นโยบายหาเสียงเป็นหนึ่งในวิธีชูโรงของพรรคการเมืองให้ได้มาซึ่งความนิยม และคะแนนเสียง และยิ่งถึงช่วงเวลาเลือกตั้ง พรรคการเมืองใหญ่ต่างงัดนโยบายเด็ดๆ ออกมาสู้กัน
ทั้งนี้ ในกระบวนการการเลือกตั้งพรรคการเมือง ทุกพรรคจะต้องส่งรายละเอียดนโยบายหาเสียงต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตามมาตรา 57 พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง ที่ต้องระบุ 3 เรื่อง คือ 1.วงเงินที่ต้องใช้ 2.ที่มาของเงินที่จะใช้ดำเนินการ และ 3.ความคุ้มค่าประโยชน์ในการดำเนินการและความเสี่ยง
ล่าสุดพรรคการเมืองทั้งหมด 70 พรรค ได้ยื่นเข้ามาเรียบร้อยแล้ว และขณะนี้ กกต.ได้เผยแพร่ผ่านเว็บไซต์สู่สาธารณชนแล้ว โดยจะคัดนโยบายพรรคการเมืองใหญ่ๆ ว่าได้ลงรายละเอียดอะไรไว้บ้าง
เริ่มจาก พรรคเพื่อไทย เสนอมาทั้งหมด 70 นโยบาย โดยคัดนโยบายชูโรง อาทิ นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจผ่าน กระเป๋าเงินดิจิทัล โดยพรรคเพื่อไทยระบุวงเงินที่จะใช้ครั้งนี้ 5.6 แสนล้านบาท โดยที่มาของเงินที่ใช้ดำเนินการมีดังนี้ จากการบริหารระบบงบประมาณและระบบภาษี 1.ประมาณการรายได้รัฐที่เพิ่มขึ้นในปี 2567 จำนวน 2.6 แสนล้านบาท 2.ภาษีที่ได้มาจากผลคูณต่อเศรษฐกิจจากนโยบาย 1 แสนล้านบาท 3.การบริหารจัดการงบประมาณ 1.3 แสนล้านบาท 4.การบริหารงบประมาณด้านสวัสดิการที่ซ้ำซ้อน 9 หมื่นล้านบาท ทั้งหมดนี้สามารถปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสมตามสถานการณ์ด้านการคลังของประเทศ
ส่วนนโยบายอื่นๆ อาทิ นโยบายเงินสมทบคนสร้างตัว วงเงินที่ต้องใช้ 9 หมื่นล้าน, นโยบายสวัสดิการผู้สูงอายุ 3 แสนล้านบาท, รถไฟฟ้า กทม. 20 บาทตลอดสาย 4 หมื่นล้าน 8 พันล้านต่อปี, นโยบายเชื่อมโยงรถไฟขนส่งสินค้าจากลาวเข้าสู่ท่าเรือแหลมฉบัง และสนามบินสุวรรณภูมิ 4.5 หมื่นล้าน, เชื่อมโครงข่ายรถไฟความเร็วสูง ทั่วประเทศ 8 หมื่นล้าน, นโยบายบริหารจัดการน้ำ ไม่ท่วม ไม่แล้ง เบื้องต้น 5 แสนล้านบาท, เงินเดือนคนจบปริญญาตรี 2.5 หมื่นบาท ใช้เงิน 4 หมื่นล้าน, สนับสนุนส่งเสริมเอสเอ็มอี 3 หมื่นล้าน, นโยบายยกระดับ 30 บาทรักษาทุกโรค เพิ่ม 2 หมื่นล้านบาท ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ 3 พันล้านบาท รวมๆ แล้ว 70 นโยบายเป็นเงินที่จะใช้ 3 ล้านล้านบาท
สำหรับ พรรครวมไทยสร้างชาติ นโยบายที่น่าสนใจ อาทิ ลดต้นทุนเกษตรกร วงเงิน 6 พันล้านบาท, เพิ่มเงินสมทบของภาครัฐ เพื่อให้แรงงานในระบบประกันสังคม วงเงิน 2.9 หมื่นล้านบาท, 1 อำเภอ 100 ทุนการศึกษา ปีละ 1 พันล้านบาท, กองทุนฉุกเฉินประชาชน วงเงิน 3 หมื่นล้านบาท, บัตรสวัสดิการพลัส วงเงิน 7.1 หมื่นล้าน, คนละครึ่งภาค 2 วงเงิน 4 หมื่นล้านบาท, เที่ยวด้วยกันเมืองรองภาค 2 วงเงิน 1.8 หมื่นล้านบาท, เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ 4 หมื่นล้านบาท, ช่วยเหลือเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด ปีละ 4 พันล้าน, กองทุนพ่อเลี้ยงเดี่ยวแม่เลี้ยงเดี่ยว ปีละ 1 พันล้านบาท, ค่าตอบแทน อปพร. วงเงิน 1 หมื่นล้านบาท รวมวงเงินที่ใช้จ่ายประมาณ 2.5 แสนล้านบาท
