การเมืองไทยสัปดาห์นี้ หลังจากพ้นช่วงหยุดยาวราชการ 6 วัน จุดพีกจะอยู่ที่ 2 จุด แต่จะมีความเชื่อมโยงทางการเมืองถึงกัน นั่นก็คือ ที่ ศาลรัฐธรรมนูญ กับ รัฐสภา
เพราะวันพฤหัสบดีที่ 3 ส.ค. จะเป็นวันที่ 9 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญนัดประชุมประจำสัปดาห์ โดยเลื่อนมาจากที่ปกติประชุมทุกวันพุธ แต่เนื่องจากรอบนี้ตรงกับวันที่ 2 ส.ค.ที่เป็นวันหยุดราชการ เลยมาประชุม 3 ส.ค.แทน
วงประชุมนัดดังกล่าวของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เรื่องที่หลายคนสนใจก็คือ การรอฟังว่า 9 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญสุดท้ายจะ
รับคำร้อง-ไม่รับคำร้อง
เรื่องที่ผู้ตรวจการแผ่นดินส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ามติของที่ประชุมร่วมรัฐสภา 19 ก.ค.ที่มีมติว่าไม่สามารถเสนอชื่อบุคคลให้ที่ประชุมรัฐสภาโหวตเป็นนายกรัฐมนตรีซ้ำได้อีก หากรอบแรกชื่อไม่ผ่านความเห็นชอบ เป็นมติที่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 และข้อบังคับการประชุมร่วมรัฐสภาข้อที่ 41 หรือไม่ อีกทั้งในคำร้องยังขอให้ศาลมีคำสั่งให้รัฐสภาชะลอการโหวตนายกรัฐมนตรีออกไปก่อน จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยเรื่องดังกล่าวจนสะเด็ดน้ำ
โดยหากศาล รธน.รับคำร้องไว้วินิจฉัย ถึงแม้ต่อให้ไม่มีการสั่งให้รัฐสภาชะลอการโหวตนายกฯ แต่วันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา ก็ส่งสัญญาณมาแล้วว่า หากศาลรับคำร้องไว้พิจารณา ก็จะชะลอการโหวตนายกฯ ไว้ก่อน จนกว่าศาลจะวินิจฉัยเสร็จสิ้นกระแสความ แต่หากศาล รธน. ไม่รับคำร้อง ก็จะทำให้การประชุมร่วมรัฐสภา วันศุกร์ที่ 4 ส.ค. ก็จะมีการเดินหน้า โหวตนายกฯ กันทันที เพราะได้บรรจุเรื่องดังกล่าวไว้ในระเบียบวาระการประชุมเป็นที่เรียบร้อย
จับกระแสการเมืองก่อนถึงวันประชุมตุลาการศาล รธน. 3 ส.ค. พบว่า แวดวงการเมืองและนักกฎหมายมหาชน รวมถึงอดีตตุลาการศาล รธน. ตลอดจนบรรดา สส.และ สว.หลายคน คาดการณ์ไว้ล่วงหน้าว่า ศาล รธน.น่าจะไม่รับคำร้องคดีดังกล่าวไว้วินิจฉัย ด้วยเหตุผลเป็นเรื่องการดำเนินการของสมาชิกรัฐสภา ที่ทำหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญและข้อบังคับการประชุมรัฐสภา และเป็นเรื่องที่มีการลงมติไปแล้ว ศาล รธน.จึงไม่ควรเข้าไปเกี่ยวข้อง เพราะจะไม่สอดคล้องกับหลักการแบ่งแยกอำนาจ
และอีกแนวทางหนึ่งที่อาจเป็นไปได้คือ ศาล รธน.อาจรับคำร้องไว้ก่อน แล้วก็เร่งวินิจฉัยภายในไม่เกิน 1 สัปดาห์ จากนั้น ก็น่าจะยกคำร้อง แต่ถ้าจะออกมาแนวทางหลังจริง ก็น่าจะไม่รับคำร้องตั้งแต่แรกไปเลย
หลายคนจึงยังมองว่า มีโอกาสไม่น้อยที่ศาล รธน.ไม่น่าจะรับคำร้องไว้วินิจฉัย เพื่อที่รัฐสภาจะได้เดินหน้าตัดสินใจเรื่องเลือกนายกฯ ไปเลย ไม่ต้องมารอศาล รธน.
