ทักษิณปิ๊กบ้านเชียงใหม่ กับแผนทวงคืนแชมป์ล้านนา

เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ออกมาระบุว่า มีความเป็นไปได้ที่ในการปฏิบัติภารกิจลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 15-17 มีนาคมนี้ อาจจะได้พบกับ ทักษิณ ชินวัตร ผู้มากบารมีของรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ที่จะเดินทางไปจังหวัดเชียงใหม่ในช่วงใกล้เคียงกันคือ 14-16 มี.ค. ที่ทักษิณจะเดินทางไปเชียงใหม่ พร้อมครอบครัว ตระกูลชินวัตร เพื่อไปไหว้ฮวงซุ้ยตระกูลชินวัตร ที่เชียงใหม่ ในวันที่ 15 มี.ค. ที่เป็นวันแรกของช่วง "เทศกาลเช็งเม้ง-การไหว้บรรพบุรุษ-เครือญาติที่ล่วงลับ" 

"หากมีโอกาสก็จะได้พบกัน และได้เจอกับคุณทักษิณหนึ่งครั้งแล้ว เจอครั้งที่สองคงไม่เป็นไร เพราะรู้จักกันอยู่แล้ว หากสะดวกก็คงได้พบกัน แต่เบื้องต้นยังไม่ได้นัดหมายกัน แต่คนที่รู้จักกัน คงแวะเข้าไปพูดคุยเป็นธรรมดา" เศรษฐาระบุเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา จากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส

 โดยมี อุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทยและรองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์ของรัฐบาล บินตามไปสมทบกับคณะของนายกฯ เพื่อร่วมวงพูดคุยกับภาคเอกชนของฝรั่งเศส

ซึ่งภาพที่เกิดขึ้นกลางกรุงปารีส ยิ่งเป็นการสร้างเสียงวิจารณ์ทางการเมืองตามมาถึงการที่ทักษิณกำลังวางแผนสร้างบันไดการเมือง เพื่อดันให้อุ๊งอิ๊งมีบทบาทโดดเด่นมากยิ่งขึ้น เพื่อสร้างความพร้อมก่อนขึ้นมามีบทบาทการเมืองเต็มตัวในอนาคตอันใกล้ จนเห็นอุ๊งอิ๊งไปประกบเรียนรู้งานต่างๆ พร้อมกับเศรษฐาที่ฝรั่งเศส 

ดังนั้นเสียงวิจารณ์ 1 ประเทศ 2 นายกฯ โดยคนแรกอยู่ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ส่วนคนที่สองอยู่ที่จันทร์ส่องหล้า แต่คนที่สองมีบทบาทมากกว่านายกฯ ตัวจริง จึงไม่ใช่เสียงวิจารณ์ที่เลื่อนลอย แต่ยิ่งนานวันยิ่งเด่นชัด และหากยังเป็นเช่นนี้ คงยิ่งทำให้เศรษฐาอึดอัดมากขึ้นเรื่อยๆ ที่ต้องอยู่ใต้เงาทักษิณตลอดไป

ต้องรอดูกันว่า ภาพและข่าวการพบกันของทักษิณกับเศรษฐาที่เชียงใหม่ ภาพจะออกมาอย่างไร จะเป็นการพูดคุยกัน หรือเศรษฐาไปหาทักษิณ เพื่อรับคำสั่งในการทำงาน!

ขณะเดียวกันที่ทักษิณเดินทางไปเชียงใหม่รอบนี้ และจะพักผ่อนส่วนตัวที่สนามกอล์ฟแห่งหนึ่งที่เป็นพื้นที่ส่วนตัว

ก็มีกระแสข่าวในแวดวงการเมืองลอยตามมาว่า ทักษิณมาเชียงใหม่รอบนี้ หรืออาจเป็นรอบสอง ที่ข่าวว่าจะมาอีกครั้งตอนช่วงเทศกาลสงกรานต์เดือนเมษายน

 ตัวทักษิณอาจจะได้มีการคุยนอกรอบกับ สส.เชียงใหม่-อดีต สส.เชียงใหม่-อดีตผู้สมัคร สส.เชียงใหม่ที่สอบตก รวมถึงหัวคะแนนของเพื่อไทยในเชียงใหม่และบางจังหวัดในภาคเหนือตอนบน แต่อาจจะเน้นที่เชียงใหม่เป็นพิเศษ เพื่อต้องการทราบข้อมูลถึงกระแสนิยมของเพื่อไทยในเชียงใหม่และภาคเหนือตอนบน หลังเลือกตั้งที่ผ่านมา เพื่อไทยไม่ประสบความสำเร็จในพื้นที่ภาคเหนืออย่างที่ทักษิณตั้งเป้าไว้ จนเป็นสาเหตุที่ทำให้เพื่อไทยไม่ชนะเลือกตั้ง จากที่เคยชนะมาติดต่อกันห้าครั้ง

