จับตาคลอดโผแต่งตั้ง“นายพลใหญ่” ตำรวจคนสนิทฝั่งรัฐบาลพรึบยกแผง

จับตาบ่ายวันนี้ การแต่งตั้งโยกย้ายล็อตแรก “นายพลใหญ่” ระดับรอง ผบ.ตร. จเรตำรวจ-ผบช. ที่นายกฯ อุ๊งอิ๊ง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) นัดประชุม ก.ตร. ครั้งที่ 10/2567 เพื่อพิจารณาบัญชีรายชื่อ “พล.ต.อ.-พล.ต.ท.” วาระประจำปี 2567

ปีนี้มีตำแหน่ง “รอง ผบ.ตร.” ว่าง 4 ตำแหน่ง “ผู้ช่วย ผบ.ตร.” ว่าง 7 ตำแหน่ง และ “ผบช.” ว่าง 14 ตำแหน่ง รวมทั้งการโยกย้ายในระนาบเดียวกัน รวมประมาณ 30-40 ตำแหน่ง โดยวานนี้ (19 พ.ย.) “บิ๊กต่าย” พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ได้เรียกประชุมคณะกรรมการพิจารณาการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับ ตร. หรือบอร์ดกลั่นกรอง พิจารณาคุณสมบัติตำรวจระดับรอง ผบ.ตร. จเรตำรวจแห่งชาติ และ ผบช. ที่จะเสนอบัญชีรายชื่อให้ ก.ตร.พิจารณาในวันนี้

การแต่งตั้งโยกย้ายในครั้งนี้ กฎ ก.ตร.ว่าด้วยการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ พ.ศ.2567 ตามนัยมาตรา 78 แห่ง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2565 ระบุ ข้าราชการตำรวจที่จะคัดเลือกแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งระดับรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และจเรตำรวจแห่งชาติ ลงมาถึงผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและรองจเรตำรวจแห่งชาติ ให้พิจารณาเรียงตามลำดับอาวุโส ระดับ “รอง ผบ.ตร.” ว่าง 4 ตำแหน่ง ผู้ช่วย ผบ.ตร.ขึ้นรอง ผบ.ตร. เรียงตามอาวุโส 100% คือ พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข, พล.ต.ท.นิรันดร เหลื่อมศรี, พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง และ พล.ต.ต.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร เช่นเดียวกัน ระดับ ผบช.ขึ้นผู้ช่วย ผบ.ตร. อาวุโส 100% ว่าง 7 ตำแหน่ง สไลด์ขึ้น ประกอบด้วย พล.ต.ท.ธรพล ศรีโสภา จรต. (หน.จต.), พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น., พล.ต.ท.อภิชาติ เพชรประสิทธิ์ ผบช.ส., พล.ต.ท.กฤษฎา สุรเชษฐพงษ์ ผบช.สกบ., พล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผบช.สตม., พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผบช.ภ.2 และ พล.ต.ท.สรายุทธ สงวนโภคัย ผบช.ภ.4

แต่ที่น่าจับตา ระดับขุนศึก “ผบช.” ที่ว่าง 14 ตำแหน่ง กฎ ก.ตร.ระบุ ข้าราชการตำรวจที่จะคัดเลือกแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ระดับผู้บัญชาการและจเรตำรวจ ลงมาถึงระดับผู้บังคับการ ให้พิจารณาเรียงตามลำดับอาวุโส จำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของจำนวน ว่ากันแบบชาวบ้านๆ อาวุโส 50% ความรู้ความสามารถอีก 50% เมื่อเก้าอี้ระดับ ผบช.ว่าง 14 ตำรวจ 7 ตำแหน่งอาวุโสคว้าไป ก็เหลืออีกเพียง 7 ตำแหน่งที่ต้องชิงชัยกัน

สำนักงานตำรวจแห่งชาติขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี โดยตำแหน่งนายกฯ เป็นประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ที่ผ่านมาจึงมักจะเห็นบิ๊กตำรวจเดินตามนักการเมืองเป็นบันไดไต่เต้าสู่เก้าอี้ที่สำคัญ ใช้ “ความเหมาะสม” เป็นเกณฑ์การพิจารณาแต่งตั้ง กลายเป็นการเปิดหลุมเรียกรับผลประโยชน์ วิ่งเต้นซื้อขายตำแหน่งกันเป็นปกติธุระ ผลประโยชน์ตกไปอยู่ที่คนเพียงบางกลุ่ม ถึงแม้จะไม่มีใบเสร็จแต่สังคมรับรู้ได้

