ทุจริตสอบขรก.ท้องถิ่น เสียหาย4.5พันล้าน เด้งอธิบดีสีน้ำเงินกลบฉาว

ปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ช.ที่ร่วมกับตำรวจกองบังคับการตำรวจป้องกันและปราบปรามการทุจริต (บก.ปปป.ช) สืบสวนจับกุมขบวนการเครือข่ายทุจริตการสอบเข้ารับราชการท้องถิ่นของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) เมื่อ 22 มิ.ย.ที่ผ่านมา ที่สอบไปเมื่อเดือน ก.พ.ปี 2568 โดยมีผู้เข้าร่วมสอบร่วมหนึ่งแสนคน และเบื้องต้นจากการสอบสวนผู้ถูกจับกุมและจากพยานหลักฐานต่างๆ ที่ยึดได้ในที่เกิดเหตุ ซึ่งใช้เป็นศูนย์ปฏิบัติการโกงการสอบที่บ้านหลังหนึ่งที่นนทบุรี พบว่ามีบุคคลที่เข้าสอบและใช้วิธีการจ่ายเงินให้กับขบวนการดังกล่าวเพื่อโกงคะแนนการสอบร่วมสามพันคน โดย ป.ป.ช.ระบุว่า คดีนี้สร้างความเสียหายร่วม 4,500 ล้านบาท

สิ่งที่เกิดขึ้นกระทบความรู้สึกของสังคมไทยอย่างมาก เพราะค่านิยมสังคมไทย ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน ยังคงมีค่านิยมต้องการให้ลูกหลาน-คนในครอบครัว สอบบรรจุเข้ารับราชการ เพื่อความมั่นคงในชีวิตและเป็นหน้าเป็นตาของครอบครัววงศ์ตระกูล ทำให้จะเห็นได้ว่าทุกครั้งที่มีการสอบบรรจุข้าราชการ จะมีคนไปสมัครสอบกันมากกว่าจำนวนที่เปิดรับหลายเท่า

แต่เมื่อเกิดข่าวทุจริต-โกงการสอบข้าราชการแต่ละครั้ง ซึ่งเกิดมาแล้วหลายครั้งจนมาถึงครั้งล่าสุดกับการทุจริตการสอบราชการท้องถิ่น ที่ใช้เงินซื้อการสอบบรรจุ-โกงคะแนนสอบ มันกระทบต่อความเชื่อมั่น-ความเชื่อถือของสังคมต่อระบบการสอบเข้ารับราชการของประเทศไทยอย่างมาก

 เพราะระบบ การสอบเข้า คือระบบที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลกว่าเป็นระบบที่เป็นกลาง เป็นธรรม เสมอภาคที่สุดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการสอบเข้าโรงเรียน-สอบเข้ามหาวิทยาลัย-สอบบรรจุเข้ารับราชการ

เนื่องจากจะเป็นลูกชาวนา ลูกพ่อค้าแม่ค้าขายรถเข็น หรือจะเป็นลูกรัฐมนตรี ลูกเศรษฐี ลูกข้าราชการใหญ่ หากจะสอบเข้ารับราชการ ถ้าไม่ใช่การสอบแบบพิเศษ เช่น สายงานผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน แต่เป็นการสอบทั่วไป ก็จะต้องสอบด้วยข้อสอบชุดเดียวกัน

ดังนั้นหากมีข้อสอบรั่ว-การทุจริตการสอบโดยใช้เงินซื้อได้ โกงคะแนนได้ มันทำให้ระบบการสอบเข้ารับราชการของไทยสั่นคลอน-เสียหายอย่างร้ายแรง ยิ่งตอกย้ำว่า ประเทศไทยมีเงินก็ซื้อได้ทุกอย่าง ยิ่งใช้เงินซื้อการสอบเข้ารับราชการจำนวนมากก็เสี่ยงต่อการเข้าไป "ถอนทุน-โกงคืน"

สิ่งที่ ป.ป.ช.จะต้องดำเนินการต่อจากนี้โดยเร็วและเฉียบขาดก็คือ การเร่งสืบสวนสอบสวนขยายผลเครือข่ายการทุจริตสอบเข้ารับราชการท้องถิ่นครั้งนี้ เพื่อเอาคนที่อยู่ในเครือข่ายทั้งหมดมาลงโทษ ทั้งทางวินัยและอาญา หากบุคคลนั้นเป็นข้าราชการ รวมถึงคนอื่นๆ ในขบวนการ ตำรวจ บก.ปปป.ต้องสอบสวนเอาผิดให้ได้ทั้งหมด เพราะพฤติกรรมของเครือข่ายผู้กระทำผิดถือว่าอุกอาจอย่างยิ่ง

