
ไม่ว่าวาทกรรม สู้ไป กราบไป จุดตั้งต้นจะมาจากฝ่ายที่ไม่ชอบ หรือฝ่าย (เคย) สนับสนุนพรรคเพื่อไทย ที่ทนไม่ได้ต่อพฤติกรรม ปัจเจกบุคคล คณะบุคคล แล้วลามเหมารวมเป็นพรรคเพื่อไทย (ทั้งหมด) ไปด้วยก็ตาม ถึงอย่างนั้นในถ้อยคำก็ไม่ได้มีคำหยาบคาย แต่โดยบริบทเมื่อถูกตั้งคำถาม ถูกพูดถึงอย่างจริงจังมากขึ้น
ทำให้มีความหมายเชิงเย้ยหยัน หยามเหยียด เพราะเวลาด่าหรือ ส่งคำกระแทกกระทั้นมา มันเหมารวมไปถึงพรรค ไม่ได้ระบุชี้เฉพาะเจาะจงใครกันแน่ ที่ยังมีพฤติกรรม "สู้ไป กราบไป"
ปฐมบทต้นเหตุเมื่อไม่นานมานี้ ก่อนจะนำมาสู่การวิพากษ์ น่าจะมาจากรายการ "สุดกับหมาแก่" ที่ดำเนินรายการโดยอดีตคนเดือนตุลา ดนัย เอกมหาสวัสดิ์ ซึ่งได้เชิญกลุ่มบุคคลรุ่นใหม่ของเพื่อไทย อย่าง เผ่าภูมิ โรจนสกุล กรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ส.ส.กทม.และโฆษกพรรคเพื่อไทย น.ส.จิราพร สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ดและกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย ไปร่วมออกรายการ
ช่วงหนึ่งพิธีกรตั้งคำถามว่า เคยถูกน้องๆ ถามหรือไม่ ยังสู้ไป กราบไปอยู่อีกหรือเปล่า น.ส.จิราพรตอบกลับว่า
“...คำว่า สู้ไป กราบไป เป็นเพียงวาทกรรมในการด้อยค่าพรรคเพื่อไทย ด้อยค่าการต่อสู้ฝั่งประชาธิปไตย เป็นคำพูด ความคิด ไม่เคารพการต่อสู้ของคนในอดีต ไม่ว่าจะเป็นการต่อสู้ของคนพรรคเพื่อไทย หรือตั้งแต่ 2475 เป็นต้นมา มีคุณค่าในตัวเอง เพราะฉะนั้นการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย เป็นการต่อสู้ของประชาชนที่มีมือเปล่า มีความคิดในการใช้สติปัญญาในการต่อสู้ กับระบอบที่มีอำนาจ เผด็จการ มีอำนาจ มีปืน เป็นธรรมดาการต่อสู้ความคิดอาจหลากหลาย วิธีการไม่เหมือนกัน แต่เราเคารพซึ่งกันและกัน เพื่อไทยเคารพแนวคิดอื่นๆ หวังว่าทุกท่านจะเคารพการต่อสู้ของเรา เป้าหมายเหมือนกัน เหมือนเดิม การต่อสู้แตกต่างกัน ไม่ได้หมายความว่าเรามีจุดยืนที่เปลี่ยนไป”
เรื่องราวเริ่มเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในกระแสโซเชียล เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์อย่างต่อเนื่อง กระทั่ง 9 พ.ย. สหายใหญ่-ภูมิธรรม เวชยชัย คณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมือง พรรคเพื่อไทย ทวีตข้อความ
“พรรคเพื่อไทย ถูกกล่าวหาว่าร้ายว่า 'สู้ไป กราบไป' แต่ข้อเท็จจริงคือในการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย คนของพรรคเพื่อไทย สมาชิกพรรค เดินเข้าออกคุกตะรางเป็นว่าเล่น ส่วนคนอื่นๆ ที่กล่าวหาพวกเรา ยังไม่เคยเห็นว่าต้องเผชิญทุกข์เหมือนพวกเราเลย #ก่อนกล่าวหาใครส่องกระจกดูตัวเองก่อน”
ดูเหมือนเรื่องราวจะไม่จบลงเพียงแค่นั้น ในโลกทวิตเตอร์ยังร้อนระอุ แม้จะไม่ถึงขั้นขึ้นเทรนด์ทวีตอันดับต้นๆ แต่ก็มีการรีทวีตกันอย่างดุเดือดจากบุคคลที่มีตัวตน มีชื่อเสียงในแวดวงนักเคลื่อนไหว กองเชียร์สองฟากฝั่ง นำเสนอมุมมองความคิดของตนอย่างถึงพริกถึงขิง อาทิ
"เข้าคุก ไม่ได้แปลว่าไม่กราบ ตรงกันข้าม มันแปลว่าที่กราบๆ ไป น่ะมันไม่เวิร์ก ป.ล.คุณภูมิธรรมควรรู้ว่าคำว่า #สู้ไปกราบไป นี่จริงๆ ก็เริ่มต้นมาจากคนเสื้อแดงนะ คุณภูมิธรรมคิดว่า เขาไม่เคยเผชิญทุกข์เหมือนพวกคุณจริงเหรอ?"
