‘บิ๊กป้อม’ เดินหน้าพปชร.ต่อ (แค่ไหน) สุดเทอมสภา ‘แยกย้าย-เปลี่ยนมือ’?

‘บิ๊กป้อม’ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ประกาศกลางวงสัมมนาพรรค ที่ อ.หัวหิน ประจวบคีรีขันธ์ ว่า ‘พลังประชารัฐ’ ยังคงเดินหน้าต่อ

 “พรรคพลังประชารัฐของเราแม้จะตกเป็นเป้าทางการเมืองเสมอมา แต่ผมขอยืนยันด้วยตัวเองว่า พรรคของเรายังคงเดินไปข้างหน้าอย่างสร้างสรรค์และมั่นคง” 

อย่างไรก็ดี ไม่ใช่ครั้งแรกที่  ‘บิ๊กป้อม’ ประกาศไปต่อ แต่เคยพูดมาแล้วหลายครั้ง ประกอบในช่วงเวลาที่พรรคเป็นฝ่ายค้าน อยู่ในสถานการณ์ขาลง ย่อมไม่สามารถพูดไปในทิศทางอื่นได้

อีกอย่างการพูดว่า ‘เดินไปข้างหน้า’ อาจจะไม่ได้หมายถึงการเลือกตั้งครั้งหน้า แต่อาจจะหมายถึงในช่วงเวลานี้ที่ ‘บิ๊กป้อม’ ยังดูแลอยู่

เพราะว่ากันด้วยข้อเท็จจริง การที่ ‘บิ๊กป้อม’ จะนำพรรคพลังประชารัฐกลับมายิ่งใหญ่เหมือนวันวานเป็นเรื่องยาก ตราบใดที่ ‘ทักษิณ ชินวัตร’ อดีตนายกรัฐมนตรี ยังถูกใช้เป็นตัวละครหลักทางการเมืองเพื่อสกัดพรรคสีส้ม

 ‘ทักษิณ’ ยังคงโกรธแค้น ‘บิ๊กป้อม’ ในขณะที่ ‘บิ๊กป้อม’ ก็มีบาดแผลที่ ‘ทักษิณ’ สร้างเช่นกัน

ขณะเดียวกัน ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา มีข่าวจากในพรรคพลังประชารัฐลอยมาอยู่เสมอว่า หลังหมดอายุรัฐบาลชุดนี้ ‘บิ๊กป้อม’ จะวางมือทางการเมือง เพราะไม่มีประโยชน์อันใดที่จะฝืนทำต่อ

คนใกล้ตัวที่เป็นอดีตนายทหารหลายคนอยากให้ ‘บิ๊กป้อม’ หยุด เพราะสิ่งที่ได้ไม่คุ้มค่า นอกจาก ‘ภาระ’ ที่มากขึ้น

อีกทั้งทุกวันนี้ ‘บิ๊กป้อม’ บอบช้ำมามาก เครดิตและต้นทุนในอดีตหายไปเยอะ โดยเฉพาะบาดแผลที่อดีตนักการเมืองคนสนิททำเอาไว้ ที่เล่นเอาเสียศูนย์ไปพักหนึ่ง 

ส่วนที่ยังไม่สามารถวางมือได้ตอนนี้ เพราะมีหลายชีวิตที่ต้องรับผิดชอบ โดยเฉพาะพวก สส.ที่เหลือ ซึ่งต้องดูแลกันไปตลอดรอดฝั่งจนยุบสภา

พูดง่ายๆ ว่าคือ สส.รอเวลาที่จะแยกย้ายไปบ้านหลังใหม่ ในขณะที่ ‘บิ๊กป้อม’ รอเวลาที่จะพักผ่อน

กลุ่มก๊กการเมืองที่ยังเหลืออยู่ หลายรายเริ่มมองลู่ทางหลังจาก ‘บิ๊กป้อม’ เก็บฉาก โดยกลุ่มที่ใหญ่ที่สุดในพรรคพลังประชารัฐ ขณะนี้คือ กลุ่มมะขามหวาน จ.เพชรบูรณ์ ที่มี ‘สันติ พร้อมพัฒน์’ รองหัวหน้าพรรคเป็นแกนนำ ซึ่งมี สส. 6 คน

