จับตา "พรรคสร้างอนาคตไทย" แค่สแตนด์บาย หรือ "คิดใหญ่"

"พรรคสร้างอนาคตไทย" นำโดย 2 กุมาร นายอุตตม สาวนายน อดีต รมว.คลัง และอดีตหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ อดีต รมว.พลังงาน และอดีตเลขาธิการ พปชร. โดยมี นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ ในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นที่ปรึกษา ได้ฤกษ์เปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 19 ม.ค. ที่โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ไฮแอท เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ 

 การเกิดขึ้นมองกันว่า เนื่องจาก "อุตตม" และ "สนธิรัตน์" และหนึ่งที่ปรึกษา ยังคาใจหลังแพ้เกมการเมืองแก่นักการเมืองและทหารใน พปชร. กระทั่งถูกขับไล่ออกจากพรรคทั้งที่เป็นผู้กำเนิด พปชร.ขึ้นมา   

ประกอบกับยังหลงใหลอำนาจทางการเมือง จึงต้องการมีพรรคเป็นของตัวเองเพื่อทำการเมืองต่อไป ด้วยการเดินสายรวบรวมนักการเมืองเก่าต่างๆ จากทุกพรรคการเมือง ที่ไร้ที่ยืนและไม่มีตัวตนในพรรคต้นสังกัดมารวมไว้ และจับแต่งตัว ประแป้ง แต่งหน้า ทาปากเสียใหม่ พร้อมชูจุดขายเรื่องเศรษฐกิจ และปฏิเสธการเมืองสุดโต่ง เป็นทางเลือกให้ประชาชนที่เบื่อหน่ายความขัดแย้งมาตลอดหลายสิบปี 

นายวัชระ กรรณิการ์ สมาชิกพรรคสร้างอนาคตไทย เปิดเผยถึงกิจกรรมของพรรคสร้างอนาคตไทยในวันที่ 19 ม.ค.ว่า มีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนคือ จะเป็นการเปิดตัวและประกาศเจตนารมณ์ทางการเมืองของผู้ร่วมอุดมการณ์ ซึ่งกลุ่มผู้ร่วมอุดมการณ์ดังกล่าวเป็นบุคคลจากหลากหลายสาขาอาชีพ และจากทุกสถานะของสังคม ทั้งนักการเมือง นักธุรกิจ นักบริหาร นักวิชาการ คนรุ่นใหม่ หรือแม้กระทั่งภาคประชาชน

ในส่วนนักการเมือง เบื้องต้นที่คาดว่าจะเข้ามาสมทบชัดเจนแล้ว 2 คน คือ นายสันติ กีระนันทน์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ และนายสุพล ฟองงาม ส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่ลาออกจากสมาชิกพรรค พปชร. ส่งผลให้สมาชิกภาพ ส.ส.สิ้นสุดไปแล้ว  

เมื่อสถานการณ์เหมาะสมอาจเห็น ส.ส.พปชร.สาย 4 กุมารจะตามสมทบอีกด้วย อาทิ นายวิเชียร ชวลิต, นายพรชัย ตระกูลวรานนท์ รวมทั้งว่าที่ ส.ส.ป้ายแดงอย่าง นายชวน ชูจันทร์ และนายสุรพร ดนัยตั้งตระกูล ก็อาจจะตามมา แต่ตอนนี้ขอเป็น ส.ส.ก่อน   

 ยังมีกระแสข่าวกลุ่มการเมืองบ้านใหญ่ในชลบุรี และนักการเมืองสาย นายวรเทพ รัตนากร ที่ไม่ค่อยมีบทบาทใน พปชร.และ ส.ส.พปชร.อีกหลายคนที่อาจหนีร้อนมาพึ่งเย็น 

นอกจากนี้ยังผนึกกำลังกับนักการเมืองอย่าง นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีตรองหัวหน้าภาคใต้ พรรคประชาธิปัตย์ ตัดสินใจเข้าร่วมก่อนหน้านี้ และจับตาว่าจะมีเลือดเก่าในค่าย ปชป.ไหลตามมาด้วยหรือไม่ 

รวมทั้งคนกันเองอย่าง นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ อดีต รมต.สำนักนายกฯ อดีตเลขาฯ นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร หรือแม้กระทั่งมีกระแสข่าวพูดคุยกับ นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ มาร่วมด้วย

สำหรับการเกิดขึ้นของ พรรคสร้างอนาคตไทย อาจมองได้เสมือน พรรคเหล้าเก่าในขวดใหม่ และตั้งข้อสังเกตว่า อาจรอเป็นนั่งร้าน สแตนด์บาย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ สืบอำนาจการเป็นนายกฯ ต่อไปหรือไม่ 