"เขาบอก #พรรคเพื่อไทย# สู้ไปกราบไป แต่ในความเป็นจริงแล้ว #พรรคเพื่อไทย# สู้ไปโดนยุบพรรคไปบ้าง สู้ไปโดนจับเข้าคุกไปบ้าง สู้ไปโดนจับเข้าค่ายไปบ้าง สู้ไปต้องหลบหนีลี้ภัยไปบ้าง คนที่บอกไม่สู้ไปกราบไป เคยสูญเสียอะไรบ้าง?"
บางคนนำภาพในอดีต นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ขณะยกมือไหว้ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ อดีตประธานองคมนตรี ที่ไปร่วมงานศพมารดา พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.(ในขณะนั้น) มาแสดงความคิดเห็น นำมาประกอบ พร้อมกับวิพากษ์วิจารณ์เรื่องที่ว่าสู้ไป กราบไป
กรณี "ชัยเกษม นิติสิริ" ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมือง พรรคเพื่อไทย จุดพลุรับข้อเสนอแนวร่วมราษฎร ต่อการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 แต่คล้อยหลังไม่นาน ทักษิณ ชินวัตร ก็มาแสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ตอนหนึ่งว่า "กฎหมายเองไม่เคยเป็นปัญหา แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นทุกวันนี้ มันเกิดจากการปฏิบัติที่ไม่ถูกต้อง เพราะว่าบุคคลในกระบวนการยุติธรรมอาจจะเกิดจากความกลัว หรืออาจจะเกิดจากความอยากแสดงความจงรักภักดีโดยไม่ยึดหลักนิติธรรม แล้วเกิดการใช้อำนาจในทางที่ผิดหรือ Abuse of Power เพื่อหวังผล โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางรัฐบาล เพื่อหวังผลทางการเมือง เลยทำให้เกิดความไม่พอใจ”
นอกจากนั้น มีการทำภาพตัดต่อล้อเลียนเสียดแทง "ทักษิณ" กลับไปว่า "เพนกวิน ไม่ใช่พานทองแท้ รุ้ง ไม่ใช่พินทองทา เบนจา ไม่ใช่ แพทองธาร ก็แค่นั้น"
ย้อนกลับไปราวๆ ปลายเดือน ก.ค. เฟซบุ๊กเพจ "CARE คิด เคลื่อน ไทย” ของเครือข่ายนายทักษิณ ชินวัตร เผยแพร่คำพูด "โทนี่ วูดซัม" หรือนายทักษิณ จากคลับเฮาส์ มีคำถามมาว่า "ใน twitter มีการถล่มพี่โทนี่อยู่ว่า สู้ไป กราบไป เป็นรอยัลลิสต์ จุดยืนของพี่โทนี่ตอนนั้นกับตอนนี้ยังเหมือนเดิมไหม?"
