‘มิ่งขวัญ’ เปิดตัวเกินเบอร์ ‘ซ้ายด่า-ขวายี้’ ทางเดินแคบ

‘ติ่งฝ่ายประชาธิปไตย’ ถึงกับต้องรีบกราบขอโทษกลางโซเชียลมีเดียที่เคยเลือกพรรคเศรษฐกิจใหม่ เพราะ ‘มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์’ ในการเลือกตั้งเมื่อปี 2562 หลังจากเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา โผล่ไปเปิดตัวซบพรรคพลังประชารัฐของ ‘บิ๊กป้อม’ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรค 

 ‘มิ่งขวัญ’ กลายเป็นคนตระบัดสัตย์ในชั่วพริบตา วิวาทะที่เคยกล่าวเอาไว้ว่า ไม่มีทางจะร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐถูกขุดขึ้นมาหลอกหลอน  

บางคนถึงกับบอกว่า เส้นทางการเมืองของ ‘มิ่งขวัญ’ จบแล้ว นับตั้งแต่วินาทีที่ตัดสินใจสวมแจ็กเกตพรรคพลังประชารัฐ โลโก้เผด็จการในสายตาของฝ่ายประชาธิปไตย 

ไม่เพียง ‘มิ่งขวัญ’ สูญเสียแฟนคลับซีกประชาธิปไตย แต่ในขณะเดียวกัน แฟนคลับฝ่ายขวาเองก็ไม่ได้พิศวาสในตัวเขาแต่อย่างใด ยิ่งวันนี้ ‘บิ๊กตู่’ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ไม่ได้อยู่ที่พรรคพลังประชารัฐแล้วด้วย  

ยิ่งไปกว่านั้น การที่ ‘มิ่งขวัญ’ ประกาศไม่ขอร่วมงานกับ ‘บิ๊กตู่’ แบบพลการ โดยไม่ปรึกษาผู้บริหารพรรคพลังประชารัฐก่อนจะหลุดปากคำนี้ไป มันเท่ากับตัดคะแนนของพรรคพลังประชารัฐที่จะได้จากฝ่ายขวาไปอย่างสิ้นเชิง 

ขณะที่สถานะภายในพรรคพลังประชารัฐของ ‘มิ่งขวัญ’ การที่เจ้าตัวเล่นเกินเบอร์ โดยการประกาศขอเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีต่อหน้าสื่อ ทั้งที่เป้าประสงค์เดิมของ ‘บิ๊ก ป.’ หลังม่านป่ารอยต่อฯ ที่เชื้อเชิญมา ตั้งใจจะให้เป็นมือเศรษฐกิจที่พรรคขาดแคลน อาจทำให้หลังจากนี้อยู่ไม่เป็นสุข 

การเหาะเกินลงกา ตามสไตล์ ‘นักการตลาด’ แบบ ‘มิ่งขวัญ’ อาจจะทำให้ใครหลายคนในพรรคพลังประชารัฐ โดยเฉพาะบรรดา ‘นางพญา-เจ้าถิ่น’ ไม่แฮปปี้กับสิ่งนี้  

อย่าลืมว่า ทุกคนที่ยังอยู่กับ ‘บิ๊กป้อม’ วันนี้ เป็นนักการเมืองระดับคีย์แมน มีมุ้ง มีบ้าน คงไม่ง่ายหากจะให้ ‘มิ่งขวัญ’ ซึ่งเป็นคนที่มาทีหลัง และมาแบบตัวเปล่าเล่าเปือย ปาดหน้าคว้าพุงปลาไปกิน 

 ‘มิ่งขวัญ’ เป็นเพียงเครื่องมือที่พรรคพลังประชารัฐหวังเอาแค่มาเติมเต็มจุดอ่อนเรื่องเศรษฐกิจ ไม่ได้เอามาเพื่อเป็น ‘ผู้นำ’ ไม่ได้สำคัญขนาดขาดไม่ได้ ความทะเยอทะยานของเจ้าตัวอาจจะกลายมาเป็น ‘ดาบสองคม’ ในภายหลังได้  

ขณะเดียวกัน ย้อนหลังดูเส้นทางการเมืองของ ‘มิ่งขวัญ’ จะพบว่า มักจบไม่สวยกับต้นสังกัดเก่า แม้แต่เมื่อครั้งขึ้นหม้อสุดในยุคมือเศรษฐกิจของพรรคพลังประชาชน ต่อเนื่องมาถึงพรรคเพื่อไทยยุคต้น 

ในช่วงรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ‘มิ่งขวัญ’ เคยเสนอตัวเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย โดยพยายามโชว์ผลงานให้ ‘นายใหญ่’ เห็น กระทั่งได้รับโอกาสพิสูจน์ตัวเองในเวทีซักฟอก นำอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลยุคนั้น แต่ผลลัพธ์คือ ‘พัง’ นอกจากฟันไม่เข้า ยังถูกต้อนกลับ  