แต่สุดท้ายแล้ว เสียงส่วนใหญ่ของ 9 ตุลาการศาล รธน.จะมีดุลยพินิจในคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดินอย่างไร ก็ต้องรอดูกัน 3 ส.ค.นี้
สำหรับ ศาลรัฐธรรมนูญ พบว่าช่วงนี้มีคำร้องหลายคดีที่เป็นเรื่องร้อนๆ ทางการเมือง ที่เข้าสู่สารบบการวินิจฉัยของตุลาการศาล รธน.และอยู่ในความสนใจของแวดวงการเมือง
ไม่ว่าจะเป็นคำร้อง คดีหุ้นสื่อไอทีวี ของ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ที่กำลังได้รับคะแนนนิยมสูงในขณะนี้ ที่กระบวนการทางคดีตอนนี้อยู่ระหว่างที่พิธา-ทีมทนายความกำลังยกร่าง คำชี้แจงข้อกล่าวหา เพื่อสู้คดีว่า ไอทีวีไม่ได้ประกอบกิจการสื่อแล้ว อีกทั้งหุ้นที่ครอบครองไว้ก่อนที่จะโอนไป ก็เป็นการครอบครองในฐานะผู้จัดการมรดก
คาดการณ์ว่ามีแนวโน้มที่พิธาจะขอขยายเวลาในการส่งคำชี้แจงข้อกล่าวหาออกไปหลังครบกำหนด 15 วัน เพื่อใช้สิทธิ์ในการสู้คดีให้เต็มที่
รูปคดีหุ้นสื่อของพิธา อ่านสถานการณ์ไว้ว่า มีความเป็นไปได้ไม่น้อยที่ศาล รธน.อาจจะเปิดห้องพิจารณาไต่สวนคำร้อง เพื่อเรียกพิธาและผู้เกี่ยวข้องมาไต่สวน เช่น ผู้บริหารของไอทีวีในปัจจุบัน เพื่อซักถามถึงสถานะของไอทีวี ในช่วงพิธาถือครองหุ้นไว้ก่อนโอนหุ้น เป็นต้น
โดยมีความเป็นไปได้ที่คำร้องคดีหุ้นสื่อของพิธา กว่าศาล รธน.จะวินิจฉัยเสร็จ ก็น่าจะประมาณช่วงตุลาคม-พฤศจิกายนปีนี้ ซึ่งหากพิธาไม่รอด ก็จะต้องพ้นจากการเป็น สส.อย่างเป็นทางการทันที และอาจมีดาบสองจากคณะกรรมการการเลือกตั้งตามมาในการเอาผิดพิธาในคดีอาญา ตาม พ.ร.บ.การเลือกตั้ง สส.มาตรา 151 กรณีลงสมัครรับเลือกตั้ง สส.โดยที่รู้ว่าตัวเองขาดคุณสมบัติ
และอีกหนึ่งคำร้องที่เกี่ยวข้องกับ พิธา-พรรคก้าวไกล ก็คือ คำร้องคดีที่ทาง ธีรยุทธ สุวรรณเกษร ทนายความอิสระ ยื่นคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการกระทำของนายพิธา ผู้ถูกร้องที่ 1 และพรรคก้าวไกล ผู้ถูกร้องที่ 2 ที่เสนอร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่...) พ.ศ.....เพื่อยกเลิกประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 โดยใช้เป็นนโยบายในการหาเสียงเลือกตั้ง และยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เป็นการใช้สิทธิเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 49 วรรคหนึ่ง หรือไม่
โดยพบว่าหลังศาล รธน.รับคำร้องคดีดังกล่าวไว้วินิจฉัยเมื่อ 12 ก.ค.ที่ผ่านมา
ล่าสุด พรรคก้าวไกลได้ยื่นเรื่องต่อศาลเพื่อขอขยายเวลาในการส่งคำชี้แจงเพื่อแก้ข้อกล่าวหาออกไปหลังครบกำหนด 15 วันที่ต้องส่งคำชี้แจง