พี่โทนี่ตอบว่า "...ผมเป็นนักเรียนนายร้อย เรียนเตรียมทหารมา จะให้ผมเป็นคนอีกประเภทหนึ่ง ผมคงไม่ใช่ ผมเป็นคนที่อยู่กับระบบและเคารพระบบ แต่ระบบที่ไม่ดีและมีปัญหาต้องนำไปสู่การแก้ไข ผมเป็นนักแก้ไขเปลี่ยนแปลงมากกว่า 'นักปฏิวัติ'
ผมจะเปลี่ยนแปลงด้วยสมอง ผมจะไม่เปลี่ยนแปลงด้วยกำลัง ถ้าในอนาคตจะมีอะไรที่ผมทำเพื่อประเทศได้ในภายภาคหน้า ชาติต้องมาก่อน ชาติคือประชาชน ส่วนอย่างอื่นเป็นส่วนประกอบ เมื่อกาลเวลาเปลี่ยน คนต้องยอมเปลี่ยน ผมฝากเด็กรุ่นใหม่ more for less, less for more อย่าใจแคบ การเป็นคนที่ใจแคบจะไม่ได้อะไรเลย ถ้าใจกว้างโอกาสเติบโตจะมีสูง
ใครอยู่ในหน้าที่อะไรก็ตาม ถ้าไม่เปลี่ยนแปลงมันพังหมด You have to change before you are forced to change. ผมคิดว่าคนในทุกระดับ ทุกองค์กร ทุกอำนาจ ต้อง plan your own change ไม่เช่นนั้นจะเปลี่ยนไม่ได้ดี".
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
วิปฝ่ายค้านดีด'กธ.'เคลียร์'งูเห่า' ทดสอบคุณภาพ ตรวจสอบเชิงลึก
การที่ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน หรือ วิปฝ่ายค้าน ได้ตัดสินใจปรับ พรรคกล้าธรรม ออกจาก องค์ประกอบวิปฝ่ายค้าน ไม่ใช่เพียงเรื่องความขัดแย้งเชิงกติกาการโหวตเท่านั้น แต่เป็นการ "ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ทางการเมือง"
พลิกเกมคดีฮั้วสว.ล้างไพ่ดีเอสไอ ระวังดาบสองคม“หันทิ่มรัฐบาล”
มติ ครม.วันอังคารที่ 22 ก.ย.2569 ที่ผ่านมา เกิดฟ้าผ่าดังเปรี้ยง เมื่อมีคำสั่งย้าย พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ พ้นเก้าอี้อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ส่งไปลอยแพเป็นผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เทียบเท่าระดับ 11 ปลอบใจ พร้อมตีตั๋วข้ามห้วยดึง ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล อธิบดีกรมคุมประพฤติ เสียบเก้าอี้เบอร์ 1 ดีเอสไอแทนแบบไร้รอยต่อ
‘น้ำเงิน’เลี้ยงความหวัง‘กธ.’ เครื่องมือคานอำนาจ‘พท.’
‘พริษฐ์ วัชรสินธุ’ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า เตรียมนำเสนอรายชื่อ ‘กรรมการวิปฝ่ายค้านชุดใหม่’ ต่อผู้นำฝ่ายค้าน เพื่อเสนอต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร
58 เสียง 'อะไหล่ทางการเมือง' จับตาสมการ 'ภูมิใจไทย-เพื่อไทย'
การตัดสินใจปรับพรรคกล้าธรรมออกจากองค์ประกอบคณะกรรมการประสานงานพรรคการเมืองฝ่ายค้าน หรือ “วิปฝ่ายค้าน” หลัง สส.พร
ต่ออายุ'ไทยช่วยไทยพลัส 2' ลดค่าครองชีพหรือกู้เรตติ้ง?
คนไทยเฮ! อีกรอบ เมื่อรัฐบาล นายกฯ หนู-อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ไฟเขียวต่ออายุโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ที่จะสิ้นสุดในเดือนกันยายนนี้ ออกไปอีก 2 เดือน
อธิบดีสรรพากรคนใหม่ ทวงภาษีทักษิณ1.7หมื่นล้าน ผวาซ้ำรอย"เบญจา"คุก2ปี
วิบากกรรมของ ทักษิณ ชินวัตร ยังไม่หมด เพราะแม้พ้นโทษคดีป่วยทิพย์ชั้น 14 เมื่อ 11 พ.ค.2569 แต่ตอนนี้ยังมีชนักติดหลังอยู่อย่างน้อยที่เห็นก็ 2 เรื่อง

