ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ มั่นใจว่าคุณสมบัติของ นายไผ่ ลิกค์ สส.กำแพงเพชร และกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ ยังนั่งเป็นรัฐมนตรีได้ แม้ศาลรัฐธรรมนูญจะมีมติไม่รับคำร้อง กรณีนายไผ่ขอร้องศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า ถูก 4 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และผู้ตรวจการแผ่นดิน ละเมิดจนไม่สามารถเป็นรัฐมนตรีได้ กรณีระบุว่า ขาดคุณสมบัติ
ร.อ.ธรรมนัสมองว่า การที่ศาลรัฐธรรมนูญไม่รับคำร้อง เพราะไม่ใช่อำนาจตัวเอง แต่ไม่ใช่การปฏิเสธ โดยต้องรอฟัง นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.การคลัง ว่ามีนโยบายอย่างไร
ซึ่งก่อนหน้านี้ตอนทราบผลว่า ศาลรัฐธรรมนูญไม่รับคำร้องนั้น นายเศรษฐาเคยออกมาการันตีแล้วว่า 1 เก้าอี้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงที่ว่างอยู่นั้น ยังเป็นของพรรคพลังประชารัฐเหมือนเดิม
แต่จะส่งใครมาเป็นรัฐมนตรีนั้น นายเศรษฐาคงไม่ยุ่ง เพราะเป็นเรื่องภายในพรรคพลังประชารัฐ เจ้าของโควตาดังกล่าว
อย่างไรก็ดี แม้ ร.อ.ธรรมนัสจะระบุว่า การที่ศาลรัฐธรรมนูญไม่รับคำร้องไม่ใช่การปฏิเสธคุณสมบัติของนายไผ่ แต่ระบุให้รอฟังนโยบายจากนายเศรษฐาก่อนนั้น ตรงนี้ถือว่ามีนัยสำคัญ
เพราะหากพรรคพลังประชารัฐยืนยันว่า จะส่งชื่อนายไผ่ ตามการตีความของตัวเองว่าสามารถเป็นรัฐมนตรีได้ แต่คนที่จะนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายคือ นายเศรษฐา
หากจะมองว่า การที่ศาลรัฐธรรมนูญไม่รับ แล้วจะให้ทูลเกล้าฯ ถวายไปก่อน เหมือนที่บางคนในพรรคพลังประชารัฐคิดว่า หากจะมีการตีความคุณสมบัติต้องรอให้นายไผ่ได้เป็นรัฐมนตรีก่อน ถึงเวลานั้นศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องแน่นอนเพื่อให้กระจ่าง แต่มันเสี่ยงกับนายเศรษฐามาก
เพราะปกติแล้วเรื่องที่จะนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายต้องมีการตรวจสอบอย่างละเอียดรอบคอบ ต้อง 100% เท่านั้น ไม่มี 80% หรือ 90% เพื่อไม่ให้มีปัญหา
การวัดใจทูลเกล้าฯ ถวายไปก่อน แล้วพบว่ามีปัญหาทางข้อกฎหมายภายหลังเป็นเรื่องมิบังควร ซึ่งนายเศรษฐาย่อมรู้เรื่องนี้ดี และเชื่อว่าไม่กล้าเสี่ยงทำอะไรอย่างนั้นแน่นอน
อย่างที่ทราบกันว่า นายเศรษฐาเองค่อนข้างระมัดระวังเรื่องข้อกฎหมาย หรือมลทินอะไรที่จะต้องติดตัวตอนเป็นนายกรัฐมนตรีมาก
ดูอย่างโครงการดิจิทัลวอลเล็ต 1 หมื่นบาท ที่ตอนแรกตั้งใจจะออกเป็นร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน แต่พอถูกทักท้วง ถูกร้องเรียนเรื่องข้อกฎหมาย สุดท้ายยอมโดนล้อเลียนว่าไม่ตรงปก ใช้งบประมาณปกติ จับตรงนั้นโยกตรงนี้ เพื่อไม่ให้มีคดีความในภายหลัง
ฉะนั้น นายเศรษฐาคงไม่กล้าทำแน่ และถ้ากล้าทำคงทำไปตั้งแต่รอบแรกแล้ว
ส่วนแผนสำรองของพรรคพลังประชารัฐ หากนายไผ่ไม่สามารถเป็นรัฐมนตรีได้ ขณะนี้ชื่อของ เสี่ยเบนซ์-นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา และโฆษกพรรคพลังประชารัฐมาแรงที่สุด
ชื่อนี้เป็นชื่อที่ ร.อ.ธรรมนัส รวมถึงนายไผ่สนับสนุนเต็มที่หากตัวเองพลาดหวัง