                    ท่ามกลางพรรค พปชร.กำลังอ่อนแอ หลังตลอดการทำงานการเมืองมาไม่ต่ำกว่า 3 ปี ประชาชนสิ้นหวัง เพราะเผชิญแต่ปัญหาการเมือง เปิดศึกแย่งชามข้ามกันเองอยู่ตลอดเวลา  

รวมทั้งปัญหาความขัดแย้งระหว่าง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรค กับ พล.อ.ประยุทธ์ ที่บัดนี้ "บิ๊กป้อม" พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และหัวหน้าพรรคยังเลือกใช้บริการ "ผู้กอง" อยู่  

 ทำให้เส้นทางของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่จะครองอำนาจต่อเป็นนายกฯ สมัย 3 ยากลำบากภายใต้แบรนด์ พปชร.  

ตราบใดที่ยังมีผู้กองคนดังเป็นขวากหนาม ยิ่งผลการเลือกตั้งซ่อมในจังหวัดชุมพร เขต 1 และสงขลา เขต 6 คนใต้ปฏิเสธ พปชร.ภายใต้การนำของ พล.อ.ประวิตร และเลขาฯ ธรรมนัส และแพ้ให้แก่พรรคประชาธิปัตย์อย่างราบคาบ จึงประเมินกันล่วงหน้าว่า พปชร.อาจไม่สามารถขายได้ในการเลือกตั้งครั้งหน้าใช่หรือไม่   

ทำให้ "บิ๊กตู่" อาจตัดสินใจง่ายขึ้น หากต้องการเล่นการเมืองต่อไป แต่ในขณะเดียวกันหาก พรรค 2กุมารยอมเป็นนั่งร้านก็ถือมีความเสี่ยง เพราะนายกฯ ถือเป็นอีกหนึ่งความขัดแย้งเช่นกัน อะไรที่สร้างมาเป็นความหวังของประชาชนที่อยากหลุดพ้นจากวงจรเดิม อาจมลายหายหมดใช่หรือไม่     

นายสนธิรัตน์เคยตอบเรื่องนี้แบบแบ่งรับแบ่งสู้ เมื่อนักข่าวถามว่าจะสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์หรือไม่ว่า "อันนี้ถามไปไกล เพราะยังไม่รู้เลยว่าผลการเลือกตั้งจะเป็นอย่างไร อนาคตของแต่ละพรรคจะเป็นอย่างไร คงเร็วมากที่จะตอบสิ่งเหล่านั้น เพราะฉะนั้นคำตอบนี้ยังไม่สามารถตอบได้"     

ขณะที่ความเห็นอีกด้านหนึ่งกลับมองตรงข้ามว่า พรรคสร้างอนาคตไทย เกิดขึ้นเพื่อเป็นรัฐบาลเท่านั้น และสามารถจับมือได้กับทุกฝ่าย โดยมี นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี  

                    โดยมีพันธมิตรทางการเมืองที่พูดคุยเอาไว้แล้วคือ พรรคไทยสร้างไทยของ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ที่ตั้งขึ้นเพื่อแบ่งแต้มจากพรรคเพื่อไทย เช่นเดียวกับพรรคกล้าของ นายกรณ์ จาติกวณิช ที่เห็นช่องว่างดึงคะแนนจากพรรค ปชป.  

ซึ่งทั้ง 3 พรรคนี้ สุดท้ายก็ต้องดูไพ่ในมือกันอีกครั้งว่าใครมีเสียง ส.ส.มากกว่ากัน ก่อนจะสนับสนุนใครต่อไป เพราะชื่อชั้นทางการเมืองของทั้ง 3 คน ไม่ว่าจะเป็น นายสมคิด-คุณหญิงสุดารัตน์-นายกรณ์ ก็ต้องการเป็นนายกรัฐมนตรีทั้งสิ้น และไม่มีใครอยากตกเป็นเบี้ยล่างของอีกฝ่าย  

หรือสุดท้ายเมื่อสถานการณ์เปลี่ยนไป ทั้ง 3 พรรคอาจควบรวมพรรคกัน ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ เพราะแยกกันเดินท่ามกลางกติกาบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ อาจทำให้พรรคเกิดใหม่ประสบความสำเร็จได้ลำบาก และสิ้นเปลืองทุน

