เริ่มแล้ววันแรกของการแถลงนโยบายคณะรัฐมนตรีของรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ต่อรัฐสภา ระหว่างวันที่ 12-13 กันยายน 2567 ซึ่งแม่ทัพอย่าง “นายกฯ อิ๊งค์” แพทองธาร เตรียมตัวมาเป็นอย่างดี เพราะถึงแม้จะไม่ใช่เวทีซักฟอก แต่พรรคแกนนำฝ่ายค้านอย่าง “พรรคประชาชน” ได้วางผู้อภิปรายไว้กว่า 30 คน
ที่จะมีทั้งการตรวจการบ้าน 1 ปีที่ผ่านมาตั้งแต่สิ่งที่รัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกฯ สัญญาไว้ มีความคืบหน้าไปแค่ไหน แก้ไขปัญหาประชาชนได้แค่ไหน และนโยบายของ น.ส.แพทองธาร มีประเด็นใดที่ยังไม่ตอบโจทย์บ้าง
โดยการตรวจการบ้านรัฐบาลรอบนี้ ฝ่ายค้านมองว่าแม้จะเปลี่ยนตัวนายกฯ แต่คณะรัฐมนตรีไม่ได้เปลี่ยนแบบมีนัยสำคัญ ดังนั้นการตรวจการบ้าน 1 ปี และอีก 3 ปีต่อไปจะทำได้สำเร็จจริงหรือไม่
และนอกจากตรวจการบ้านแล้ว คงหนีไม่พ้นที่จะขุดขุ้ยเรื่องต่างๆ ขึ้นมาโจมตีนายกฯ หญิง ที่ขึ้นจ้อบนเวทีสภาเป็นครั้งแรก โดยประเด็นที่ถูกจับตา ทั้งการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ โครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่านดิจิทัลวอลเล็ต ความชัดเจนการแก้รัฐธรรมนูญรายมาตรา รวมถึงประเด็นการครอบงำของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เป็นต้น
และสำหรับเวทีแรกของนายกฯ อิ๊งค์ ซึ่งต้องยอมรับว่าเป็นที่จับจ้องของหลายฝ่าย ทั้งเรื่องการกล่าวคำแถลงนโยบาย และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในการตอบคำถามหากมีข้อสงสัยจากสมาชิกในสภาฯ ว่านายกฯ ป้ายแดง ที่มีดีเอ็นเอ “ชินวัตร” อย่างเต็มเปี่ยม จะทำได้ดีมากน้อยแค่ไหน หรือจะต้องจัดทัพ “องครักษ์พิทักษ์นายกฯ” หรือไม่
ล่าสุดได้มีการประชุม สส.พรรคเพื่อไทย โดยมี นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.บัญชีรายชื่อและประธาน สส.พรรคเพื่อไทย เป็นประธานการประชุม และมี น.ส.แพทองธาร ในฐานะหัวหน้าพรรค
รวมถึงบรรดาแกนนำพรรค และ สส.พรรค เข้าร่วมประชุมกันพร้อมเพรียง เช่น นายสรวงศ์ เทียนทอง สส.สระแก้ว รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา นายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นต้น เพื่อเตรียมพร้อมก่อนการแถลงนโยบายรัฐบาล
โดยทีมพรรคเพื่อไทยได้เตรียมทีมที่จะอภิปรายสนับสนุนนโยบายของ น.ส.แพทองธาร แต่จะไม่มีการจัดองครักษ์พิทักษ์นายกฯ แต่อย่างใด เพราะเชื่อในมือนายกฯ หญิงที่มีความรู้ ความสามารถ และมีประสบการณ์ในเวทีการเมืองมาบ้างแล้ว อีกทั้งนายกฯ แพทองธารยังเตรียมความพร้อมมาเป็นอย่างดี
และในส่วนการชี้แจงทำความเข้าใจและดีเทลการทำงานในด้านต่างๆ หากมีข้อสงสัยจะมีรัฐมนตรีที่รับผิดชอบในเรื่องนั้นๆ คอยตอบ ซึ่งจะให้ข้อมูลที่ชัดเจนกว่าในฐานะผู้ดูแลหน่วยงานนั้นๆ
โดยนายกฯ มองว่า รัฐมนตรีทุกคนตั้งแต่ตั้งรัฐบาลมา ก็ทำงานกันอยู่แล้ว จึงอยากให้รัฐมนตรีที่รับผิดชอบในเรื่องต่างๆ ได้ตอบเอง ในส่วนของนายกฯ ตอบภาพรวมได้ แต่ดีเทลการทำงานของแต่ละกระทรวง จะมีดีเทลที่เขาทำจริงๆ ซึ่งจะตอบได้ชัดเจนกว่า จะสามารถให้ข้อมูลประชาชนชัดเจนได้ และจะได้ไม่เกิดข้อสงสัยหรือเข้าใจผิดกัน จึงคิดว่าอยากให้รัฐมนตรีที่รับผิดชอบได้ตอบงานของตัวเอง
ส่วนความพร้อมของนายกฯ ตอนนี้ถือว่าเกินร้อย แม้เจ้าตัวจะยอมรับว่าอาจมีตื่นเต้นบ้าง โดย น.ส.แพทองธารได้ระบุกับ สส.พรรคเพื่อไทย ช่วงหนึ่งด้วย ว่า “ได้เตรียมข้อมูลสำหรับการแถลงนโยบายไว้แล้ว ถือว่ามีความพร้อมที่สุด แต่อาจจะตื่นเต้นบ้าง เพราะถือเป็นการเข้าไปทำหน้าที่ในสภาฯ ครั้งแรก ขอให้ สส.ช่วยให้กำลังใจด้วย”