ขณะที่ พรรคพลังประชารัฐ มีนโยบายที่น่าสนใจ อาทิ บัตรประชารัฐ 700 และฟรีประกันชีวิตประชารัฐ วงเงิน 1.28 แสนล้าน, แม่-บุตร-ธิดาประชารัฐ 1.74 แสนล้านบาท, เบี้ยผู้สูงอายุ 4.95 แสนล้านบาท, สุขภาพครบวงจร 5 พันล้านบาท, การบริหารจัดการน้ำ 1 หมื่นล้านบาท, บริหารที่ดิน 3 พันล้านบาท, กองทุนประชารัฐ วงเงินปีละ 1 แสนล้านบาท, ก๊าซประชาชน 2.4 หมื่นล้านบาท, เรียนฟรีถึงปริญญาตรี 5.2 หมื่นล้านบาท ฯลฯ รวมใช้จ่ายเงินประมาณ 1 ล้านล้านบาท
ด้าน พรรคภูมิใจไทย นโยบายชูโรง อาทิ ฟรีกองทุนประกันชีวิตผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป เสียชีวิตได้ 1 แสนบาท กู้ได้ 2 หมื่นบาท ใช้งบ 3.7 หมื่นล้านบาท, ฟรีน้ำดื่มสะอาด ติดตั้งเครื่องกรองน้ำทุกหมู่บ้าน ลดค่าใช้จ่ายทุกครัวเรือน โดยใช้วงเงิน 2 ส่วน ประกอบด้วย ค่าจัดซื้อและติดตั้งเครื่องกรองน้ำขนาด 6,000 ลิตรต่อวัน 3.9 4 พันล้านบาท และค่าปรับปรุงพื้นที่ เพื่อรองรับการติดตั้ง 2.25 พันล้าน, เงินกู้ฉุกเฉิน 5 หมื่นบาท ไม่ต้องมีหลักทรัพย์ ไม่ต้องค้ำประกัน ผ่อนชำระวันละ 150 บาท 365 วัน โดยเป็นวงเงินมาจากสถาบันการเงิน ประกอบด้วย ธนาคารพาณิชย์ สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐให้สินเชื่อส่วนบุคคลเพิ่มขึ้นปีละประมาณ 7 แสนล้านบาท, ส่งเสริมการใช้กัญชากัญชงเพื่อการแพทย์สุขภาพและเศรษฐกิจโดยไม่มีวงเงินต้องใช้
พรรคก้าวไกล นโยบายที่น่าสนใจ อาทิ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ วงเงินที่ต้องใช้ 3 พันล้านบาท, ปฏิรูปกองทัพ ใช้งบประมาณ 1.2 หมื่นล้านบาท, สร้างสังคมคนเท่ากัน 3.6 พันล้านบาท, สวัสดิการ "เกิด" 5 หมื่นล้านบาท, สวัสดิการ "เติบโต" 4.4 หมื่นล้านบาท, สวัสดิการ "ทำงาน" 5.6 หมื่นล้านบาท, สวัสดิการ "สูงอายุ" 5 แสนล้านบาท, สวัสดิการ "ทุกช่วงวัย" 9.8 หมื่นล้านบาท, เลือกตั้งผู้ว่าฯ ทุกจังหวัด 3 พันล้านบาท, เพิ่มงบจังหวัดจัดการตนเอง 2 แสนล้านบาท, การศึกษาฟรีจริง 3.3 หมื่นล้านบาท, การศึกษาเท่าทันโลก 2 ร้อยล้านบาท, ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต 1.7 หมื่นล้านบาท, ปฏิรูปที่ดินทั้งระบบ 1 หมื่นล้านบาท, ปลดหนี้เกษตรกร 5.2 หมื่นล้านบาท, ลดต้นทุนเกษตรกร 3 หมื่นล้านบาท, คืนชีวิตให้ชาวประมง 6 พันล้านบาท, เอาจริงกับโลกร้อน 1 หมื่นล้านบาท, ดูแลหมาแมวถ้วนหน้า 1 พันล้านบาท
และ พรรคประชาธิปัตย์ นโยบายที่น่าสนใจ อาทิ ประกันรายได้จ่ายเงินส่วนต่าง ข้าว มัน ปาล์ม ข้าวโพด 7 หมื่นล้านบาท, ชาวนารับ 3 หมื่นบาทต่อครัวเรือน 9.7 หมื่นล้านบาท, Startup sme 3 แสนล้านบาท, ธนาคารหมู่บ้านแห่งละ 2 ล้านบาท 1.6 แสนล้านบาท, Internet ฟรีทุกห้องเรียนทุกหมู่บ้าน 1 ล้านจุด 3.6 พันล้านบาท, ฟรีนมโรงเรียน 365 วัน 2 หมื่นล้านบาท
โดยหลังจากนี้สำนักงาน กกต.จะต้องศึกษาว่าทั้ง 70 พรรคที่เสนอมามีข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ซึ่งกระบวนการจะต้องทำโดยเร็ว โดยในสัปดาห์หน้าจะนำเข้าสู่ที่ประชุม กกต.