อย่างไรก็ตาม ความอื้อฉาวทุจริตสอบเข้ารับราชการท้องถิ่นครั้งนี้ ส่งผลต่อภาพลักษณ์ของมหาดไทย-กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นตามมาทันที ดังนั้นจึงต้องมีปฏิบัติการแบบรวดเร็ว-เฉียบขาด เพื่อลดกระแสภาพลบของมหาดไทยในยุคที่ อนุทิน ชาญวีรกูล เป็น รมว.มหาดไทยควบนายกฯ

จึงทำให้มีการสั่งการให้ “อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย” ต้องออกลูกแอ็กชัน ออกคำสั่งด่วนกระทรวงมหาดไทย "เด้งฟ้าผ่า "ธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล" อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น" ออกจากตำแหน่งเป็นการด่วนชั่วคราว ด้วยการสั่งให้มาประจำกระทรวงมหาดไทยเป็นการชั่วคราว ตั้งแต่วันพุธที่ 24 มิ.ย.ทันที ชนิดตั้งหลักแทบไม่ทัน

สำหรับ ธีรุตม์ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ที่ผ่านมาถูกมองว่าเป็นสาย สิงห์น้ำเงิน เนื่องจากเติบโตอย่างรวดเร็วในยุคอนุทินเป็น รมว.มหาดไทยตั้งแต่ยุครัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน และแพทองธาร ชินวัตร จนเมื่ออนุทินขึ้นมาเป็นนายกฯ และควบ รมว.มหาดไทย ก็มีการเข้าไป จัดทัพสิงห์คลองหลอด-มหาดไทย ทันทีหลังเข้ารับตำแหน่งไม่นาน โดยมีการทำโผมหาดไทยเข้า ครม.เมื่อ 14 ต.ค.2568 ที่มีการเด้งอธิบดี-ผู้ว่าฯ หลายคนที่ขึ้นมาในยุค ภูมิธรรม เวชยชัย เป็นรองนายกฯ ควบ รมว.มหาดไทย โดยอนุทินจัดการเด้งอธิบดีหลักๆ ของมหาดไทยหลายคน เช่น อธิบดีกรมการปกครอง-อธิบดีที่ดิน-อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น แล้วดัน สายสิงห์น้ำเงิน เข้ารับตำแหน่งหลักหมด ซึ่งในโผดังกล่าวไม่ได้มีแค่ “นฤชา โฆษาศิวิไลซ์” น้องรักเนวิน ชิดชอบ สมัยเป็น ผวจ.บุรีรัมย์ ที่ถูกภูมิธรรมเด้งจากอธิบดี สถ.ไปเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย แต่อนุทินโยกกลับมาเป็นอธิบดีกรมการปกครอง คุมปลัดจังหวัด-นายอำเภอทั่วประเทศ ควบกับให้เก้าอี้ ประธานบอร์ดการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ใหญ่คับคลองหลอด และในโผที่เข้า ครม.วันเดียวกัน อนุทิน-เนวินยังให้เก้าอี้ใหญ่กับธีรุตม์ ผู้ว่าสุราษฎร์ธานี ด้วยการให้เป็นอธิบดี สถ. โดยเด้งร้อยตำรวจโทภพชนก ชลานุเคราะห์ จากอธิบดี สถ.ไปเป็นผู้ว่าฯ เพชรบุรี ที่ถือเป็นการลดชั้น

ทั้งนี้ ยุทธจักรสิงห์ร่ำลือกันทั่วคลองหลอดมหาดไทยว่า ช่วงหลังธีรุตม์สนิทกับ "พิพัฒน์ รัชกิจประการ" รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยดูแลภาคใต้ จึงไม่แปลกที่จะมีการดันให้รับตำแหน่งใหญ่เป็น อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น คุมงบท้องถิ่นแสนล้าน จนนักปกครอง-ยุทธจักรสิงห์มหาดไทยครางฮือ เพราะเติบโตอย่างรวดเร็ว เป็นอธิบดีกรมใหญ่คุมงบแสนล้าน ในวัยแค่ 52 ปี และตอนนี้เหลืออายุราชการอีกหลายปี มีสิทธิ์ลุ้นเก้าอี้ปลัดมหาดไทยคนใหม่ได้ตามรอยอดีตอธิบดี สถ.ที่ขึ้นเป็นปลัดมหาดไทยอย่าง ปลัดเก่ง สุทธิพงษ์ จุลเจริญ พงศ์โพยม วาศภูติ เป็นต้น  

