เป็นเวลากว่า 100 วันแล้วที่ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กลับมาผืนแผ่นดินมาตุภูมิ เมื่อวันที่ 22 ส.ค.2566 เพื่อมารับโทษ หลังจากหลบหนีอยู่ต่างแดนกว่า 15 ปี แต่สิ่งที่น่าสงสัยคือ ไม่เคยมีเคสไหนที่ผู้ต้องขังจะไม่ได้นอนอยู่ในเรือนจำเหมือนทักษิณ เพราะตั้งแต่วันแรกที่รับโทษเข้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพเพียงไม่กี่ชั่วโมง ก็มีอาการป่วยในหลายโรคจนเจ้าหน้าที่ต้องวินิจฉัยว่าให้ทักษิณเข้ารับการรักษาที่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ
ปัจจุบันทักษิณได้เข้ารับการรักษามานานกว่า 100 วันแล้ว ไม่มีทีท่าว่าจะกลับเข้าสู่เรือนจำ อีกทั้งไม่มีการแจงรายละเอียดจากแพทย์ผู้ดูแลการรักษา หรือเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ ถึงความคืบหน้าของอาการป่วยแม้แต่น้อย ทำให้สังคมส่วนใหญ่เกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ กลับมองว่าทักษิณและรัฐบาลพยายามตบตาประชาชนว่ามีอาการป่วย แต่แท้ที่จริงแล้วไม่อยากกลับเข้าคุกจริงหรือไม่
จนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้ นายสหการณ์ เพ็ชรนรินทร์ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม รักษาราชการแทนอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ได้ออกหนังสือที่ ยธ. 07047/51138 กรมราชทัณฑ์ เมื่อวันที่ 6 ธ.ค.2566 เรื่อง ระเบียบกรมราชทัณฑ์ว่าด้วยการดำเนินการสำหรับการคุมขังในสถานที่คุมขัง พ.ศ.2566 ออกตามพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ.2560
จุดเริ่มต้นของแนวคิดนี้เริ่มจาก สมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม สมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ได้มีแนวคิดเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหานักโทษล้นคุก ไม่ว่าจะเป็นแนวคิด เปลี่ยนผู้ต้องขังคดียาเสพติดเป็นผู้ป่วยต้องบำบัด รวมถึงแนวคิดแก้ไขกฎกระทรวงในการจัดหาสถานที่เพื่อใช้กักตัวหรือเป็นที่พักของผู้ต้องขัง ระหว่างที่ได้รับการประกันตัวหรือยังไม่เป็นผู้ต้องขังเด็ดขาด ที่เรียกว่า เฮาส์อาร์เรสท์ ในคดี ตะวัน-แบม จนเมื่อทักษิณกลับมาไทยจึงได้มีการออกระเบียบการคุมขังที่มิใช่ในเรือนจำออกมาในยุครัฐมนตรีคนปัจจุบัน ทวี สอดส่อง
สำหรับสาระสำคัญของหลักเกณฑ์ระบียบดังกล่าวนั้น นักโทษที่จะได้ย้ายออกจากเรือนจำไปอยู่ในสถานที่คุมขัง จะทำได้เฉพาะตามวัตถุประสงค์ โดยปฏิบัติตามระบบการจำแนกและการแยกคุมขังนั้น คุมขังในสถานที่สำหรับอยู่อาศัย, การดำเนินการตามระบบการพัฒนาพฤตินิสัย ต้องคุมขังในสถานที่ราชการ หรือสถานที่ที่ส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐใช้ประโยชน์ในการจัดทำบริการสาธารณะ สถานศึกษา วัด มัสยิด สถานประกอบการของเอกชน มูลนิธิ สถานสงเคราะห์ หรือสถานที่ที่ใช้สำหรับการสังคมสงเคราะห์ทั้งของราชการและเอกชน ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายกำหนด
การรักษาพยาบาลผู้ต้องขัง คุมขังในสถานพยาบาล ประเภทที่รับผู้ป่วยไว้ค้างคืน ทั้งนี้ สำหรับสถานที่คุมขัง ไม่ว่าจะเป็นบ้าน อาคาร หรือสิ่งปลูกสร้าง ต้องมีทะเบียนบ้านและบ้านเลขที่ตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎร และสามารถกำหนดตำแหน่งหรือพิกัดเพื่อใช้งานอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ (กำไลอีเอ็ม) ได้
อธิบดีกรมราชทัณฑ์จะเป็นผู้กำหนดสถานที่คุมขัง โดยออกประกาศแจ้งว่า ให้ใช้สถานที่ใดเป็นสถานที่คุมขัง ด้วยวัตถุประสงค์ใด พร้อมระบุที่อยู่และเลขที่ตามทะเบียนบ้าน แผนที่แสดงอาณาเขตของสถานที่คุมขัง และชื่อ-นามสกุลของผู้ดูแลสถานที่คุมขัง โดยอธิบดีกรมราชทัณฑ์จะเป็นผู้กำหนดสถานที่คุมขัง จะออกประกาศแจ้งว่า ให้ใช้สถานที่ใดเป็นสถานที่คุมขัง ด้วยวัตถุประสงค์ใด พร้อมระบุที่อยู่และเลขที่ตามทะเบียนบ้าน แผนที่แสดงอาณาเขตของสถานที่คุมขัง และชื่อ-นามสกุลของผู้ดูแลสถานที่คุมขัง
ผู้ต้องขังที่จะได้รับการพิจารณาคัดเลือกให้ออกไปคุมขังนอกเรือนจำ ต้องมีคุณสมบัติครบ 3 ข้อ ได้แก่ เป็นผู้ต้องขังตามกฎหมายราชทัณฑ์ ต้องผ่านการจำแนกลักษณะผู้ต้องขังหรือทบทวนแผนการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังรายบุคคล และคณะทำงาน เพื่อจำแนกลักษณะของผู้ต้องขังประจำเรือนจำเห็นควรให้คุมขังผู้ต้องขังรายนั้นๆ ในสถานที่คุมขัง
โดยในการตรวจสอบคุณสมบัติ คณะทำงานจะพิจารณาข้อมูลการถูกดำเนินคดีอื่นๆ ในชั้นศาล, ประวัติและพฤติกรรมก่อนต้องโทษ, ประวัติการใช้ความรุนแรงหรือการใช้ความรุนแรงภายในครอบครัว, ประวัติการเกี่ยวข้องกับยาเสพติด, ประวัติการกระทำผิดความผิดเกี่ยวกับเพศ, การเปลี่ยนหรือย้ายที่อยู่ และพฤติกรรมขณะต้องโทษ เพื่อเสนอให้ผู้บัญชาการเรือนจำและกรมราชทัณฑ์พิจารณาต่อไป ซึ่งจะต้องไม่มีคุณสมบัติเฉพาะและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดไว้ในประกาศกำหนดคุณสมบัติเฉพาะ ลักษณะต้องห้าม และวิธีการคุมขังในสถานที่คุมขังสำหรับผู้ต้องขังแต่ละกลุ่ม
อย่างไรก็ตาม ผู้ต้องขังที่มีคุณสมบัติครบ 3 ข้อ แต่ถ้าติด 2 เงื่อนไข ก็จะหมดสิทธิ์ได้รับการพิจารณาคัดเลือกไปคุมขังนอกเรือนจำ นั่นคือ 1.มีโทษกักขังแทนโทษจำคุก กักขังแทนค่าปรับ มีโทษปรับซึ่งยังไม่ได้ชำระค่าปรับ หรือต้องถูกกักกันตามคำสั่งศาลภายหลังพ้นโทษ ไม่ว่าจะในคดีนี้หรือคดีอื่น และ 2.อยู่ระหว่างถูกดำเนินการทางวินัย หรือถูกลงโทษทางวินัย
แน่นอนว่า เมื่อพิจารณาในรายละเอียดของระเบียบดังกล่าว เหมือนกับออกมาเพื่อทักษิณโดยตรงเลยก็ว่าได้ เพราะการกำหนดเกี่ยวกับสถานที่คุมขัง ซึ่งมีทั้งในสถานที่ราชการ และสถานที่สำหรับที่อยู่อาศัย การคุมขังในสถานพยาบาล ประเภทที่รับผู้ป่วยไว้ค้างคืน เมื่อพิจารณาจากระเบียบกรมราชทัณฑ์ดังกล่าว ทำให้มั่นใจมากยิ่งขึ้นว่า อีกไม่กี่วันข้างหน้า นายทักษิณน่าจะได้รับการปล่อยตัว หรือวิธีที่เรียกว่า คุมขังนอกเรือนจำ ส่อถึงสัญญาณนับถอยหลังวันที่ทักษิณได้กลับ "บ้านจันทร์ส่องหล้า" ได้เลย