ก่อนหน้านี้ ‘สันติ’ มีข่าวเชื่อมโยงกับหลายพรรค ไม่ว่าจะเป็นทั้งพรรคภูมิใจไทยและพรรคเพื่อไทย แต่ยังไปไหนไม่ได้ เพราะมีพันธะกับ ‘บิ๊กป้อม’ หลายเรื่อง

ขณะเดียวกัน ตึกรัชดาวัน อาคารที่ทำการพรรคพลังประชารัฐ ในปัจจุบันก็เป็นตึกของ ‘ครอบครัวพร้อมพัฒน์’ ซึ่ง ‘สันติ’ จะเป็นอิสระได้ก็ต่อเมื่อ ‘บิ๊กป้อม’ วางมือ

สำหรับพรรคภูมิใจไทย ‘สันติ’ สามารถนำก๊วนมะขามหวานไปได้เสมอ เพราะที่นั่นใช้หลักคณิตศาสตร์ในการปกครอง และแบ่งโควตารัฐมนตรี ซึ่งก๊วนมะขามหวานมีตัวเลขชัวร์ๆ 6 เสียงเป็นอย่างต่ำ

ขณะที่พรรคเพื่อไทย บ้านหลังเก่าที่ ‘สันติ’ ทิ้งมา เพื่อมาอยู่กับพรรคพลังประชารัฐ สามารถกลับไปได้ตลอดเช่นกัน เพราะมีความสัมพันธ์ที่ดีกับน้องสาวของผู้นำจิตวิญญาณค่ายสีแดง เพียงแต่หากกลับไปอาจต้องไป ‘ต่อแถวใหม่’

ซึ่งมีกระแสข่าวออกมาเหมือนกันว่า บางที ‘สันติ’ อาจไม่ได้ไปไหน แต่อาจจะไปตั้งพรรคใหม่ หรือรีแบรนด์พรรคพลังประชารัฐเสีย

จะเป็นพรรคของ ‘สันติ’ เอง โดยมีกลุ่มการเมืองในพรรคพลังประชารัฐบางคนที่มี สส.ในมือ แต่ไม่มาก อาจตามไปอยู่ด้วย

แนวทางคือ ร่วมเป็นรัฐบาลได้ทุกก๊ก คล้ายคลึงกับของพรรคภูมิใจไทย หรือแม้แต่พรรคกล้าธรรมของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า อดีต รมว.เกษตรและสหกรณ์ ที่ได้โควตารัฐมนตรี

แม้จะได้ไม่เยอะ แต่ได้แน่ และย่อมดีกว่าไปเป็นลูกน้องในพรรคคนอื่นที่ไม่รู้ว่าจะถูกปรับออกเมื่อไหร่ 

เรียกง่ายๆ ว่า เป็นทฤษฎี เป็น ‘หัวหมา’ ดีกว่าเป็น ‘หางราชสีห์’ 

ขณะที่บางข่าวลือระบุว่า พรรคพลังประชารัฐจะยังอยู่ แต่จะเปลี่ยนหัวหน้าพรรคเป็นคนใหม่ในอนาคต หลัง ‘บิ๊กป้อม’ วางมือ โดยมีชื่อของ อดีตบิ๊กสีกากี ที่มีข่าวกับพรรคหลายครั้ง แต่สุดท้ายยังไม่สามารถมาอยู่เบื้องหน้าได้

เป็นเรื่องที่ยังแค่คิดกัน แต่ยังไม่ลงตัวว่าจะเป็นใคร

ขณะที่กลุ่มหลักๆ ที่เหลือคือ กลุ่มกำแพงเพชร ของ ‘วราเทพ รัตนากร’ และ กลุ่มสระแก้ว ของ ‘กำนันกี-ขวัญเรือน เทียนทอง’ 2 กลุ่มนี้ไปได้ทั้งพรรคเพื่อไทย และพรรคอื่นๆ ซึ่งไปแน่ เพราะทุกวันนี้ที่ยังอยู่ไม่ไปไหน เพราะ ‘บิ๊กป้อม’ ยังอยู่