สำหรับ เสี่ยเบนซ์ ไม่ได้อยู่ในกลุ่มก๊วนของ ร.อ.ธรรมนัส แต่มีความสนิทสนมกับทั้ง 2 คน โดยเฉพาะนายไผ่ที่อายุไล่ๆ วัยใกล้กัน
ขณะเดียวกัน เสี่ยเบนซ์ ยังเป็นคนที่ทำงานให้กับพรรคพลังประชารัฐ ทั้งงานในพรรคและงานในสภา มาตั้งแต่สมัยรัฐบาลชุดที่แล้ว
โดยสภาชุดที่แล้ว เสี่ยเบนซ์ ทำงานใกล้ชิด นายวิรัช รัตนเศรษฐ อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ เมื่อครั้งเป็นประธานวิปรัฐบาล และได้รับแต่งตั้งให้เป็น เลขานุการวิปรัฐบาล ในเวลาต่อมา
แม้เป็น สส.รุ่นใหม่ แต่มีประสบการณ์เป็น สส.มา 3 สมัย เริ่มต้นกับพรรคเพื่อไทยเหมือนกับคนอื่นๆ เข้าได้กับทุกกลุ่มในพรรคพลังประชารัฐ
ลุงป้อม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ให้การเอ็นดู เพราะเป็นคนทำงาน ขยัน และไม่ได้ทิ้งพรรคไปไหน โดยกัดฟันสู้กระแสใน จ.ฉะเชิงเทรา จนทะลุเข้าสภามาได้เพียงคนเดียวในจังหวัด
เป็นนักการเมืองดาวรุ่ง ทรงดี ที่มีแวว เป็นทายาททางการเมืองของ อิทธิ ศิริลัทธยากร นักการเมืองดังแปดริ้ว อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ในรัฐบาลนายชวน หลีกภัย
ร.อ.ธรรมนัส และนายไผ่ อยากให้ เสี่ยเบนซ์ ได้ มากกว่ามุ้งอื่นๆ ในพรรค ที่พูดคุยกันยากกว่า
อีกคนที่มีลุ้นคือ บ้านใหญ่ราชบุรี ของ ตระกูลนิติกาญจนา โดย ลุงป้อม ถึงกับลาราชการไปเมืองโอ่ง เพื่อพูดคุยให้อยู่กับพรรคพลังประชารัฐตอนก่อนเลือกตั้ง
โดยมีกระแสข่าวเรื่องสัญญาใจว่า ถ้าทำผลงานได้ตามเป้าจะมีเก้าอี้รัฐมนตรีตอบแทน
ซึ่ง นางบุญยิ่ง นิติกาญจนา สส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ตัดสินใจพาทีม ประกอบด้วย นายชัยทิพย์ กมลพันธ์ทิพย์ สส.ราชบุรี และนายจตุพร กมลพันธ์ทิพย์ สส.ราชบุรี อยู่กับพรรคต่อ และสามารถพาทีมตัวเองเข้าสภาได้ทั้งหมด 3 ที่นั่ง
เพียงแต่ บ้านใหญ่ราชบุรี มีกันเพียง 3 คน ประกอบกับนางบุญยิ่งได้นั่งเป็นประธานคณะกรรมาธิการการคุ้มครองผู้บริโภค สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นคณะกรรมาธิการที่ดีที่สุดที่พรรคพลังประชารัฐได้มาและมอบให้ปลอบใจหลังไม่ได้เป็นรัฐมนตรี
นอกจากนี้ ก๊วนชากังราว ภายใต้การนำของนายวราเทพ รัตนากร อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ก็หวังเหมือนกันหากนายไผ่พลาด เนื่องจากตัวเองทำผลงานกวาด สส.กำแพงเพชร ยกจังหวัด 4 ที่นั่ง
โดยมีความพยายามจะผลักดัน นายอนันต์ ผลอำนวย สส.กำแพงเพชรหลายสมัย ที่อาวุโสที่สุดในจังหวัดตอนนี้ มาแทนนายไผ่ ที่เป็น สส.กำแพงเพชรเหมือนกัน
แต่ปัญหาคือ นายไผ่เป็น สส.กำแพงเพชรคนเดียวที่ไม่ได้อยู่ในมุ้งนี้ แต่อยู่กับมุ้ง ร.อ.ธรรมนัส
ประกอบกับ ก๊วนชากังราว เองก็ได้รับการปูนบำเหน็จไปมาก โดยนายวราเทพได้เป็นรองประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณางบประมาณทุกปีมาตั้งแต่รัฐบาลชุดที่แล้ว ขณะที่ปัจจุบัน 1 สส.ในกลุ่มคือ นายปริญญา ฤกษ์หร่าย สส.กำแพงเพชร ก็ได้เป็นประธานคณะกรรมาธิการการกีฬา สภาผู้แทนราษฎรไปแล้ว
ขณะที่ เสี่ยเบนซ์ ที่ชื่อมาแรงนั้น แม้จะเป็น สส.ฉะเชิงเทราเพียงคนเดียว และไม่ได้มีมุ้งชัดเจน หากแต่ชื่อนี้จัดอยู่ในบัญชีกลาง คนทำงานให้พรรค เหมือนกับตอนที่ ลุงป้อม ตัดสินใจมอบเก้าอี้เสนาบดีให้นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในรัฐบาลชุดที่แล้ว