มีกระแสข่าวออกมาในช่วงนั้นเหมือนกันว่า มีขบวนการสมรู้ร่วมคิดในพรรคเพื่อไทยหลอก ‘มิ่งขวัญ’ ไปฆ่าในเวทีซักฟอก เพื่อสั่งสอนที่กระเหี้ยนกระหือรืออยากจะถือธงนำ  

หลังการอภิปรายครั้งนั้น จากที่อยู่บนหน้าสื่อมาโดยตลอด ชื่อของ ‘มิ่งขวัญ’ ค่อยๆ หายไป ไร้บทบาทในพรรค แม้ต่อจากนั้นพรรคเพื่อไทยจะชนะการเลือกตั้ง แต่ในรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กลับไม่มีตำแหน่งหรือที่ว่างให้กับเขา นอกจาก ส.ส.บัญชีรายชื่อคนหนึ่ง 

 ก่อนจะปรากฏข่าวอีกทีว่า ‘มิ่งขวัญ’ ได้ยื่นใบลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย และขอเว้นวรรคทางการเมืองเมื่อเดือน ธ.ค.56 กระทั่งกลับมาอีกครั้งในการเลือกตั้งเมื่อปี 62  

‘มิ่งขวัญ’ กลับมาในกติกาบัตรเลือกตั้งใบเดียว คำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อหารด้วย 500 ที่พรรคขนาดเล็กและพรรคตั้งใหม่มีโอกาสได้ ส.ส.ในสภามากขึ้น โดยเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีในนามพรรคเศรษฐกิจใหม่ 

ด้วยลีลา ‘นักการตลาด’ ประกอบกับกลยุทธ์หาเสียงผ่านเวทีดีเบต ทำให้ ‘มิ่งขวัญ’ พา ส.ส.พรรคเศรษฐกิจใหม่เข้าสภาได้ถึง 6 คน  

แม้ในเวทีดีเบต ‘มิ่งขวัญ’ จะประกาศไม่เอา ‘บิ๊กตู่-พรรคพลังประชารัฐ’ แต่มีข่าวลือว่า ระหว่างรวบรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ พรรคเศรษฐกิจใหม่เป็นหนึ่งในพรรคการเมืองที่ได้รับการติดต่อไป แต่ไม่สามารถดีลกันได้ ด้วยเงื่อนไขที่ว่า ตำแหน่งที่เรียกร้องสูงเกินไปกับหน้าตักที่มีอยู่ ทำให้โต๊ะเจรจาไม่สามารถไปต่อได้    

แต่อย่างไรก็ดี การไม่เข้าร่วมรัฐบาล ดูเหมือนจะสวนทางกับความต้องการของ ส.ส.พรรคเศรษฐกิจใหม่ที่เหลือ ซึ่งต้องการอยู่ฝั่งบริหารเพื่อต่อยอดในพื้นที่ ก่อนที่ต่อมาระยะห่างระหว่าง ‘มิ่งขวัญ’ กับ ส.ส.ในพรรคจะค่อยๆ กว้างขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งแยกกันเดินในที่สุด  

 ‘มิ่งขวัญ’ เหมือนตัวคนเดียวในสภา ต้องอาศัยเวลาของฝ่ายค้านในการอภิปราย จนที่สุดตัดสินใจไขก๊อกหัวโขนผู้แทน โดยมี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา พรรคเศรษฐกิจไทย ที่เปิดหน้าดีลกับอดีตมือเศรษฐกิจรายนี้ทันที เพื่อมาร่วมสร้างอาณาจักรใหม่  

แต่ดูเหมือนว่า เงื่อนไขของ ‘มิ่งขวัญ’ มันจะสูงเกินไป สุดท้ายหันหัวรถเลี้ยวกลับ ไม่เข้าไปอยู่พรรคเศรษฐกิจไทย ก่อนจะไปปรากฏตัวที่ ‘พรรคโอกาสไทย’ ที่เปลี่ยนชื่อจากพรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทยของนายดำรง พิเดช ส.ส.บัญชีรายชื่อ  

ทว่าเปิดตัวได้ไม่นาน เมื่อกติกาชัด กฎหมายลูกผ่าน ต้องใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว หารด้วย 100 ในการเลือกตั้งครั้งหน้า พรรคเล็กลืมตาอ้าปากลำบาก ‘มิ่งขวัญ’ จึงต้องมองหาบ้านหลังใหม่ที่มีขนาดใหญ่เพื่อให้ไปรอด 

พรรคเพื่อไทย แม้จะเป็นบ้านหลังเก่า แต่คงกลับไปไม่ได้ พรรคก้าวไกลสุดโต่งเกินไป พรรคประชาธิปัตย์บุคลิกไม่แมตช์กัน ขณะที่พรรคภูมิใจไทยจะได้เป็นเสนาบดีต้องมี ส.ส.ในมือ ‘มิ่งขวัญ’ จึงเหลือทางเลือกไม่เยอะ  

ประกอบกับพรรคพลังประชารัฐขาดมือเศรษฐกิจที่พอมีชื่อเสียง มันจึงคลิกกันง่ายขึ้น   

แต่หลังจากนี้ ‘มิ่งขวัญ’ ยังอยู่พรรคพลังประชารัฐไม่ได้อีก ทางเดินของเขาในทางการเมืองก็แทบจะไม่เหลือแล้ว. 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