มีการคาดหมายไว้เช่นกันว่า ไม่แน่คำร้องคดีนี้ ศาล รธน.อาจเปิดห้องพิจารณาไต่สวนคำร้อง เพื่อเรียกผู้ร้องและผู้ถูกร้อง คือพิธาและพรรคก้าวไกล มาชี้แจงข้อกล่าวหากลางห้องพิจารณาคดีของศาล รธน. รวมถึงอาจจะเรียกพยานบุคคลที่ศาลเห็นสมควรมาให้ถ้อยคำเพื่อต้องการไต่สวนข้อเท็จจริงว่า พฤติการณ์ของพิธาและพรรคก้าวไกลตามคำร้อง มีพฤติการณ์เข้าข่ายล้มล้างการปกครองหรือไม่
เบื้องต้น ธีรยุทธ-ผู้ยื่นคำร้อง วิเคราะห์ไว้ว่าศาลรัฐธรรมนูญคงจะเปิดห้องพิจารณาไต่สวนคำร้อง เพื่อเปิดโอกาสให้ทั้ง 2 ฝ่าย คือตัวผู้ร้อง คือตนเอง กับผู้ถูกร้อง คือพรรคก้าวไกลและพิธา นำพยานหลักฐานของทั้ง 2 ฝ่ายเข้าสู่การพิจารณาไต่สวนของศาลรัฐธรรมนูญ เพราะความแรงของเนื้อหาในคำร้องคดีนี้มีมาก สังคมจับจ้อง
“ประเมินจากกระบวนการพิจารณาคำร้องของศาลรัฐธรรมนูญ ทั้งการให้ฝ่ายผู้ถูกร้องคือพรรคก้าวไกลแก้ข้อกล่าวหาภายใต้กรอบ 30 วัน และกระบวนการต่างๆ ในการไต่สวนของศาล ที่คาดว่าน่าจะอยู่ที่ประมาณ 45-60 วัน ก็คาดว่าประมาณปลายเดือนตุลาคมอาจจะได้เห็นอะไรบางอย่าง” ผู้ร้องคดีแก้ 112 ของพรรคก้าวไกลคาดการณ์ไว้
นอกจากนี้ ธีรยุทธ-ผู้ร้องคดีแก้ 112 ของพรรคก้าวไกล ยังบอกไว้ด้วยว่า รูปคดีนี้หากสุดท้ายศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้นายพิธาและพรรคก้าวไกลหยุดเรื่องมาตรา 112 ศาลจะวินิจฉัยก่อนว่าการกระทำของผู้ถูกร้องทั้ง 2 เข้าข่ายเป็นการเซาะกร่อน บ่อนทำลาย เป็นปฏิปักษ์ และจะมีผลเป็นการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยในวันข้างหน้าหรือไม่ ซึ่งหากศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่าเข้าข่าย ก็อาจเห็นควรมีคำสั่งให้หยุดการกระทำต่างๆ ตามที่ผู้ร้องได้ร้องต่อศาล
“หากเป็นเช่นนั้น เหตุผลจากคำวินิจฉัยว่าพฤติกรรมเป็นการเซาะกร่อนบ่อนทำลาย เป็นปฏิปักษ์ และอาจเป็นการล้มล้าง เหตุผลดังกล่าวนั้นจึงจะเป็นหลักฐานอันควรเชื่อว่าเป็นเหตุอันควรยุบพรรคก้าวไกล ซึ่งจะเป็นคำร้องดอกสองต่อไป”
เห็นแบบนี้ก็พอคาดการณ์ได้ล่วงหน้าได้ว่า หากผลคำวินิจฉัยของศาล รธน.ในคำร้องคดีพิธาและคดีแก้ไขมาตรา 112 ออกมา โดยที่ผลทางคดีไม่เป็นคุณกับพิธาและพรรคก้าวไกล
รับรองได้ว่า ด้อมส้มทั้งหลายย่อมเดือดดาลและแค้นหนัก จนจัดทัวร์ลงชุดใหญ่ที่ศาล รธน.แน่นอน!!!!.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'รทสช.'อยู่ยากใน‘รัฐบาลหนู2’ เจอพิษน้ำมัน ซัดกันเองฉ่ำ!
พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) อีกหนึ่งพรรคร่วมรัฐบาล “อนุทิน 2” หลังจาก รทสช.พ่ายในสนามเลือกตั้ง ได้ สส.เพียง 2 คน โดย นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค ได้สละที่นั่ง สส.บัญชีรายชื่อให้ นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ทำหน้าที่แทน ควบคู่กับ นายชัชวาลล์ คงอุดม สส.บัญชีรายชื่อ ส่วนพีระพันธุ์ขอลุยทำหน้าที่ขับคลื่อนพรรคเพียงหมวกเดียว
ดร.ณัฏฐ์ ชี้ คดี 44 สส. เขย่าเก้าอี้ผู้นำฝ่ายค้าน!
"ดร.ณัฏฐ์" ชี้ ปปช. ยื่นฟ้อง อดีต 44 สส.ก้าวไกล “ณัฐพงษ์” หัวหน้าพรรค ปชน. หากหยุดปฏิบัติหน้าที่ กระทบต่อเก้าอี้ผู้นำฝ่ายค้าน
ศาลรธน. แจงคดีบาร์โค้ด เปิดไต่สวน 'กกต.' หรือไม่ ขึ้นอยู่กับหลักฐาน
'นครินทร์' เผยความคืบหน้าคดีบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง รอ กกต.-ผู้ตรวจฯ ส่งพยานหลักฐาน ชี้แจงเคลียร์ไม่ต้องเปิดไต่สวน ลับหรือไม่อยู่ที่ข้อกฎหมาย ดุลพินิจของตุลาการแต่ละคน ลั่นยึดรัฐธรรมนูญตัดสินคดี
ร้องผู้ตรวจฯ ส่งศาลรธน. ชี้ขาดคุณสมบัติ รมต. '2 บิ๊กเพื่อไทย'
'ศรีสุวรรณ' ร้องผู้ตรวจการแผ่นดิน ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย 'สุริยะ-ประเสริฐ' มีคุณสมบัติเป็นรัฐมนตรีได้หรือไม่
อาฟเตอร์ช็อกน้ำมันแพง จับตามาตรการช่วยเหลือ วัดกึ๋น รบ.
คำขอโทษประชาชนของ ‘อนุทิน ชาญวีรกูล’ นายกรัฐมนตรี ในงาน Meet The Press ภายใต้หัวข้อ ‘1 เดือนวิกฤตโลก : แผนรับมือไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม’
'วิกฤตน้ำมัน'ผลพวงลากยาว หยิกเล็บเจ็บเนื้อ'ครม.หนู2'
อารมณ์คนในช่วงวิกฤตราคาน้ำมัน ค่าครองชีพพุ่งสูง เดือดยิ่งกว่าอุณหภูมิช่วงหน้าร้อนหลายเท่าตัว แม้กระทั่งภาพจำในช่วงรัฐบาลรักชาติยึดคืนอธิปไตยกลับคืนมลายหายไปสิ้น แปรเปลี่ยนเป็นเสียงบ่น ก่นด่าแทน