อย่างไรก็ตาม แม้จะไม่มีการจัดองครักษ์พิทักษ์นายกฯ แต่ด้าน “ทีมงานตึกไทยคู่ฟ้า” ได้ฟอร์มทีมมอนิเตอร์เวทีสภาฯ โดยแบ่งออกเป็น 3 ทีม ประกอบด้วย ทีมคณะทำงานนายกฯ 1 ทีม ทีมฝ่ายวิชาการ 1 ทีม และมีทีมงานของ นายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี มาช่วยอีก 1 ทีม รวมแล้วประมาณ 20 คน
โดยทีมดังกล่าวจะช่วยกันมอนิเตอร์ตลอดการแถลงนโยบายรัฐบาล ทำหน้าที่สรุปประเด็นในเวทีสภาฯ ว่า สส.คนไหนฝากเรื่องอะไร ฝากประเด็นไหนบ้าง เพื่อรวบรวมให้นายกฯ และนายกฯ จะได้มอบหมายงานให้รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องในประเด็นดังกล่าวเป็นผู้ชี้แจง
เช่นเรื่องเกี่ยวกับเศรษฐกิจ เงินดิจิทัลวอลเล็ต จะเป็น นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การคลัง พร้อมด้วยทีมรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง หรือเรื่องทหาร กองทัพ จะเป็น นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นต้น
ส่วนนายกฯ อิ๊งค์ ณ เวลานี้พร้อมแล้วในการขึ้นเวทีสภาฯ ครั้งแรก ก่อนตีระฆังนับ 1 สตาร์ทเครื่องทำงานทันที โดยภารกิจแรกหลังมีอำนาจเต็มที่ คือสั่งการแก้ไขปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือโดยด่วน
ทั้งนี้ ท่ามกลางกระแสกดดันการทำงาน ที่ต้องพิสูจน์ด้วยผลงาน ฝ่าข้อครหาที่ว่า “รัฐบาลแพทองธาร” ไปไม่รอด ไม่ต้องนับปี เอาแค่นับเดือนจะรอดหรือไม่ ซึ่งงานนี้ต้องรอดูกันต่อไป.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เบื้องหลังโผครม.'อนุทิน2' จัดสมดุลอำนาจ-ฝ่าวิกฤตศก.
หลังมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งคณะรัฐมนตรี 35 คน รายชื่อส่วนใหญ่ไม่พลิกจากโผที่สื่อคาดการณ์ไว้ แต่ ของจริง อยู่ที่เบื้องหลังการจัดวางตัวบุคคล ซึ่งสะท้อนการคุมเกมอำนาจภายในพรรคสีน้ำเงินอย่างรอบคอบ ทั้งการให้รางวัล “คนทำงาน” การกันแรงกระเพื่อม และการล็อกเสถียรภาพรัฐบาลตั้งแต่วันแรก
'รทสช.'อยู่ยากใน‘รัฐบาลหนู2’ เจอพิษน้ำมัน ซัดกันเองฉ่ำ!
พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) อีกหนึ่งพรรคร่วมรัฐบาล “อนุทิน 2” หลังจาก รทสช.พ่ายในสนามเลือกตั้ง ได้ สส.เพียง 2 คน โดย นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค ได้สละที่นั่ง สส.บัญชีรายชื่อให้ นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ทำหน้าที่แทน ควบคู่กับ นายชัชวาลล์ คงอุดม สส.บัญชีรายชื่อ ส่วนพีระพันธุ์ขอลุยทำหน้าที่ขับคลื่อนพรรคเพียงหมวกเดียว
อาฟเตอร์ช็อกน้ำมันแพง จับตามาตรการช่วยเหลือ วัดกึ๋น รบ.
คำขอโทษประชาชนของ ‘อนุทิน ชาญวีรกูล’ นายกรัฐมนตรี ในงาน Meet The Press ภายใต้หัวข้อ ‘1 เดือนวิกฤตโลก : แผนรับมือไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม’
'วิกฤตน้ำมัน'ผลพวงลากยาว หยิกเล็บเจ็บเนื้อ'ครม.หนู2'
อารมณ์คนในช่วงวิกฤตราคาน้ำมัน ค่าครองชีพพุ่งสูง เดือดยิ่งกว่าอุณหภูมิช่วงหน้าร้อนหลายเท่าตัว แม้กระทั่งภาพจำในช่วงรัฐบาลรักชาติยึดคืนอธิปไตยกลับคืนมลายหายไปสิ้น แปรเปลี่ยนเป็นเสียงบ่น ก่นด่าแทน
ปล่อย“ไอ้โม่ง”ลอยนวล รัฐบาล“อนุทิน”เสี่ยงพัง!
เหตุการณ์ “ลักหลับประชาชน” คืนวันที่ 25 มีนาคม ต่อเนื่องถึงเช้าวันที่ 26 มีนาคม กลายเป็นแรงกระแทกทางการเมืองครั้งใหญ่ หลังรัฐบาลตัดสินใจปล่อยลอยตัวดีเซล ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นทันทีถึง 6 บาทต่อลิตร สร้างภาระค่าครองชีพที่ถาโถมใส่ประชาชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ซัด"อนุทิน"-กะซวก"พิพัฒน์" แค่หนังตัวอย่าง ก่อนเจอของจริง
หลังคนไทยหลายภาคส่วนได้รับผลกระทบโดยตรงแล้วจากสงครามถล่มอิหร่าน โดยเฉพาะผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น

