ศาลรธน.ปิดคดีบัตรเลือกตั้ง กกต.ลุ้นหนัก ยกคำร้อง มติ-คำตัดสินออกสูตรไหน?

หลังที่ประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 27 ก.ย.ที่ผ่านมา ประกาศให้วัน จันทร์ที่ 28 และอังคารที่ 29 กันยายน เป็นวันหยุดราชการกรณีพิเศษ เฉพาะพื้นที่กรุงเทพมหานคร จังหวัดนนทบุรี จังหวัดปทุมธานี และจังหวัดสมุทรปราการ อันเนื่องมาจากวิกฤตน้ำท่วม

ขณะที่ในส่วนของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งตั้งอยู่ที่ถนนแจ้งวัฒนะ ซึ่งก่อนหน้านี้ได้นัดประชุมตุลาการศาล รธน.เพื่อลงมติและอ่านคำวินิจฉัยคดี บัตรเลือกตั้ง ในวันจันทร์ที่ 28 ก.ย. เวลา 14.00 น.

ปรากฏว่าในช่วงหัวค่ำวันอาทิตย์ที่ 27 ก.ย. ทางศาลรัฐธรรมนูญได้ออกเอกสารข่าวยืนยันอย่างเป็นทางการว่าจะยังคงมีการประชุมตุลาการศาล รธน. ในเวลา 09.30 น. เพื่อลงมติคดีบัตรเลือกตั้ง และอ่านคำวินิจฉัยกลางในเวลา 14.00 น. ตามที่นัดไว้ล่วงหน้า ไม่มีการเลื่อนออกไปแต่อย่างใด

สำหรับคำร้องคดีบัตรเลือกตั้ง เป็นผลพวงมาจากการเลือกตั้งใหญ่ สส. เมื่อ 8 ก.พ.2569 ที่ผ่านมา ซึ่งในบัตรเลือกตั้ง สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีการพิมพ์บาร์โค้ดในบัตรลงคะแนนเสียงแบบบัญชีรายชื่อ และคิวอาร์โค้ดในบัตรลงคะแนนเสียงแบบระบบเขต ทำให้มีการตั้งข้อสังเกตและเสียงวิจารณ์ทางการเมืองและข้อกฎหมายว่า เป็นการทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นความลับที่ขัดกับรัฐธรรมนูญ จนมีการไปร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน

หลังผู้ตรวจการแผ่นดินนำเรื่องดังกล่าวมาพิจารณาก็มีมติเมื่อ 14 มี.ค. ส่งคำร้องพร้อมความเห็นไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้วินิจฉัยว่าบัตรเลือกตั้งทั้ง 2 ระบบ ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ โดยคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดินชี้ว่า การที่มีการกำหนดรูปแบบและจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งที่มีการใช้รหัสแท่งบาร์โค้ดและรหัสคิวอาร์โค้ด น่าเชื่อได้ว่า สามารถสืบทราบและตรวจสอบตัวตนผู้ลงคะแนน รวมถึงผลการลงคะแนนได้ ทำให้การออกเสียงลงคะแนนมิได้เป็น โดยลับ เป็นการกระทำที่ขัดหรือแย้งตามรัฐธรรมนูญหลายมาตรา เช่น มาตรา 85 95 224

ต่อมาที่ประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีมติเมื่อเดือนมีนาคม ด้วยเสียงข้างมาก 6 ต่อ 3 สั่งรับคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดินไว้วินิจฉัย ทำให้คดีบัตรเลือกตั้งเข้าสู่การไต่สวน และศาล รธน.ได้ดำเนินการไต่สวนมาตามลำดับ เช่น การสอบถามความเห็นเรื่องดังกล่าวจากพยานผู้เชี่ยวชาญ ที่ให้มีการทำหนังสือความเห็นกลับมายังศาล รธน.

จนกระทั่งศาล รธน.เห็นว่าคดีนี้จำเป็นต้องเปิดห้องพิจารณาเพื่อเรียกพยานที่เกี่ยวข้องไต่สวน อันจะทำให้การพิจารณาคดีมีความครบถ้วนรอบด้าน ทำให้เมื่อ 26 สิงหาคม ศาลรัฐธรรมนูญเปิดห้องไต่สวนพยาน 5 คน ประกอบด้วย แสวง บุญมี เลขาธิการ กกต.-นางนิตรีญา รัตนทัศนีย์ นักวิชาการคอมพิวเตอร์ชำนาญการ สำนักงาน กกต.-วรพงศ์ อนันต์เจริญกิจ ผอ.สำนักสนับสนุนการเลือกตั้ง กกต. และ 2 ผู้บริหารโรงพิมพ์เอกชน ที่รับงานพิมพ์บัตรเลือกตั้งให้ กกต.คือ ภาคภูมิ ภูมิอุดม กรรมการบริษัท ที.เค.เอส. เทคโนโลยี จำกัด และนางกัญญาณัฐ พิกุลทอง กรรมการบริษัท จันวาณิชย์ ซีเคียวริตี้ พริ้นท์ติ้ง จำกัด

