สว.สีน้ำเงินเปิดเซฟเฮาส์ ทำโผ-วางขุมกำลังคุมสภาสูง

การเมืองสัปดาห์นี้ ไฮไลต์สำคัญก็คือ ต้องรอดูว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะประกาศรับรองรายชื่อ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ชุดใหม่ทั้ง 200 คนในช่วงกลางสัปดาห์นี้ พุธที่ 3 ก.ค. ตามที่เคยประกาศไว้หรือไม่ หรือจะเลื่อนออกไป หลังกระแสวิพากษ์วิจารณ์กระบวนการเลือก สว.ชุดใหม่ยังคงเกิดขึ้นต่อเนื่อง

 ถึงขั้นบางราย เช่น กล้านรงค์ จันทิก สว.-ประธานคณะกรรมาธิการกิจการองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ วุฒิสภา ได้ทำหนังสือถึงประธาน กกต. โดยระบุว่า การเลือก สว.ที่ผ่านมา ปรากฏต่อสื่อสาธารณะ ข้อวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางเกี่ยวกับกรณีต่างๆ ที่เป็นเหตุอันควรสงสัยเกี่ยวกับการเลือกสมาชิกวุฒิสภาว่ามิได้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม คณะกรรมาธิการจึงมีความเห็นว่า กกต.ควรใช้อำนาจตามกฎหมาย สั่งระงับ ยับยั้ง แก้ไขเปลี่ยนแปลง หรือยกเลิกการเลือกและสั่งให้ดำเนินการเลือกใหม่ หรือนับคะแนนใหม่!

ขณะที่กลุ่มผู้สมัคร สว.ที่ไปไม่ถึงฝั่งฝัน ก็ยังไม่ยอมเลิกรา ยังคงมีการออกมาวิพากษ์วิจารณ์การเลือก สว.อย่างต่อเนื่อง บางรายก็จะใช้วิธีการทางกฎหมายเพื่อให้เลื่อนการรับรองรายชื่อสว.

เช่น จาตุรันต์ บุญเบ็ญจรัตน์ เลขาธิการกลุ่ม Clean Politic ในฐานะอดีตผู้สมัครสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ปี 67 ที่ออกมาเปิดเผยว่า จะไปยื่นคำร้องต่อศาลปกครองในวันที่ 1 ก.ค. เพื่อขอให้ศาลเปิดไต่สวนฉุกเฉินคุ้มครองชั่วคราวการประกาศรับรองผลการเลือก สว. เพราะเห็นว่าการเลือก สว.ทำให้ได้ สว.ที่ดูแล้วน่าหวั่นเกรงว่า การเมืองสภาสูงจะเสียศูนย์ จึงจะยื่นคำร้องให้ศาลปกครองได้พิจารณาไต่สวนฉุกเฉินคุ้มครองการประกาศรับรองผลสมาชิกวุฒิสภา หลัง กกต.บอกว่าจะประกาศรับรองรายชื่อ สว.ชุดใหม่ ในวันที่ 3 กรกฎาคม เพื่อให้เลื่อนการประกาศออกไปก่อน

อย่างไรก็ตาม ท่าทีของ กกต.ที่ส่งผ่านมาจาก แสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. จับสัญญาณได้ชัดว่า แนวโน้มจะใช้วิธี รับรองไปก่อน สอยทีหลัง คืออาจจะประกาศรับรองรายชื่อ สว.ทั้ง 200 คน ภายในสัปดาห์นี้ เพื่อให้ สว.ทั้งหมดเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ได้ทันที เพราะพุธที่ 3 ก.ค.นี้ ก็เปิดประชุมรัฐสภาสมัยสามัญฯ แล้ว เพราะ กกต.คงเชื่อว่าจากกรอบของกฎหมายตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. กกต.สามารถ เช็กบิล-สอยทีหลัง ได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น สว. 200 คน และผู้สมัคร สว.ที่ทำผิดกฎหมาย ทั้งการส่งเรื่องให้ศาลฎีกาและศาลรัฐธรรมนูญ (กรณีคนที่ได้เป็น สว.พบภายหลังว่า ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม) โดยหากคนที่เข้าไปเป็น สว.ไม่รอด โดนศาลฎีกา-ศาลรัฐธรรมนูญ ฟัน-สอยร่วง ก็ต้องพ้นจากการเป็น สว.ทันที และต้องคืนเงินเดือน-ค่าตอบแทนย้อนหลังทั้งหมดตั้งแต่เป็น สว.วันแรกให้กับสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา

จุดนี้คือเหตุผลหลักที่ทำให้ กกต.พยายามบอกว่าไม่ต้องเป็นห่วง รับรองไปก่อน สอยทีหลังได้   

หากเป็นไปตามนี้ คือ กกต.รับรองรายชื่อ สว.ทั้งหมด 200 คน ในวันที่ 3 ก.ค. จนมีการไปรายงานตัวต่อสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา และ สว.ก็เตรียมเข้าปฏิบัติหน้าที่

ดังนั้นสิ่งที่ต้องติดตามในฉากการเมืองของสภาสูงชุดนี้ ที่จะอยู่ในอำนาจ 5 ปีต่อจากนี้ ฉากแรกเลยก็คือ

การจัดทัพ-วางแผนคุมอำนาจในสภาสูง

ของฝ่าย สว.ที่คุมเสียงข้างมากในวุฒิสภาที่เรียกกันว่า สว.สีน้ำเงิน ที่จะเริ่มขยับเต็มรูปแบบ หลังวันที่ 3 ก.ค.

ฉากแรกเลยก็คือ การวางคนไปรับตำแหน่งในสภาสูง ทั้ง ประธานวุฒิสภา-รองประธานวุฒิสภาอีก 2 คน

ซึ่งเริ่มมีกระแสข่าวว่า ในสัปดาห์นี้ เมื่อว่าที่ สว.แต่ละคนจากกลุ่ม สว.สีน้ำเงินไปรายงานตัวต่อสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาแล้ว ก็จะมีการนัดหมายไปพบปะพูดคุยกันที่เซฟเฮาส์-ร้านอาหารบางแห่ง เพื่อพบปะแนะนำตัวต่อกัน โดยคาดว่าจะมีการหารือเรื่องการเลือกประธานวุฒิสภา-รองประธานวุฒิสภาด้วย

โดย สายข่าว ว่าที่สมาชิกวุฒิสภาชุดใหม่-ขั้วสีน้ำเงิน ให้ข้อมูลเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า ขณะนี้ สว.ในกลุ่มได้รับสัญญาณมาว่า ให้ว่าที่ สว.ทุกคนหลีกเลี่ยงการให้สัมภาษณ์กับสื่อ เพื่อตอบโต้กรณีว่าที่ สว.ในกลุ่ม ถูกวิจารณ์ทางการเมือง โดยให้ทุกคนปักหลักในพื้นที่ รอ กกต.ประกาศรับรองรายชื่อในวันพุธที่ 3 ก.ค. จากนั้นเมื่อแต่ละคนไปรายงานตัวต่อสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาที่กรุงเทพมหานครแล้ว ก็คงจะมีการนัดพูดคุยกัน ที่คงจะมีการคุยกันเรื่อง การเลือกประธานวุฒิสภา-รองประธานวุฒิสภา ซึ่งถึงตอนนี้เต็ง 1 ยังคงเป็น “บิ๊กเกรียง” พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ อดีต ผช.ผบ.ทบ.-อดีตแม่ทัพภาคที่ 4 และ อดีตประธานคณะที่ปรึกษา อนุทิน ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย ที่เข้าไปมีตำแหน่งการเมืองใน ก.มหาดไทย ผ่านสายสัมพันธ์ วปอ.คอนเนกชัน และบิ๊กเกรียงยังเป็นเพื่อนร่วมรุ่น ตท.22 กับพลเอกณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ อดีต ผบ.ทบ.