การเมืองเปลี่ยนผ่านจากยุคบ้านป่าเข้าสู่ยุคพรรคเพื่อไทย การแต่งตั้งโยกย้ายครั้งนี้ก็คงหนีไม่พ้นอิงกับฝ่ายการเมือง ยิ่งสถานการณ์การเมืองช่วงนี้สวนทางกับสภาพอากาศ ไม่รู้จะอยู่ครบเทอมหรือไม่ สนามเลือกตั้งอาจจะเกิดขึ้นในไม่ช้า การแต่งตั้งหาตัว “ผบช.” สำคัญเป็นอย่างยิ่ง กลายเป็นฐานการเมืองค้ำยันรัฐบาล

แม้การแต่งตั้งโยกย้ายครั้งนี้ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ จะไม่มีอำนาจในการแต่งตั้ง แต่เป็นพ่อนายกฯ อุ๊งอิ๊ง ประธาน ก.ตร. ประกาศระหว่างการปราศรัยหาเสียงช่วยผู้สมัครนายก อบจ.อุดรธานี บางช่วงว่า “เห็นใจตำรวจเมื่อก่อนที่ผมไม่อยู่ การแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจต้องจ่ายเงินซื้อหมด นี้คือสิ่งที่เลวร้ายของสังคมไทยที่ผมไม่อยู่ 17 ปี การแต่งตั้งโยกย้ายเอาเงินโดยเฉพาะตำรวจ ฉะนั้นผมเลยสงสารตำรวจ นายกฯ อุ๊งอิ๊งบอกว่า พ่อวันนี้เราต้องคุยกับตำรวจใหญ่ทุกคน ว่ายุคต่อไปนี้ไม่มีการเอาเงินจากการแต่งตั้งโยกย้าย ตำรวจใหญ่ต้องไม่ไปเอาเงินจากลูกน้องจากการแต่งตั้ง”

แต่ในทางกลับกัน ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ในรั้ว “กรมปทุมวัน” วิ่งกันฝุ่นตลบ ตั๋วม้า ตั๋วช้าง ข่าวลวงข่าวปล่อยสับขาหลอกคลอดโผ นอกรั้ว สตช. นักการเมืองดังภาคเหนือพาตำรวจในค่ายเข้าพบนายใหญ่กิน “มาม่า” กันจนท้องอืด โดยเฉพาะกองบัญชาการหลัก เก้าอี้ที่น่าจับตา “นครบาล” ที่ พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ขยับขึ้นผู้ช่วย ผบ.ตร. ขับเคี่ยวกันระหว่าง พล.ต.ท.สันติ ชัยนิรามัย จเรตำรวจ นรต.48 และ พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. คาดว่า พล.ต.ท.สันติสายตรงอดีต 2 ผบ.ตร.อย่าง “บิ๊กแป๊ะ” พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา และ “บิ๊กปั๊ด” พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข จะเบียดคุมพื้นที่เมืองหลวง

เก้าอี้ “ผบช.สตม.” มีชื่อ พล.ต.ต.ภานุมาศ บุญญลักษม์ รอง ผบช.สตม. สายตรงอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า และ พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผบช.สกพ. สายตรงขั้วการเมืองก๊วนสระแก้วส่งเข้าประกวด แรงหนุนของตระกูลชินวัตรจะได้เปรียบ, เก้าอี้ “ผบช.สอท.” มีชื่อ พล.ต.ต.มณฑล บัวจีบ รอง ผบช.ส. สายตรง ร.อ.ธรรมนัส และ พล.ต.ต.มนเทียร พันธ์อิ่ม รอง ผบช.สอท. เป็นคู่แข่ง แต่คาดว่าจะจบโรงเรียนธรรมนัสเช่นเดียวกัน, เก้าอี้ “ผบช.ปส.” พล.ต.ท.ยิ่งยศติดโผ โดยมี พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.สพฐ. น้องชายเสธ.หิ ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ เป็นคู่แข่ง แต่ พล.ต.ท.ไตรรงค์จะเข้าป้าย โยก พล.ต.ท.ยิ่งยศไปคุมพื้นที่ภาค 1