เป็นการมอบให้ในฐานะคนทำงาน อยู่ในคณะกรรมการบริหารพรรค
ดังนั้นวัดกันปอนด์ต่อปอนด์ตอนนี้ ชื่อของ เสี่ยเบนซ์ ที่ไม่ได้ตำแหน่งแห่งหนอะไรทั้งสิ้น แต่ยังก้มหน้าก้มตาทำงานให้พรรคอย่างขันแข็งทั้งในพรรคและนอกสภา ดูแล้วเหนือกว่ารายชื่ออื่นๆ
และเป็นชื่อที่น่าจะลดแรงกระเพื่อมได้ เพราะไม่มีกลุ่มก๊วน
ซึ่งเป็นการตอบแทนในฐานะคนทำงานให้พรรค ตามสไตล์ ลุงป้อม
เพียงแต่ต้องจับตาดูว่า ระหว่างทางจะมีอะไรมาขัดขวางหรือไม่.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ยกระดับ“ล้อมคอก”อาวุธปืน “บิ๊กต่าย”ประมืองานร้อน"ทิ้งทวน"
เพียงสัปดาห์เดียวเกิดเหตุสลดถึง 2 เคส ที่สังคมไทยต้องนำมาถอดบทเรียนอีกครั้ง ศุกร์ที่ 7 ส.ค. “เหตุกราดยิง” ภายในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี นักเรียนชาย ม.3 พกอาวุธปืนขนาด 9 มม.มาจากบ้าน พร้อมกระสุน 98 นัด ก่อเหตุที่ไม่มีใครคาดคิด เดินลั่นไกใส่ครู-นักเรียน ไม่ต่างกับในเกมหรือภาพยนตร์
วิ่งหัวชนกำแพง อภิสิทธิ์ชน 'พรรคส้ม'รอมหาชนทุบเอง
กลายเป็นชนวนร้อนสั่นสะเทือนไปทั้งสภาฯ และโซเชียลมีเดีย เมื่อสงครามวาทกรรม “วิ่งหัวชนกำแพง” ถูกจุดพลุขึ้นโดย “ไหม” น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน แห่งค่าย พรรคส้ม ที่ออกมาเปิดใจสะท้อนสภาวะถดถอยและความกดดันของการสู้กับระบบ
คนจับงูไม่แพ้งู! 'ไผ่' โต้ข่าว 'กล้าธรรม' ไม่มีงูเขียว ลั่นลูกผู้ชายคำไหนคำนั้น ไม่เล่นหลายหน้า
‘ไผ่’ โพสต์โต้ข่าวพรรคกล้าธรรม ไม่มีงูเขียว บอก คนจับงูไม่แพ้งูแน่ ลั่น ลูกผู้ชาย ไม่เล่นหลายหน้า คำไหนคำนั้น
เปิดลึก มหาดไทย ขยับ รีเซ็ต คุมอาวุธปืน ฝ่ายกฎหมายแทงสวน
จากเหตุการณ์สะเทือนขวัญ กราดยิงกลางโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ทำให้จากเดิมที่มีความเชื่อกันว่า”โรงเรียน-สถานศึกษา”คือ Safe Zone พื้นที่ปลอดภัย ต้องถูกสั่นคลอน ส่งผลให้รัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล มีการบ้านเร่งด่วนคือการทำให้สังคมเชื่อมั่นว่า โรงเรียนยังเป็นพื้นที่ปลอดภัย และอีกหนึ่งเรื่องที่รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขยับแรงๆ ทันทีก็คือ การยกระดับความเข้มงวดในการ”ควบคุมอาวุธปืน”เพราะแม้ปืนที่ก่อเหตุจะเป็นปืนในบ้านของผู้ก่อเหตุ แต่ทำให้สังคมเล็งเห็นถึงอันตราย ความไม่ปลอดภัยหากการควบคุมอาวุธปืนยังไม่มีประสิทธิภาพ
สอบท้องถิ่น-ฮั้วสว.-ผลงานไม่ออก บั่นทอนเชื่อมั่น'รัฐบาลอนุทิน'
สัปดาห์ก่อนมีกระแสข่าวปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) มาต้นสัปดาห์นี้มีข่าวลือพลิกขั้วรัฐบาล ส้ม-แดง-เขียว พรรคประชาชน พรรคเพื่อไทย และพรรคกล้าธรรม จับมือกัน
'โครงสร้างเก่า-คนใหม่' บีอาร์เอ็น รัฐตรึงกำลังรักษาพื้นที่ปลอดภัย
การก่อเหตุในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็น“วัฏจักร” ความรุนแรงที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องภาครัฐพยายามใช้ทุกสูตรในการแก้ไขปัญหา แต่ก็ยังไม่มีแนวโน้มที่ความรุนแรงจะยุติลงได้อย่างสมบูรณ์