สายข่าว สว.สีน้ำเงินให้ข้อมูลว่า ข้อมูลจนถึงช่วงสุดสัปดาห์นี้ สว.สีน้ำเงินยังได้สัญญาณมาว่า ชื่อของบิ๊กเกรียงที่มีข่าวอาจจะเป็นประธานวุฒิสภายังแรงอยู่ แต่ก็ต้องรอดูหลังวันที่ 3 ก.ค. ว่าจะยังเป็นชื่อนี้อยู่หรือไม่ หรือจะเป็นคนอื่นที่เคยมีข่าวเช่นกัน อาทิ บิ๊กหมง-มงคล สุระสัจจะ อดีต ผวจ.บุรีรัมย์ อดีตอธิบดีกรมการปกครอง สายตรงบ้านใหญ่ ตระกูลชิดชอบ ณ บุรีรัมย์ ที่คาดว่าไม่เกินวันอาทิตย์ที่ 7 ก.ค. สัญญาณน่าจะชัดว่า สว.ขั้วสีน้ำเงินจะดันใครเป็นประธานวุฒิสภา 

“ส่วนรองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 กับรองประธานวุฒิสภาคนที่ 2 ตอนนี้ว่าที่ สว.ในกลุ่มก็กำลังติดตามข่าวอยู่ แต่เท่าที่คุยกันก็คือ หากบิ๊กเกรียงเป็นประธานวุฒิสภาจริง รองประธานวุฒิสภาก็ควรได้คนที่มีประสบการณ์ทางการเมือง เคยผ่านงานในสภาฯ มาก่อน สามารถประสานได้กับทุกฝ่าย โดยอาจเป็นอดีต สส.ก็ได้ ทำให้ว่าที่ สว.ในกลุ่มก็เริ่มมีการพูดถึงชื่อหลายคน เช่น นายสรชาติ วิชย สุวรรณพรหม อดีต สส.หนองบัวลำภู ยุคพรรคความหวังใหม่ของ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ซึ่งได้คะแนนมาอันดับ 1 ในกลุ่ม 13 และตอนนี้ก็ได้ข่าว ว่าที่ สว.อีกบางส่วน ก็อาจผลักดัน นายบุญส่ง น้อยโสภณ อดีต กกต. อดีตประธานศาลอุทธรณ์ภาค 7 ลงชิงรองประธานวุฒิสภา โดยความชัดเจนทั้งหมด คงต้องรอหลังวันที่ 3 ก.ค.” สายข่าว สว.สายสีน้ำเงินระบุ

 ทั้งหมดคือความเคลื่อนไหวของสภาสูง ต่อการเตรียมวางแผน-จัดขุมกำลังในวุฒิสภา ที่ต้องบอกว่า สถานการณ์อาจพลิกได้

รายชื่อคนที่ สว.สีน้ำเงินจะดันให้เป็นประธานวุฒิสภา-รองประธานวุฒิสภา อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ในช่วงสุดสัปดาห์นี้

หากคนที่คุม สว.สีน้ำเงินมีชื่ออื่นหรือชื่อใหม่ที่ดีกว่าคนที่เป็นข่าวในเวลานี้ โผก็อาจพลิกในช่วงโค้งสุดท้าย แต่ฉากแรก รอลุ้น กกต.ประกาศรับรองรายชื่อ สว.ในสัปดาห์นี้ก่อน.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สภาชำแหละ งบ70กางโผ เป้ารอถล่ม

สภาผู้แทนราษฎรจะมีการประชุมเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2570 วงเงิน 3,788,000 ล้านบาท ในวาระแรกขั้นรับหลักการ ตลอด 3 วัน คือตั้งแต่วันที่ 29 มิ.ย.ถึง 1 ก.ค. ถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญทางการเมืองประจำสัปดาห์นี้ ก่อนที่จะมีการปิดสมัยประชุมสภาฯ ในวันที่ 12 ก.ค. โดยวิป 3 ฝ่ายคือ คณะรัฐมนตรี-พรรคร่วมรัฐบาลและพรรคร่วมฝ่ายค้าน ได้ข้อสรุปให้เวลาในการอภิปรายรวม 41 ชั่วโมง

โกงข้อสอบท้องถิ่น-ปราบอิทธิพลภูเก็ต เขย่า 'อนุทิน' ท้าทายเจตจำนงทางการเมือง

ช็อก! วงการราชการไทย เมื่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ร่วมกับกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.)