อย่างเช่น ที่ เชียงใหม่ เพื่อไทยก็แพ้กราวรูดให้กับพรรคก้าวไกล เพราะจาก 10 ที่นั่ง เพื่อไทยได้มาแค่ 2 เก้าอี้ ส่วนก้าวไกลกวาดไป 7 และพลังประชารัฐ 1 ที่นั่ง

 และบางจังหวัด เช่น พะเยา-แม่ฮ่องสอน จากที่เพื่อไทยเคยได้ยกจังหวัด หรือเคยมี สส.มาตลอดทุกสมัย แต่เลือกตั้งที่ผ่านมาเพื่อไทยก็ไม่ได้ สส.เขตเลยสักคน

 เช่นเดียวกับบางจังหวัดที่เคยชนะยกจังหวัดมาตลอด เช่น ลำปาง รอบนี้จากที่มี 4 เขต เพื่อไทยได้มาแค่ 1 เก้าอี้ โดนก้าวไกลกวาดไปสามที่นั่ง อีกทั้งคะแนนปาร์ตี้ลิสต์หลายเขตเลือกตั้งในภาคเหนือ คะแนนของเพื่อไทยก็แพ้ก้าวไกล  

 ทำเอา ล้านนา-เพื่อไทย สะเทือน และเกิดกระแส ทักษิณสิ้นมนต์ขลังในภาคเหนือ จนยากที่ทักษิณจะยอมรับได้ ที่เพื่อไทยแพ้เลือกตั้งในภาคเหนือหลายจังหวัด โดยเฉพาะที่เชียงใหม่บ้านเกิด ฐานที่มั่นสำคัญของเพื่อไทย

ดังนั้นช่วงเวลาต่อจากนี้ ทำให้ทักษิณ-เพื่อไทย ต้องจัดเตรียมข้อมูล-ถอดบทเรียนการเลือกตั้งที่ผ่านมา เพื่อที่จะได้เตรียมพร้อมสำหรับการทำพื้นที่ของเพื่อไทยในเชียงใหม่และภาคเหนือตอนบนต่อไป

โดยมีสนามทดสอบ กระแสนิยมทักษิณ-เพื่อไทย สนามแรกที่รออยู่ นั่นก็คือ ศึกเลือกตั้งนายกฯ อบจ. ทั่วประเทศ ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นช่วงมกราคม 2568 ซึ่งบางจังหวัดโดยเฉพาะ เชียงใหม่ ทักษิณ-เพื่อไทย มีเดิมพันสูง แพ้ไม่ได้

หลังมีข่าวว่า ช่วงเมษายนนี้ พรรคก้าวไกลเตรียมเปิดตัว ไพรัช ใหม่ชมภู อดีตรองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ ยุคบุญเลิศ บูรณปกรณ์ อดีตนายก อบจ.เชียงใหม่สายเพื่อไทย แต่เลือกตั้งนายก อบจ.รอบล่าสุดเมื่อปี 2563 บุญเลิศแตกคอกับ เจ๊แดง-เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ น้องสาวทักษิณ เพราะเจ๊แดงหันไปดัน เสี่ยก๊อง-พิชัย เลิศพงษ์อดิศร ประธานสโมสรฟุตบอลเชียงใหม่ ยูไนเต็ด ทำให้ พิชัย-บุญเลิศ สู้กันดุเดือด แต่สุดท้ายพิชัยได้กระแสทักษิณ-เพื่อไทยช่วย ทำให้ชนะบุญเลิศ จนฝากรอยแค้นไว้รอให้ บ้านใหญ่  บูรณปกรณ์ เอาคืน 

ซึ่งด้วยกระแสพรรคก้าวไกลที่มาแรง จนกวาด สส.เขตเชียงใหม่มากสุด และยังได้คะแนนรวมปาร์ตี้ลิสต์ที่เชียงใหม่ชนะเพื่อไทย อีกทั้งไพรัชก็ไม่ได้โนเนม เพราะเป็นอดีตรองนายก อบจ.เชียงใหม่ และเป็นบิดาของ พลอย-เพชรรัตน์ ใหม่ชมภู สส.เชียงใหม่ เขต 1 ก้าวไกล ที่เอาชนะเพื่อไทยมาได้แบบขาดลอย รวมถึงก้าวไกลยังมีนโยบายกระจายอำนาจ เลือกตั้งผู้ว่าฯ โดยตรง โดยชูเชียงใหม่เป็นจังหวัดนำร่อง ที่ได้เสียงตอบรับจากคนเชียงใหม่

ภาพรวมดังกล่าวทำให้มีโอกาสไม่น้อยที่คนของก้าวไกลจะชนะนายก อบจ.เชียงใหม่ เหนือคนของเพื่อไทยที่จะส่งลงชิงนายก อบจ.