“ดีเอสไอ”มัดตราสัง"ฟอเร็กซ์" “ขุดหลักฐาน-เส้นเงิน”เชือดเพิ่ม

กำลังอยู่ในการจับจ้องทั้งสื่อและกระสังคมอย่างต่อเนื่อง ในคดีหลอกลวงลงทุนซื้อขายเงินตราต่างประเทศ (ฟอเร็กซ์) ที่ล่าสุดกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) โดย พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีดีเอสไอ ได้ลงนามเซ็นรับอนุมัติคดีหลอกลงทุนฟอเร็กซ์ครั้งนี้เข้าเป็นคดีพิเศษอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว

ทุจริตสอบขรก.ท้องถิ่น เสียหาย4.5พันล้าน เด้งอธิบดีสีน้ำเงินกลบฉาว

ปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ช.ที่ร่วมกับตำรวจกองบังคับการตำรวจป้องกันและปราบปรามการทุจริต (บก.ปปป.ช) สืบสวนจับกุมขบวนการเครือข่ายทุจริตการสอบเข้ารับราชการท้องถิ่นของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) เมื่อ 22 มิ.ย.ที่ผ่านมา ที่สอบไปเมื่อเดือน ก.พ.ปี 2568 โดยมีผู้เข้าร่วมสอบร่วมหนึ่งแสนคน และเบื้องต้นจากการสอบสวนผู้ถูกจับกุมและจากพยานหลักฐานต่างๆ ที่ยึดได้ในที่เกิดเหตุ ซึ่งใช้เป็นศูนย์ปฏิบัติการโกงการสอบที่บ้านหลังหนึ่งที่นนทบุรี พบว่ามีบุคคลที่เข้าสอบและใช้วิธีการจ่ายเงินให้กับขบวนการดังกล่าวเพื่อโกงคะแนนการสอบร่วมสามพันคน โดย ป.ป.ช.ระบุว่า คดีนี้สร้างความเสียหายร่วม 4,500 ล้านบาท

นครินทร์ ปธ.ศาลรธน. ได้ต่อวีซ่าหรือเปลี่ยนตัว เกมยาวชิงประมุขคนใหม่

การประชุมวุฒิสภา วันอังคารนี้ 23 มิถุนายน มีวาระที่น่าสนใจคือ จะมีการประชุมเพื่อลงมติลับ โหวตให้ความเห็นชอบหรือไม่ให้ความเห็นชอบ บุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคนใหม่ ตามที่คณะกรรมการสรรหาตุลาการศาล รธน. ที่มี นายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์ ประธานศาลฎีกา เป็นประธาน คัดเลือกส่งชื่อ ศาสตราจารย์จักรพงศ์ วิวัฒน์วานิช อดีตศาสตราจารย์จากคณะตำรวจศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ-อดีตผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ผ่านการคัดเลือกให้ถูกเสนอชื่อเป็นตุลาการศาล รธน. สาขาผู้ทรงคุณวุฒิด้านรัฐศาสตร์หรือรัฐประศาสนศาสตร์ มาให้วุฒิสภาลงมติให้ความเห็นชอบเป็นตุลาการศาล รธน.คนใหม่ แทน “ศ.ดร.นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ประธานศาล รธน. ที่อยู่ในตำแหน่งตุลาการศาล รธน.และประธานศาล รธน.มาเกินวาระเกือบจะสองปีไปแล้ว”

'อนุทิน' ปลุกทัพสีน้ำเงิน ฝ่าศึกการเมืองรอบด้าน

ในห้วงเวลาเพียงกว่า 2 เดือนของรัฐบาลที่มี “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย บริหารประเทศ อาจยังเร็วเกินไปที่จะชี้ชะตาว่ารัฐบาลชุดนี้จะสามารถประคองตัวอยู่ครบวาระได้หรือไม่

'อนุทิน'ขันนอต'รมต.สีน้ำเงิน' หนีมรสุมการเมือง-ไร้ผลงาน

ในช่วงเวลาเพียง 2 เดือนเศษของรัฐบาลที่มี “อนุทิน ชาญวีรกูล” เป็นนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ยังอาจเร็วเกินไปที่จะตัดสินอนาคตว่าจะอยู่ครบเทอมหรือไม่ แต่ก็ต้องยอมรับว่าช่วงที่ผ่านมาต้องเผชิญกับประเด็นทางการเมืองหลายเรื่องที่ต้องชี้แจงและบริหารจัดการอย่างต่อเนื่อง

ล้างกระดาน"ภูเก็ต"ใหม่ รีเซตเชื่อมั่น"ปราบอิทธิพล"

กลายเป็นหนึ่งในจังหวัดที่อลหม่านในช่วงที่ผ่านมา สำหรับ ‘ภูเก็ต’ ไข่มุกแห่งอันดามัน ที่นอกจากความสวยงามแล้ว ยังเต็มไปด้วย ‘ผลประโยชน์มหาศาล’