ที่ก็มีการตั้งข้อสังเกตเช่นกันว่า เหตุใดศาล รธน.จึงไม่เรียกพยานฝ่ายผู้ตรวจการแผ่นดิน ในฐานะผู้ร้องหรือพยานบุคคลฝ่ายที่เคยออกมาเคลื่อนไหวหรือแสดงความเห็นว่า บัตรเลือกตั้งทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นความลับ มาไต่สวน

จนเมื่อเสร็จสิ้นการไต่สวนวันดังกล่าว ศาลออกประกาศกำหนดนัดแถลงด้วยวาจา ประชุมปรึกษาหารือ และนัดลงมติพร้อมฟังคำวินิจฉัยในวันจันทร์ที่ 28 กันยายน เวลา 14.00

และฉากสุดท้ายของการไต่สวนคดีนี้ก็คือ ในวันที่ 27 ส.ค.ที่ศาล รธน.สั่งให้มีการเดินเผชิญสืบ ซึ่งไม่เกิดขึ้นบ่อยครั้งนักในการไต่สวนคดีของศาล รธน. โดยเป็นการเดินเผชิญสืบพยานหลักฐานนอกที่ทำการศาล โดยให้ นายวิรุฬห์ แสงเทียน และนายนภดล เทพพิทักษ์ 2 ตุลาการศาล รธน.  พร้อมเจ้าหน้าที่ ร่วมกับคู่กรณี เข้าตรวจสอบสถานที่เก็บบัตรเลือกตั้ง ต้นขั้วบัตร บัตรที่เหลือ และบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งในพื้นที่ กทม.

ส่วนว่าทิศทางแนวโน้มผลการลงมติของตุลาการศาล รธน.จะออกมาอย่างไร หากให้ประมวลสรุป ก็พบว่าที่ผ่านมา มีการคาดหมายและวิเคราะห์รูปคดีนี้จากหลายฝ่าย ทั้งนักวิชาการ นักกฎหมาย นักการเมือง ซึ่งหลักๆ ที่มีการวิเคราะห์กัน เช่น

- ศาลรัฐธรรมนูญให้ยกคำร้อง ด้วยเหตุผลว่าบัตรลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง ทั้งระบบเขตและบัญชีรายชื่อยังคงเป็นความลับ

หากออกมาแบบนี้ กกต.ก็เฮ เพราะคือผู้ชนะคดี ส่วน สส.ในสภาฯ ทั้งหมด ทั้ง สส.รัฐบาลและฝ่ายค้านก็ได้ไปต่อ และไม่แน่ แม้ศาล รธน.ยกคำร้อง แต่ก็อาจมีข้อสังเกตถึงสำนักงาน กกต.อย่างใดอย่างหนึ่ง ให้ กกต.ยึดถือเป็นแนวทางในการพิมพ์บัตรเลือกตั้งรอบหน้า

-ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า บัตรเลือกตั้งที่มีการพิมพ์บาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดน่าเชื่อได้ว่า สามารถสืบทราบและตรวจสอบตัวตนผู้ลงคะแนน รวมถึงผลคะแนนได้ ทำให้การออกเสียงลงคะแนนมิได้เป็นไปโดยลับ อันเป็นการกระทำที่ขัดแย้งต่อรัฐธรรมนูญ

จึงวินิจฉัยให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ หากผลออกมาเช่นนี้ กกต.และแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต.ก็งานเข้า ต้องไปจัดการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งใหม่ ที่สำคัญ ตัว กกต.ทั้งหมด และเลขาธิการ กกต.จะถูกกดดันเรียกร้องให้แสดงความรับผิดชอบ เพราะทำให้สูญเสียงบประมาณจำนวนมากหลักพันล้านบาท จนทำให้บางฝ่ายที่ไม่พอใจ กกต.จากคดีฮั้ว สว.ใช้จังหวะนี้ร้องเอาผิดคดีอาญาและคดีแพ่งกับ กกต.ตามมา

-ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า การเลือกตั้งไม่เป็นความลับ แต่ให้โมฆะเฉพาะแค่บางส่วน

