ในตะกอนดิน เพื่อตรวจสอบ การ 'ตรึง' สารหนูเหล่านั้นไว้ไม่ให้เข้าสู่ห่วงโซ่อาหาร เช่น หอย หรือ ปลาได้มากน้อยเพียงใด รวมถึงติดตามการปนเปื้อนในเนื้อปลาอย่างต่อเนื่องทั้งในฤดูฝนและฤดูแล้ง
ในที่ประชุมยังได้หารือเรื่องความจำเป็นในการประกาศเตือนพื้นที่เสี่ยงบริเวณแม่น้ำโขง-ปากแม่น้ำรวกเนื่องจากพบสารหนูปนเปื้อนสูงกว่าระดับอันตรายต่อสัตว์หน้าดินถึง 9 โดยนักวิชการจากมหาวิทยาลัยนเรศวรให้ความเห็นว่ายังไม่มีความจำเป็นต้องประกาศปิดพื้นที่ เนื่องจากสารหนูในตะกอนดินซึมเข้าร่างกายทางผิวหนังได้น้อยมาก โดยอันตรายหลักจะเกิดจากการเข้าทางปาก ส่วนการพิจารณาว่าจะประกาศ "งด" หรือ "หลีกเลี่ยง" การบริโภคปลานั้น ที่ประชุมเห็นว่าควรมีการตรวจซ้ำในพื้นที่เสี่ยงเพื่อหาค่าการปนเปื้อนที่ชัดเจนก่อนประกาศมาตรการ เพื่อป้องกันความสับสนและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับวิถีชีวิตประชาชนโดยไม่จำเป็น
ในที่ประชุมกรมพัฒนาที่ดิน(พด.) ได้รายงานพบพื้นที่เสี่ยงที่มีสารหนูปนเปื้อนในดินสูงเกิน 25 มก./กก. รวม 18 จุดโดย 11 จุดเป็นพื้นที่น้ำท่วมถึงตลอดลำน้ำกก ใน 3 ตำบล ได้แก่ ต.ห้วยชมพู, ต.ดอยฮาง และ ต.แม่ยาว อ.เมืองเชียงราย ซึ่งแนวทางแก้ไขคือการตรวจแยกประเภทสารหนูระหว่างชนิดอินทรีย์และอนินทรีย์ เพื่อวางแผนจัดการที่ดิน เช่น การปรับปรุงคุณภาพดิน หรือส่งเสริมให้ปลูกพืชที่ไม่ซึมซับโลหะหนัก หรือพืชที่ไม่ใช่อาหารแทน
อย่างไรก็ตามที่ประชุมตั้งข้อสังเกตว่าอาจมีข้อจำกัดเรื่องงบประมาณในการตรวจวิเคราะห์ที่อาจล่าช้าจนข้ามช่วงฤดูฝนไป และในที่ประชุมได้มีการนำเสนอแอปพลิเคชั่น "พืชกินได้" ที่สามารถทำนายความสัมพันธ์ของโลหะหนักในดินและน้ำสู่พืชได้อย่างแม่นยำถึงร้อยละ 95 ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการวางแผนการใช้ที่ดิน สำหรับแอปพลิเคชัน "ปลากินได้" ที่เปิดใช้งานแล้วนั้น ปัจจุบันยังไม่พบปลาที่มีค่าปนเปื้อนเกินมาตรฐาน (สีแดง) แต่พบพื้นที่เฝ้าระวัง (สีเหลือง) บริเวณบ้านท่าตอน ซึ่งจะมีการขยายฐานข้อมูลสำรวจในพื้นที่เชียงแสนและพื้นที่เสี่ยงอื่นๆ ต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
รฟท.ปรับแผนสร้างทางคู่'เด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ'สู้วิกฤติฝุ่นภาคเหนือ
รฟท.อัปเดตทางคู่สายเหนือ “เด่นชัย–เชียงราย–เชียงของ”งานก่อสร้างคืบหน้า 59.570% ลุยปรับแผนสู้วิกฤติฝุ่น PM2.5 ภาคเหนือ ยันเดินหน้าเดินหน้างานต่อเนื่องไม่สะดุดเร่งทุกสัญญา ดันเปิดให้บริการตามเป้าปี 2571
'อนุทิน' แจมเป่าขลุ่ยวงผู้สูงอายุ บอก 'ฮั้ว สว' ของจริง
“อนุทิน” บินเชียงราย แจมเป่าขลุ่ย วงดนตรีไทยที่สนามบิน ปล่อยมุก “ฮั้ว สว ของจริง เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย”
ยึดน้ำมันดีเซล-เบนซิน 36 แกลลอน เตรียมขนลงเรือข้ามโขง ลักลอบส่งนอกประเทศ
น.อ.ปุณณรัตน์ ถมคำ รักษาราชการหัวหน้าสถานีเรือธาตุพนม (รรก.หน.สน.เรือธาตุพนม) หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง เขตนครพนม (นรข.เขตฯ) พร้อมกำลังชุดลาดตระเวนริมแม่น้ำโขง ออกเฝ้าตรวจบริเวณจุดผ่อนปรนตลาดการค้าไทย-ลาว อ.ธาตุพนม จ.นครพนม พบคนกลุ่มหนึ่งพยายามนำน้ำมันเชื้อเพลิงใส่แกลลอนเล็ก เพื่อเตรียมขนลงเรือข้ามฝั่งไปยังประเทศ สปป.ลาว เจ้าหน้าที่จึงเข้าทำการตรวจสอบทันที กลุ่มคนดังกล่าวอาศัยช่วงประชาชนมาจับจ่ายสินค้าเป็นจำนวนมากหลบหนีไป
มลพิษอื้อทั้งในน้ำ-อากาศ คนเชียงรายเผชิญทุกข์หนัก พบสารพิษเกินมาตรฐานในแม่น้ำกก ค่าฝุ่นสูงลิ่ว
มลพิษอื้อทั้งในน้ำ-อากาศ “คนเชียงราย” เผชิญทุกข์หนัก-คพ.รายงานสถานการณ์ในแม่น้ำกก-สาย-รวก-โขงยังพบสารโลหะหนักเกินมาตฐานหลายพื้นที่-ออกประกาศเตือนพื้นที่ อ.แม่สาย-อ.เชียงของ ค่าฝุ่นสูงลิ่วจนเป็นอันตราย
'สว.มณีรัฐ' จี้ สธ. เร่งออกมาตรการรับรองสวัสดิภาพคนหน้างาน หลังวิกฤตรพ.เชียงรายฯ
น.ส.มณีรัฐ เขมะวงค์ สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดเชียงราย เปิดเผยถึงกรณีบุคลากรทางการแพทย์และพยาบาล โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคร
'ธีระศักดิ์' สว.ป้ายแดง แทน 'หมอเกศ' ยันไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด
'ธีระศักดิ์' เข้ารายงานตัวเป็น สว. แทน 'หมอเกศ' ยันไม่ฝักใฝ่การเมืองฝ่ายใด พร้อมทำหน้าที่ผลักดันกฎหมายเพื่อประโยชน์ประชาชน ขอไม่วิจารณ์ข่าวปล่อยผีคดีฮั้ว 229 คน อ้างเกินอำนาจหน้าที่