แต่ในทางสังคม-การเมือง ผลที่ตามมาเมื่อระเบียบตัวนี้ออก สิ่งแรกคือ การตั้งคำถามต่อรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ว่าทำเพื่อนายใหญ่ของพรรคใช่หรือไม่ รวมถึงตั้งแต่ทักษิณป่วย ไม่มีการชี้แจงให้ข้อมูลจากฝ่ายที่เกี่ยวข้องมาแม้แต่น้อย ไม่มีใครสามารถตรวจสอบได้ว่าทักษิณอยู่ที่โรงพยาบาลจริงหรือไม่ อาการเป็นอย่างไร แตกต่างกับจุดยืนของรัฐบาลก่อนหน้านี้ที่ตั้งใจจะปราบทุจริต ทุกอย่างสามารถตรวจสอบได้
ท้ายที่สุดจะส่งผลต่อความเชื่อมั่นของพรรคเพื่อไทย และอาจจะมีผลต่อคะแนนเสียงในอนาคต รวมถึงคนที่จะโดนโฟกัสมากที่สุดคือ ทวี สอดส่อง ในฐานะนายใหญ่ของกระทรวงยุติธรรม ที่จะโดนฝ่ายค้านนำเรื่องนี้ยื่น "อภิปรายไม่ไว้วางใจ" ในช่วงเดือน เม.ย.นี้ด้วย จึงต้องจับตาว่าคนคนเดียวจะสร้างเอฟเฟกต์การเมืองไทยหลังจากนี้มากน้อยขนาดไหน.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
“สำนวนฮั้ว สว.229”รั่วกลางทาง “กกต.”หนีตาย“ลอยตัว”ลดแรงเสียดทาน
นาทีนี้คงไม่มีประเด็นการเมืองไหนจะสร้างแรงสั่นสะเทือนไปถึงขั้วอำนาจในสภาสูงได้เท่ากับมหากาพย์ "คดีฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา" อีกแล้ว จากการเลือก สว. เมื่อปี 2567 ที่ถูกตั้งคำถามเรื่องการจัดตั้งและบล็อกโหวต วันนี้คดีที่หลายฝ่ายคิดว่าจะถูกเตะถ่วงจนเงียบหาย กลับมาพูดถึงขึ้นมาใหม่อีกครั้ง และกำลังบีบให้องค์กรอิสระอย่าง คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต้องตกอยู่ในสภาพ "หลังชนฝา"
"ใครรุก-ใครรับ"ในเกมไฟใต้ "การเมือง" กระตุก"กองทัพ"
ประเด็นข่าวการยิงจากเฮลิคอปเตอร์ไปถูกเยาวชนชายในช่วงเจ้าหน้าที่ติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุการณ์ความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่ได้เกิดขึ้นครั้งแรกใน จ.นราธิวาส
‘นิรโทษกรรม’ ล้างอดีตความขัดแย้ง อาจวนลูปเดิมหากรบ.อนุทินล้มเหลว
พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ.2569 มีผลบังคับใช้แล้ว เมื่อวันที่ 24 สิงหาคมที่ผ่านมา
26ส.ค.ไต่สวนลับ บัตรเลือกตั้ง ปิดคดีกันยายน
คำร้องคดี บัตรเลือกตั้ง 8 ก.พ.2569 ที่ผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เพื่อให้วินิจฉัยว่าการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต.ในการจัดการเลือกตั้งเมื่อ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ กรณีจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ด ซึ่งอาจใช้สืบค้นย้อนกลับไปถึงตัวผู้ลงคะแนนได้ และต่อมาศาลรัฐธรรมนูญมีมติเมื่อ 18 มี.ค. ด้วยเสียงข้างมาก 6 ต่อ 3 รับคำร้องไว้วินิจฉัย
หลังเปิดสภา 25 ส.ค. การเมืองร้อนกลางสายฝน ล็อกเป้าซักฟอกถล่ม'อนุทิน'
แน่นอนว่าไคลแมกซ์การเมืองในช่วงการประชุมสภาสมัยล่าสุด ที่จะเริ่มเปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎร 25 ส.ค.นี้เป็นต้นไป คือ
จับตา! ปฏิกิริยา ภท. หลัง 'ทักษิณ' ขยับ กดทับ 'อนุทิน'
นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์คลิปและข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ "ทักษิณขยับ กดทับอนุทิน?" โดยระบุว่า