ในยามที่ทั้ง 3 พรรคการเมืองน้องใหม่ดังกล่าว กลุ่มเป้าหมาย นโยบายก็ใกล้เคียงกัน แตกต่างกันในเรื่องจุดยืนคือ ฝ่ายอนุรักษนิยม กับฝ่ายประชาธิปไตยเท่านั้น แต่ที่แน่ๆ มีจุดอ่อนเหมือนกันคือ “ยังไม่ตอบโจทย์ตลาดคนรุ่นใหม่” ซึ่งถือเป็นฐานคะแนนสำคัญที่จะชี้เป็นชี้ตายและกำหนดว่าฝ่ายใดจะเป็นรัฐบาล หลังคนกลุ่มนี้ตื่นตัวทางการเมืองมาตั้งแต่ปี 2557  

ฉะนั้นการเกิดขึ้นของ พรรคสร้างอนาคตไทย บทสรุปเพื่อเข้ามาสู่อำนาจเป็นอันดับแรก 

 ส่วนจะเป็นนั่งร้าน และรอสแตนด์บายใครบางคน หรือคิดใหญ่หวังสู่เก้าอี้นายกฯ ได้หรือไม่ เงื่อนไขการเมืองและมือ ส.ส.หลังเลือกตั้ง จะเป็นผู้กำหนด!!! .

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

จับตา‘2แม่ทัพใหม่’แก้วิกฤตพลังงาน ผ่าโครงสร้าง-กู้ศรัทธาประชาชน

จากสถานการณ์วิกฤตพลังงาน โดยเฉพาะ “น้ำมัน” ซึ่งขณะนี้รัฐบาลปล่อยราคาขึ้นตามกลไกตลาด จากรอบแรกปรับราคาขึ้นพรวดที่ 6 บาทต่อลิตร จนรัฐบาลโดนด่าระงม ล่าสุดวันที่ 2 เมษายน ปรับขึ้นอีก 3.50 บาทต่อลิตร

เบื้องหลังโผครม.'อนุทิน2' จัดสมดุลอำนาจ-ฝ่าวิกฤตศก.

หลังมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งคณะรัฐมนตรี 35 คน รายชื่อส่วนใหญ่ไม่พลิกจากโผที่สื่อคาดการณ์ไว้ แต่ ของจริง อยู่ที่เบื้องหลังการจัดวางตัวบุคคล ซึ่งสะท้อนการคุมเกมอำนาจภายในพรรคสีน้ำเงินอย่างรอบคอบ ทั้งการให้รางวัล “คนทำงาน” การกันแรงกระเพื่อม และการล็อกเสถียรภาพรัฐบาลตั้งแต่วันแรก

'รทสช.'อยู่ยากใน‘รัฐบาลหนู2’ เจอพิษน้ำมัน ซัดกันเองฉ่ำ!

พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) อีกหนึ่งพรรคร่วมรัฐบาล “อนุทิน 2” หลังจาก รทสช.พ่ายในสนามเลือกตั้ง ได้ สส.เพียง 2 คน โดย นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค ได้สละที่นั่ง สส.บัญชีรายชื่อให้ นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ทำหน้าที่แทน ควบคู่กับ นายชัชวาลล์ คงอุดม สส.บัญชีรายชื่อ ส่วนพีระพันธุ์ขอลุยทำหน้าที่ขับคลื่อนพรรคเพียงหมวกเดียว

อาฟเตอร์ช็อกน้ำมันแพง จับตามาตรการช่วยเหลือ วัดกึ๋น รบ.

คำขอโทษประชาชนของ ‘อนุทิน ชาญวีรกูล’ นายกรัฐมนตรี ในงาน Meet The Press ภายใต้หัวข้อ ‘1 เดือนวิกฤตโลก : แผนรับมือไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม’

'วิกฤตน้ำมัน'ผลพวงลากยาว หยิกเล็บเจ็บเนื้อ'ครม.หนู2'

อารมณ์คนในช่วงวิกฤตราคาน้ำมัน ค่าครองชีพพุ่งสูง เดือดยิ่งกว่าอุณหภูมิช่วงหน้าร้อนหลายเท่าตัว แม้กระทั่งภาพจำในช่วงรัฐบาลรักชาติยึดคืนอธิปไตยกลับคืนมลายหายไปสิ้น แปรเปลี่ยนเป็นเสียงบ่น ก่นด่าแทน

ปล่อย“ไอ้โม่ง”ลอยนวล รัฐบาล“อนุทิน”เสี่ยงพัง!

เหตุการณ์ “ลักหลับประชาชน” คืนวันที่ 25 มีนาคม ต่อเนื่องถึงเช้าวันที่ 26 มีนาคม กลายเป็นแรงกระแทกทางการเมืองครั้งใหญ่ หลังรัฐบาลตัดสินใจปล่อยลอยตัวดีเซล ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นทันทีถึง 6 บาทต่อลิตร สร้างภาระค่าครองชีพที่ถาโถมใส่ประชาชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้