ซึ่งเส้นทางในไลน์นักปกครอง-บิ๊กคลองหลอดของธีรรุตม์ ที่เป็นสิงห์ทอง รัฐศาสตร์ รามคำแหง เติบโตในพื้นที่ด้วยการเข้าไลน์นักบริหาร-นักปกครองที่ยะลา-ศอ.บต. โดยลือกันว่า ตอนเป็นรองผู้ว่าฯ ยะลา สร้างผลงานโดนใจบิ๊กการเมืองสีน้ำเงินภาคใต้หลายเรื่อง จนปรากฏว่า ที่ยะลามี สว.หลุดเข้าไป 3 คน และเป็น สว.สีน้ำเงิน จนทำให้ ฝ่ายการเมืองเห็นฝีมือว่างานบริหารก็ทำได้ งานการเมืองก็โอเค ครบเครื่องทั้ง บู๊-บุ๋น เลยดันพรวดแบบฟาสต์แทร็ก ไปเป็นอธิบดี สถ. กรมใหญ่อันดับ 2 ของมหาดไทย รองจากกรมการปกครอง ทั้งที่เป็นผู้ว่าฯ สุราษฎร์ธานีได้ไม่นาน จึงไม่แปลกที่แวดวงยุทธจักรสิงห์จะมองกันว่า เขาเป็น "สิงห์น้ำเงิน" สายสิงห์ภาคใต้

อย่างไรก็ตาม จากปฏิบัติการทลายเครือข่ายโกงข้อสอบเข้ารับราชการท้องถิ่นครั้งนี้ ที่มีการสอบเมื่อ ก.พ.2568 จะพบว่าธีรุตม์เข้ามาเป็นอธิบดี สถ.อย่างเป็นทางการเมื่อ 12 พ.ย.2568 และช่วง ก.พ.2568 ตอนที่มีการสอบดังกล่าว ตอนนั้นธีรุตม์ก็เป็นผู้ว่าฯ สุราษฎร์ธานี ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องใดๆ โดยตรงกับการสอบดังกล่าว แต่เมื่อกลายเป็นคดีที่ ป.ป.ช.เข้ามาตรวจสอบเต็มตัว ที่อาจมีคนในกรม สถ.หรือผู้บริหารในส่วนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นบางแห่งเกี่ยวข้องด้วย มันจึงต้องมีคนรับผิดชอบเพื่อดับกระแสสังคมที่ร้อนแรงลง

จึงมองได้ว่า ปฏิบัติการเด้งฟ้าผ่าอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นครั้งนี้ เป็นเรื่องของการต้องหาใครสักคนมาแบกรับอารมณ์ความรู้สึกของสังคมที่ไม่พอใจกับการมีการทุจริตสอบเข้ารับราชการที่ทำให้เกิดความเสียหาย 4.5 พันล้าน มันจึงต้องมีการลงมือเด้งฟ้าผ่าอธิบดี สถ.เพื่อผ่อนอารมณ์ของสังคมให้เย็นลง ที่ไม่ใช่เป็นลักษณะเชือดไก่ให้ลิงดู

ส่วนที่ว่าธีรุตม์จะได้กลับไปเป็นอธิบดี สถ.อีกครั้งเมื่อใด คงเป็นเรื่องที่ต้องรอผลการสอบสวนของตำรวจ บก.ปปป.และ ป.ป.ช.ว่าจะสอบสวนขยายผลไปถึงไหนอย่างไร และจบเร็วหรือไม่ หากจบเร็ว ปิดคดีเร็ว แล้วโยงไม่ถึงธีรุตม์ทั้งทางตรงและทางอ้อม เขาก็ได้คัมแบ็กกลับกรม สถ.แน่นอน.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นครินทร์ ปธ.ศาลรธน. ได้ต่อวีซ่าหรือเปลี่ยนตัว เกมยาวชิงประมุขคนใหม่