 ที่ข่าวว่าตอนนี้ยังคงเป็นคนเดิมคือ พิชัย-นายกฯ ก๊อง แต่ล่าสุดก็ไม่แน่ ทักษิณ-เจ๊แดง อาจตัดสินใจเปลี่ยนตัวก็ได้ หลังพิชัย หรือชื่อเดิมชูชัย มีชื่อเป็นหนึ่งในแปดคนที่ถูกอัยการเตรียมยื่นฟ้องเอาผิดในคดีนายวรยุทธ หรือ บอส อยู่วิทยา  

เลยเป็นที่มาของกระแสข่าว ทักษิณมาเชียงใหม่รอบนี้ หรือรอบหน้า ช่วงสงกรานต์ ทักษิณมาฟังข้อมูล-เช็กกระแสตัวเองและเพื่อไทยในเชียงใหม่และภาคเหนือตอนบน เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งนายก อบจ.

ที่ข่าวว่าเพื่อไทยจะส่งในนามพรรคหลายจังหวัด โดยมีบางจังหวัดที่ทักษิณต้องสั่งยึดหัวหาด แพ้ไม่ได้

 เช่น เชียงใหม่บ้านเกิด เป็นต้น เพื่อหวังใช้ความสำเร็จจากการเมืองท้องถิ่น นายก อบจ.-สจ.ทั่วประเทศ ต่อยอดไปถึงการเลือกตั้ง สส.รอบหน้า

 ในแผนทำการเมืองระยะยาว  เพื่อทำให้เพื่อไทยกลับมาชนะเลือกตั้งอีกครั้งให้ได้ จะได้ดัน อุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร เป็นนายกฯ ตามแผนที่วางไว้.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เบื้องหลังโผครม.'อนุทิน2' จัดสมดุลอำนาจ-ฝ่าวิกฤตศก.

หลังมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งคณะรัฐมนตรี 35 คน รายชื่อส่วนใหญ่ไม่พลิกจากโผที่สื่อคาดการณ์ไว้ แต่ ของจริง อยู่ที่เบื้องหลังการจัดวางตัวบุคคล ซึ่งสะท้อนการคุมเกมอำนาจภายในพรรคสีน้ำเงินอย่างรอบคอบ ทั้งการให้รางวัล “คนทำงาน” การกันแรงกระเพื่อม และการล็อกเสถียรภาพรัฐบาลตั้งแต่วันแรก

เรือนจำกลางคลองเปรม เคาะ 'ทักษิณ' ติด 1 ใน 10 รายชื่อ คุณสมบัติผ่านเกณฑ์พักโทษ

คกก.พักโทษเรือนจำกลางคลองเปรม มีมติที่ประชุมเห็นชอบ "ทักษิณ" ติด 1 ใน 10 รายชื่อผู้ต้องขังผ่านเกณฑ์พักโทษกรณีทั่วไป ส่งต่อ คกก.พักโทษระดับกรมราชทัณฑ์

'รทสช.'อยู่ยากใน‘รัฐบาลหนู2’ เจอพิษน้ำมัน ซัดกันเองฉ่ำ!

พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) อีกหนึ่งพรรคร่วมรัฐบาล “อนุทิน 2” หลังจาก รทสช.พ่ายในสนามเลือกตั้ง ได้ สส.เพียง 2 คน โดย นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค ได้สละที่นั่ง สส.บัญชีรายชื่อให้ นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ทำหน้าที่แทน ควบคู่กับ นายชัชวาลล์ คงอุดม สส.บัญชีรายชื่อ ส่วนพีระพันธุ์ขอลุยทำหน้าที่ขับคลื่อนพรรคเพียงหมวกเดียว

อาฟเตอร์ช็อกน้ำมันแพง จับตามาตรการช่วยเหลือ วัดกึ๋น รบ.

คำขอโทษประชาชนของ ‘อนุทิน ชาญวีรกูล’ นายกรัฐมนตรี ในงาน Meet The Press ภายใต้หัวข้อ ‘1 เดือนวิกฤตโลก : แผนรับมือไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม’

'วิกฤตน้ำมัน'ผลพวงลากยาว หยิกเล็บเจ็บเนื้อ'ครม.หนู2'

อารมณ์คนในช่วงวิกฤตราคาน้ำมัน ค่าครองชีพพุ่งสูง เดือดยิ่งกว่าอุณหภูมิช่วงหน้าร้อนหลายเท่าตัว แม้กระทั่งภาพจำในช่วงรัฐบาลรักชาติยึดคืนอธิปไตยกลับคืนมลายหายไปสิ้น แปรเปลี่ยนเป็นเสียงบ่น ก่นด่าแทน

ปล่อย“ไอ้โม่ง”ลอยนวล รัฐบาล“อนุทิน”เสี่ยงพัง!

เหตุการณ์ “ลักหลับประชาชน” คืนวันที่ 25 มีนาคม ต่อเนื่องถึงเช้าวันที่ 26 มีนาคม กลายเป็นแรงกระแทกทางการเมืองครั้งใหญ่ หลังรัฐบาลตัดสินใจปล่อยลอยตัวดีเซล ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นทันทีถึง 6 บาทต่อลิตร สร้างภาระค่าครองชีพที่ถาโถมใส่ประชาชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้