'ดีเอสไอ' มัดตราสัง 'ฟอเร็กซ์' ขุดหลักฐาน-เส้นเงิน เชือดเพิ่ม

กำลังอยู่ในการจับจ้องทั้งสื่อและกระสังคมอย่างต่อเนื่อง ในคดีหลอกลวงลงทุนซื้อขายเงินตราต่างประเทศ (ฟอเร็กซ์) ที่ล่าสุดกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) โดย พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีดีเอสไอ ได้ลงนามเซ็นรับอนุมัติคดีหลอกลงทุนฟอเร็กซ์ครั้งนี้เข้าเป็นคดีพิเศษอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว

ทุจริตสอบขรก.ท้องถิ่น เสียหาย4.5พันล้าน เด้งอธิบดีสีน้ำเงินกลบฉาว

ปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ช.ที่ร่วมกับตำรวจกองบังคับการตำรวจป้องกันและปราบปรามการทุจริต (บก.ปปป.ช) สืบสวนจับกุมขบวนการเครือข่ายทุจริตการสอบเข้ารับราชการท้องถิ่นของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) เมื่อ 22 มิ.ย.ที่ผ่านมา ที่สอบไปเมื่อเดือน ก.พ.ปี 2568 โดยมีผู้เข้าร่วมสอบร่วมหนึ่งแสนคน และเบื้องต้นจากการสอบสวนผู้ถูกจับกุมและจากพยานหลักฐานต่างๆ ที่ยึดได้ในที่เกิดเหตุ ซึ่งใช้เป็นศูนย์ปฏิบัติการโกงการสอบที่บ้านหลังหนึ่งที่นนทบุรี พบว่ามีบุคคลที่เข้าสอบและใช้วิธีการจ่ายเงินให้กับขบวนการดังกล่าวเพื่อโกงคะแนนการสอบร่วมสามพันคน โดย ป.ป.ช.ระบุว่า คดีนี้สร้างความเสียหายร่วม 4,500 ล้านบาท

นครินทร์ ปธ.ศาลรธน. ได้ต่อวีซ่าหรือเปลี่ยนตัว เกมยาวชิงประมุขคนใหม่

การประชุมวุฒิสภา วันอังคารนี้ 23 มิถุนายน มีวาระที่น่าสนใจคือ จะมีการประชุมเพื่อลงมติลับ โหวตให้ความเห็นชอบหรือไม่ให้ความเห็นชอบ บุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคนใหม่ ตามที่คณะกรรมการสรรหาตุลาการศาล รธน. ที่มี นายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์ ประธานศาลฎีกา เป็นประธาน คัดเลือกส่งชื่อ ศาสตราจารย์จักรพงศ์ วิวัฒน์วานิช อดีตศาสตราจารย์จากคณะตำรวจศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ-อดีตผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ผ่านการคัดเลือกให้ถูกเสนอชื่อเป็นตุลาการศาล รธน. สาขาผู้ทรงคุณวุฒิด้านรัฐศาสตร์หรือรัฐประศาสนศาสตร์ มาให้วุฒิสภาลงมติให้ความเห็นชอบเป็นตุลาการศาล รธน.คนใหม่ แทน “ศ.ดร.นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ประธานศาล รธน. ที่อยู่ในตำแหน่งตุลาการศาล รธน.และประธานศาล รธน.มาเกินวาระเกือบจะสองปีไปแล้ว”

'อนุทิน' ปลุกทัพสีน้ำเงิน ฝ่าศึกการเมืองรอบด้าน

ในห้วงเวลาเพียงกว่า 2 เดือนของรัฐบาลที่มี “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย บริหารประเทศ อาจยังเร็วเกินไปที่จะชี้ชะตาว่ารัฐบาลชุดนี้จะสามารถประคองตัวอยู่ครบวาระได้หรือไม่