การประชุมวุฒิสภา วันอังคารนี้ 23 มิถุนายน มีวาระที่น่าสนใจคือ จะมีการประชุมเพื่อลงมติลับ โหวตให้ความเห็นชอบหรือไม่ให้ความเห็นชอบ บุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคนใหม่ ตามที่คณะกรรมการสรรหาตุลาการศาล รธน. ที่มี นายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์ ประธานศาลฎีกา เป็นประธาน คัดเลือกส่งชื่อ ศาสตราจารย์จักรพงศ์ วิวัฒน์วานิช อดีตศาสตราจารย์จากคณะตำรวจศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ-อดีตผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ผ่านการคัดเลือกให้ถูกเสนอชื่อเป็นตุลาการศาล รธน. สาขาผู้ทรงคุณวุฒิด้านรัฐศาสตร์หรือรัฐประศาสนศาสตร์ มาให้วุฒิสภาลงมติให้ความเห็นชอบเป็นตุลาการศาล รธน.คนใหม่ แทน “ศ.ดร.นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ประธานศาล รธน. ที่อยู่ในตำแหน่งตุลาการศาล รธน.และประธานศาล รธน.มาเกินวาระเกือบจะสองปีไปแล้ว”

'อนุทิน' ปลุกทัพสีน้ำเงิน ฝ่าศึกการเมืองรอบด้าน

ในห้วงเวลาเพียงกว่า 2 เดือนของรัฐบาลที่มี “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย บริหารประเทศ อาจยังเร็วเกินไปที่จะชี้ชะตาว่ารัฐบาลชุดนี้จะสามารถประคองตัวอยู่ครบวาระได้หรือไม่

'อนุทิน'ขันนอต'รมต.สีน้ำเงิน' หนีมรสุมการเมือง-ไร้ผลงาน

ในช่วงเวลาเพียง 2 เดือนเศษของรัฐบาลที่มี “อนุทิน ชาญวีรกูล” เป็นนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ยังอาจเร็วเกินไปที่จะตัดสินอนาคตว่าจะอยู่ครบเทอมหรือไม่ แต่ก็ต้องยอมรับว่าช่วงที่ผ่านมาต้องเผชิญกับประเด็นทางการเมืองหลายเรื่องที่ต้องชี้แจงและบริหารจัดการอย่างต่อเนื่อง

ล้างกระดาน"ภูเก็ต"ใหม่ รีเซตเชื่อมั่น"ปราบอิทธิพล"

กลายเป็นหนึ่งในจังหวัดที่อลหม่านในช่วงที่ผ่านมา สำหรับ ‘ภูเก็ต’ ไข่มุกแห่งอันดามัน ที่นอกจากความสวยงามแล้ว ยังเต็มไปด้วย ‘ผลประโยชน์มหาศาล’

มหากาพย์ฮั้วสว.เกมวัดใจกกต. ส่งศาลหรือฟอกขาวกลุ่มสีน้ำเงิน

คดีมหากาพย์ฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ถูกจุดพลุขึ้นมาเขย่าสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อีกระลอก เมื่อพรรคประชาชน โดย "ไอติม" นายพริษฐ์ วัชรสินธุ หงายไพ่เด็ดเปิดคลิปวิดีโอหลักฐานแฉกรรมการ กกต.และเจ้าหน้าที่ระดับสูง เดินยึดโพยรายชื่อและหมายเลขคาคูหาเลือก สว.ระดับประเทศ ทว่ากลับปล่อยผ่านไฟเขียวให้โหวตต่อจนจบพิธีกรรม กลายเป็นเบ็ดล็อกคอ กกต.ชุดใหญ่ บีบให้ต้องเลือกระหว่างการทำหน้าที่ผู้คุมกฎ หรือยอมถูกตราหน้าเป็นนั่งร้านกางปีกป้องขบวนการกินรวบสภาสูงที่มีรายชื่อผู้ต้องสงสัยกว่า 229 ชีวิต

ปมที่ดิน จุดตายนักการเมือง-เศรษฐี “สหายแสง-ศุภชัย”ไม่ใช่รายสุดท้าย

จากกรณีเมื่อ 11 มิ.ย. ศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาในคดีของ ศุภชัย โพธิ์สุ หรือสหายแสง อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร และอดีต