ทุกวันนี้คือ ‘รอเวลา’

ส่วนวันนี้ที่ ‘บิ๊กป้อม’ ไม่สามารถประกาศวางมือได้ เพราะมันจะเกิดปรากฏการณ์ผึ้งแตกรัง และด้วยสถานการณ์ที่ไม่น่าไว้วางใจว่า ศัตรูจะตลบหลังอีกหรือไม่ ก็จำเป็นต้องมีเครื่องมือไว้ตอบโต้อย่างพรรคการเมืองก่อน.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เบื้องหลังโผครม.'อนุทิน2' จัดสมดุลอำนาจ-ฝ่าวิกฤตศก.

หลังมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งคณะรัฐมนตรี 35 คน รายชื่อส่วนใหญ่ไม่พลิกจากโผที่สื่อคาดการณ์ไว้ แต่ ของจริง อยู่ที่เบื้องหลังการจัดวางตัวบุคคล ซึ่งสะท้อนการคุมเกมอำนาจภายในพรรคสีน้ำเงินอย่างรอบคอบ ทั้งการให้รางวัล “คนทำงาน” การกันแรงกระเพื่อม และการล็อกเสถียรภาพรัฐบาลตั้งแต่วันแรก

เรือนจำกลางคลองเปรม เคาะ 'ทักษิณ' ติด 1 ใน 10 รายชื่อ คุณสมบัติผ่านเกณฑ์พักโทษ

คกก.พักโทษเรือนจำกลางคลองเปรม มีมติที่ประชุมเห็นชอบ "ทักษิณ" ติด 1 ใน 10 รายชื่อผู้ต้องขังผ่านเกณฑ์พักโทษกรณีทั่วไป ส่งต่อ คกก.พักโทษระดับกรมราชทัณฑ์

'รทสช.'อยู่ยากใน‘รัฐบาลหนู2’ เจอพิษน้ำมัน ซัดกันเองฉ่ำ!

พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) อีกหนึ่งพรรคร่วมรัฐบาล “อนุทิน 2” หลังจาก รทสช.พ่ายในสนามเลือกตั้ง ได้ สส.เพียง 2 คน โดย นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค ได้สละที่นั่ง สส.บัญชีรายชื่อให้ นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ทำหน้าที่แทน ควบคู่กับ นายชัชวาลล์ คงอุดม สส.บัญชีรายชื่อ ส่วนพีระพันธุ์ขอลุยทำหน้าที่ขับคลื่อนพรรคเพียงหมวกเดียว

อาฟเตอร์ช็อกน้ำมันแพง จับตามาตรการช่วยเหลือ วัดกึ๋น รบ.

คำขอโทษประชาชนของ ‘อนุทิน ชาญวีรกูล’ นายกรัฐมนตรี ในงาน Meet The Press ภายใต้หัวข้อ ‘1 เดือนวิกฤตโลก : แผนรับมือไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม’

'วิกฤตน้ำมัน'ผลพวงลากยาว หยิกเล็บเจ็บเนื้อ'ครม.หนู2'

อารมณ์คนในช่วงวิกฤตราคาน้ำมัน ค่าครองชีพพุ่งสูง เดือดยิ่งกว่าอุณหภูมิช่วงหน้าร้อนหลายเท่าตัว แม้กระทั่งภาพจำในช่วงรัฐบาลรักชาติยึดคืนอธิปไตยกลับคืนมลายหายไปสิ้น แปรเปลี่ยนเป็นเสียงบ่น ก่นด่าแทน

ปล่อย“ไอ้โม่ง”ลอยนวล รัฐบาล“อนุทิน”เสี่ยงพัง!

เหตุการณ์ “ลักหลับประชาชน” คืนวันที่ 25 มีนาคม ต่อเนื่องถึงเช้าวันที่ 26 มีนาคม กลายเป็นแรงกระแทกทางการเมืองครั้งใหญ่ หลังรัฐบาลตัดสินใจปล่อยลอยตัวดีเซล ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นทันทีถึง 6 บาทต่อลิตร สร้างภาระค่าครองชีพที่ถาโถมใส่ประชาชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้