 “ผบช.ภ.2” คาดมีการเสนอชื่อ พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. แต่ต้องวัดพลังกับ พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร., “ผบช.ภ.3” ปรากฏชื่อ พล.ต.ท.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. สายตรงคนดังเมืองบุรีรัมย์ เบียดกับ พล.ต.ต.ธรรมศักดิ์ ปิ่นทอง รอง ผบช.ภ.6 คนสนิท ร.อ.ธรรมนัส, “ผบช.4” คาดว่า พล.ต.ต.ฉัตรชัย สุรเชษฐพงษ์ รอง ผบช.ภ.2 คนสนิทอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ คว้าเก้าอี้ แต่ต้องเบียดกับ พล.ต.ต.พิทักษ์ อุทัยธรรม รอง ผบช.ประจำ ส.ผบ.ตร., พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน โยกเป็น ผบช.สพฐ.ตร., พล.ต.ต.วีรชน บุญทวี รอง ผบช.ภ.5 คาดโยกเป็น ผบช.ตชด. ส่วน พล.ต.ต.บัณฑิต ตุงคะเศรณี รอง ผบช.ภ.6 คาดขึ้นหน่วยข่าวกรอง ผบช.ส. ส่วน พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5, พล.ต.ท.กิตติศักดิ์ ดุรงควิบูลย์ ผบช.ภ.6, พล.ต.ท.สุรพงษ์ ถนอมจิตร ผบช.ภ.8 และ พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบช.ภ.9 ยังคงอยู่ที่เดิม

รายชื่อที่ได้รับการคาดหมายแต่งตั้งตำแหน่งหลักล้วนใกล้ชิดนักการเมืองฝั่งรัฐบาลเพื่อไทย เข้าใจ ตำรวจต้องสนองนโยบายรัฐบาล แต่การแต่งตั้งคนในองค์กรตำรวจอย่าให้ผู้มีบารมีเหยียบย่ำศักดิ์ศรี จนตำรวจที่ดีไม่มีที่ยืน.  

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

“ภูมิใจไทย”คุมเกมเลือกขั้ว กธ.จัดง่าย-พท.ใหญ่เทอะทะ

สูตรจัดตั้งรัฐบาลออกมาอย่างต่อเนื่องสอดรับกับผลการเลือกตั้ง แต่หากถาม “นายอนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ยืนยันว่า “ยังอีกไกล” เพราะต้องรอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รับรองผลให้แล้วเสร็จก่อน ซึ่งมีกำหนดระยะเวลา 60 วัน

"กกต."จำเลยใหญ่สังคม เสี่ยงพา"การเมืองวิกฤต"

ผ่านไปเพียง 3 วันหลังจากการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) เป็นการทั่วไปเมื่อวันที่ 8 ก.พ.2569 ที่ผ่านมา ซึ่งควรจะเป็นวันแห่งชัยชนะของระบอบประชาธิปไตยและการเริ่มต้นใหม่ของประเทศไทย ทว่าภาพที่ปรากฏต่อสายตาชาวโลกกลับเต็มไปด้วย "เครื่องหมายคำถาม" ตัวโตๆ ที่พุ่งตรงไปยังศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

แลนด์สไลด์ส่ง ‘ค่ายน้ำเงิน’ ‘ผู้กำหนดเกม’ ตั้งรัฐบาล!

กว่า 190 ที่นั่งของ ‘ค่ายสีน้ำเงิน-พรรคภูมิใจไทย’ ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ฐานกำลังหลักคือ จำนวน สส.แบ่งแบ่งเขต ที่กวาดไปได้ถึงกว่า 170 ที่นั่ง

ดีลตั้งรัฐบาลขยับ ปิดงานสัปดาห์นี้ เปิดสภาฯนัดแรกไม่เกิน 13 มี.ค.

หลังการเลือกตั้งเสร็จสิ้นลงเมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา หลังจากนี้ มีการประเมินทางการเมืองว่า การเปิดประชุมสภาฯนัดแรก เพื่อเลือก”ประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ-ประธานสภาผู้แทนราษฎร”จะเกิดขึ้น ภายในไม่เกินกลางเดือนมีนาคมนี้ โดยมีการคาดกันว่า อาจจะเกิดขึ้นช่วงไม่เกิน 13 มีนาคม หรืออาจเร็วกว่านั้น

โจทย์หินนายกฯคนที่33รัฐบาลปีม้าไฟ

ภายหลังการปิดหีบเลือกตั้งช่วงค่ำวันที่ 8 ก.พ.นี้ ก็จะได้เห็นโฉมหน้ารัฐบาลชุดใหม่ และนายกรัฐมนตรีคนที่ 33 ของประเทศไทย รวมทั้งได้ข้อสรุปว่าจะมีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่