ทั้งนี้ ตามมาตรา 57 ระบุว่า ถ้าหากเห็นว่าข้อมูลที่พรรคการเมืองส่งมายังไม่ครบถ้วน ก็จะให้โอกาสพรรคการเมืองส่งข้อมูลเพิ่มมาอีกครั้ง แต่หากส่งไม่ครบภายในระยะที่กำหนด จะปรับวันละ 10,000 บาท แต่ปรับไม่เกิน 500,000 บาท
แต่ถ้าผลออกมานโยบายหาเสียงไม่ถูกต้องก็ถือว่าเข้าข่ายความผิด พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 73 (5) หลอกลวงให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัครหรือพรรคการเมือง เป็นเหตุให้นำไปสู่การพิจารณายุบพรรคได้ตามกฎหมาย แต่ กกต.จะต้องพิสูจน์ให้ได้ก่อนว่านโยบายหาเสียงที่ใช้เข้าข่ายความผิดหรือไม่
ทั้งนี้ การพิจารณาเกี่ยวกับการกระทำความผิด พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง และพรรคการเมือง กกต.สามารถตรวจสอบได้เลย เนื่องจากกฎหมายกำหนดว่า กกต.พบความปรากฏ หรือจะรับเรื่องร้องเรียนก็ได้!.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ยกระดับ“ล้อมคอก”อาวุธปืน “บิ๊กต่าย”ประมืองานร้อน"ทิ้งทวน"
เพียงสัปดาห์เดียวเกิดเหตุสลดถึง 2 เคส ที่สังคมไทยต้องนำมาถอดบทเรียนอีกครั้ง ศุกร์ที่ 7 ส.ค. “เหตุกราดยิง” ภายในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี นักเรียนชาย ม.3 พกอาวุธปืนขนาด 9 มม.มาจากบ้าน พร้อมกระสุน 98 นัด ก่อเหตุที่ไม่มีใครคาดคิด เดินลั่นไกใส่ครู-นักเรียน ไม่ต่างกับในเกมหรือภาพยนตร์
ภท.ไวจัด!ชงกม.ปืน 100มาตราปชช.ปลอดภัยขึ้น‘หนู’เคลียร์ดรามา
“อนุทิน” สั่งจัดระเบียบปืน 10 ล้านกระบอก ย้ำห้ามพกปืนทุกคนเหตุใบอนุญาตหมดอายุแล้ว
ร่างเสร็จแล้ว ! ศุภชัย โพสต์ ร่างกฎหมาย ควบคุมอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน เสร็จแล้ว พร้อมเสนอสภาแก้ไข
นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ และประธานคณะทำงานด้านกฎหมาย พรรคภูมิใจไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า พรรคภูมิใจไทยเตรียม ร่างพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน (ฉบับที่ ..)
วิ่งหัวชนกำแพง อภิสิทธิ์ชน 'พรรคส้ม'รอมหาชนทุบเอง
กลายเป็นชนวนร้อนสั่นสะเทือนไปทั้งสภาฯ และโซเชียลมีเดีย เมื่อสงครามวาทกรรม “วิ่งหัวชนกำแพง” ถูกจุดพลุขึ้นโดย “ไหม” น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน แห่งค่าย พรรคส้ม ที่ออกมาเปิดใจสะท้อนสภาวะถดถอยและความกดดันของการสู้กับระบบ
เปิดลึก มหาดไทย ขยับ รีเซ็ต คุมอาวุธปืน ฝ่ายกฎหมายแทงสวน
จากเหตุการณ์สะเทือนขวัญ กราดยิงกลางโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ทำให้จากเดิมที่มีความเชื่อกันว่า”โรงเรียน-สถานศึกษา”คือ Safe Zone พื้นที่ปลอดภัย ต้องถูกสั่นคลอน ส่งผลให้รัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล มีการบ้านเร่งด่วนคือการทำให้สังคมเชื่อมั่นว่า โรงเรียนยังเป็นพื้นที่ปลอดภัย และอีกหนึ่งเรื่องที่รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขยับแรงๆ ทันทีก็คือ การยกระดับความเข้มงวดในการ”ควบคุมอาวุธปืน”เพราะแม้ปืนที่ก่อเหตุจะเป็นปืนในบ้านของผู้ก่อเหตุ แต่ทำให้สังคมเล็งเห็นถึงอันตราย ความไม่ปลอดภัยหากการควบคุมอาวุธปืนยังไม่มีประสิทธิภาพ
สอบท้องถิ่น-ฮั้วสว.-ผลงานไม่ออก บั่นทอนเชื่อมั่น'รัฐบาลอนุทิน'
สัปดาห์ก่อนมีกระแสข่าวปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) มาต้นสัปดาห์นี้มีข่าวลือพลิกขั้วรัฐบาล ส้ม-แดง-เขียว พรรคประชาชน พรรคเพื่อไทย และพรรคกล้าธรรม จับมือกัน