ซึ่งมีการวิเคราะห์ว่า ที่จะเป็นโมฆะคือ ระบบบัญชีรายชื่อที่พิมพ์บาร์โค้ด แต่ระบบเขตที่ใช้รหัสแท่งคิวอาร์โค้ดไม่เป็นโมฆะ เพราะการสืบค้นย้อนหลังไปถึงผู้ลงคะแนนเสียงทำได้ยากกว่าบาร์โค้ด ผลก็คือ กกต.ต้องไปจัดการลงคะแนนเสียงระบบบัญชีรายชื่อใหม่ และทำให้ สส.ปาร์ตี้ลิสต์ 100 คนต้องสิ้นสภาพ ที่ก็จะมีคนดังๆ อยู่เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะ 2 ผู้นำฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านคือ อนุทิน ชาญวีรกูล สส.บัญชีรายชื่อ แต่ยังเป็นนายกฯ ได้อยู่ และณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน และผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ ด้วย โดยหากศาล รธน.วินิจฉัยให้ สส.ต้องพ้นสภาพ และให้ถือว่าไม่เคยได้เข้าไปเป็น สส.ตั้งแต่ต้น จะมีผลตามมาอีกหลายเด้ง เช่น ต้องมีการคืนเงินเดือน-สิทธิประโยชน์อื่นๆ ที่เคยได้รับในช่วง 8 เดือนที่ผ่านมา คือ ก.พ.ถึง ก.ย.ให้กับสำนักงานเลขาธิการสภาฯ กระนั้นสูตรนี้มีนักกฎหมายบางส่วนแย้งว่า หากศาล รธน.วินิจฉัยว่าการเลือกตั้งไม่เป็นความลับ ก็ต้องโมฆะทั้งหมด ไม่น่าจะออกมาในแนวที่ว่า ให้เลือกตั้งระบบใดระบบหนึ่งเป็นโมฆะ แต่อีกระบบไม่โมฆะ เลยมองว่าโอกาสออกสูตรนี้น่าจะเกิดขึ้นได้ยาก

อย่างไรก็ตาม เห็นได้อย่างชัดเจนว่า แวดวงการเมือง โดยเฉพาะนักการเมืองทั้ง สส.รัฐบาลและฝ่ายค้านไม่ได้ตื่นเต้นอะไรไปกับการที่ศาล รธน.จะลงมติคดีบัตรเลือกตั้ง 28 ก.ย. เหมือนกับจะเชื่อว่า แนวโน้มผลคำวินิจฉัยที่ออกมา จะไม่ส่งผลกระทบใดๆ ต่อสถานภาพการเป็น สส. พูดง่ายๆ คือ มองว่าศาล รธน.จะยกคำร้อง สภาฯ ได้ไปต่อ สส.ทั้งระบบเขตและปาร์ตี้ลิสต์ก็ทำงานกันต่อไป จึงเห็นได้ว่า สส.ทั้งสภาฯ ไม่ค่อยให้ความสนใจมากนักกับการตัดสินคดีของศาล รธน.ที่จะออกมา

แต่สุดท้าย ผลคำวินิจฉัยของศาล รธน.จะออกมาแบบใด รอดูกัน 28 ก.ย.นี้. 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

พท.ยึดเก้าอี้อบจ.ขอนแก่น

รองเลขาธิการ กกต.ส่งทีมสืบสวนลงพื้นที่เลือกตั้งนายก อบจ.ขอนแก่น บอกยังไม่มีเรื่องร้องเรียนใดๆ รองผู้ว่าฯ หวัง ปชช.ใช้สิทธิ 60% เด็กเพื่อไทยหนุนกวาดชัยเก้าอี้

28 ก.ย.รู้ผลคดีบัตรเลือกตั้ง ศาลรธน.ต้องตีความโดยเคร่งครัด

วันจันทร์นี้ 28 กันยายน ศาลรัฐธรรมนูญนัด9 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญลงมติในคำร้องคดีที่ผู้ตรวจการแผ่นดินร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการเลือกตั้งเมื่อ 8 ก.พ.2569

จากความคับแค้น สู่การเปิดโปง อนุทิน-สีน้ำเงินพันฮั้วสว. เป้าใหญ่รอถล่มศึกซักฟอก

เริ่มโหมโรง-เรียกแขกกันแล้ว สำหรับ “ศึกซักฟอก เปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ รัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล” ของพรรคฝ่ายค้านที่นำโดยพรรคประชาชน

จันทร์นี้ระทึก! 'เลือกตั้งโมฆะ' หรือไม่ 'ศาลรธน.' ต้องยึด 3 หลักตีความเคร่งครัด

จันทร์นี้มีระทึก 'เลือกตั้งโมฆะ' หรือไม่ 'อดีตผู้พิพากษา' ย้ำ 9 ตุลาการศาลรธน. ต้องตีความโดยเคร่งครัด อย่าตีความขยายรัฐธรรมนูญ ชี้เสี่ยงบัตรเลือกตั้งไม่เป็นความลับ

จับตา! 3 ปรากฎการณ์ เขย่า 'ระบอบสีน้ำเงิน'

นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมือง อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์คลิปและข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ "จับตาท่าทีอนุรักษ์นิยมต่อระบอบสีน้ำเงิน" โดยระบุว่า

วิปฝ่ายค้านดีด'กธ.'เคลียร์'งูเห่า' ทดสอบคุณภาพ ตรวจสอบเชิงลึก

การที่ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน หรือ วิปฝ่ายค้าน ได้ตัดสินใจปรับ พรรคกล้าธรรม ออกจาก องค์ประกอบวิปฝ่ายค้าน ไม่ใช่เพียงเรื่องความขัดแย้งเชิงกติกาการโหวตเท่านั้น แต่เป็นการ "ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ทางการเมือง"