ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา วันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ออกมาให้สัมภาษณ์ 2 รอบย้ำชัดๆ ฝ่ายค้านต้องแก้ไขเนื้อหาใน ญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ด้วยการตัดชื่อบุคคลภายนอก ที่ก็คือ "ทักษิณ ชินวัตร" ออกจากญัตติ โดยยืนกรานว่า หากไม่มีการตัดชื่อออก ก็จะไม่บรรจุญัตติเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมสภาฯ
ขณะที่ท่าทีจากพรรคประชาชน (ปชน.) แกนนำพรรคฝ่ายค้าน ประสานเสียงหนักแน่น ไม่ทบทวน-ไม่แก้ไข-ไม่ตัดชื่อ ไล่มาตั้งแต่ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้าน-ณัฐวุฒิ บัวประทุม รองหัวหน้าพรรค-พริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรค
สอดรับกับท่าทีของคนใน พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ของพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ก็ไม่เห็นด้วยที่จะตัดชื่อทักษิณออก เพราะ พปชร.ต้องการใช้เวทีซักฟอกรอบนี้สางแค้นเอาคืนทักษิณให้ได้ หลังถีบ พปชร.ไปเป็นฝ่ายค้านไม่พอ ยังวางแผนทำให้พรรคแตกยับ ด้วยการจับมือกับธรรมนัส พรหมเผ่า ดึง สส.ของพรรคไปอยู่พรรคกล้าธรรม จึงหวังใช้เวทีรอบนี้อภิปรายเรื่องชั้น 14 รพ.ตำรวจ เพื่อซัดทักษิณให้จมธรณี ลุงป้อมจะได้สะใจกลางสภาฯ
อย่างไรก็ตาม ประธานสภาฯ ที่ทั้งทำหนังสืออย่างเป็นทางการ และให้สัมภาษณ์ 2 รอบ ยืนกรานให้ฝ่ายค้านแก้ไขญัตติ หากไม่ทำ จะไม่บรรจุเข้าระเบียบวาระ
ท่าทีดังกล่าวประเมินได้ว่า วันนอร์ไม่ยอมถอยแน่ เพราะหากถอย ก็เสียคนตอนแก่ ส่วนพรรคฝ่ายค้าน หากถอยร่น ตัดชื่อทักษิณออก ก็เสียฟอร์มเช่นกัน เรียกได้ว่าทั้ง 2 ฝ่าย ศักดิ์ศรีค้ำคอกันอยู่
รอดูกัน วันนอร์กับฝ่ายค้านจะตกลงกันได้หรือไม่ ที่ต้องจบภายในไม่เกินสัปดาห์นี้
ขณะที่เสียงวิจารณ์ทางการเมืองต่างมองว่า ไม่ผิดคาดที่วันนอร์ออกลูกแอ็กชันดังกล่าว และพูดโยงกันไปว่า หรือเรื่องนี้มีรีเควสจากบ้านจันทร์ส่องหล้า-เพื่อไทย ไปที่ประธานวันนอร์ใช่หรือไม่?
ทำนองเพื่อสกัดฝ่ายค้านไม่ให้อภิปรายทักษิณ จะได้เซฟแพทองธารไม่ให้โดนถล่มหนัก
ต้องไม่ลืมว่า ที่วันนอร์ส้มหล่นได้เป็นประธานสภาฯ ทั้งที่พรรคประชาชาติมี สส.แค่ 9 คน หลังเลือกตั้งปี 2566 ก็เพราะเพื่อไทยประเคนตำแหน่งให้ หลังเพื่อไทยวางเกมตอนช่วงตั้งรัฐบาลหลังเลือกตั้งปี 2566 ด้วยการบีบให้พรรคก้าวไกล ที่เวลานั้นมี สส.ในสภาฯ มากสุด ไม่ได้โควตาประธานสภาฯ แต่ก้าวไกลไม่ยอม เลยยื้อกันร่วมครึ่งเดือน
จนสุดท้ายก้าวไกลต้องยอม แต่ก็ตีกันเพื่อไทยก็ต้องไม่ได้เช่นกัน ได้แค่รองประธานสภาฯ คนที่ 2 จนเกิดสูตรประธานสภาฯ เป็นโควตาคนกลาง วันนอร์เลยส้มหล่น คัมแบ็กประธานสภาฯ ครั้งที่ 2 ในชีวิต
อย่างไรก็ตาม เพื่อไทยก็เขี้ยวจัด ต้องการเอาเก้าอี้ประธานสภาฯ คืนตลอดเวลา เห็นได้จากช่วงปรับ ครม.รัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน เมื่อกลางปี 2567 เพื่อไทยปล่อยข่าวกดดันให้วันนอร์ลาออกจากประธานสภาฯ โดยอ้างว่ามีปัญหาสุขภาพ เพื่อหวังเอาเก้าอี้ประธานสภาฯ คืน แต่พรรคประชาชาติ-วันนอร์ก็ไม่ยอม
เรียกได้ว่า เขี้ยวเจอเขี้ยวจนเคลียร์กันได้ เพื่อไทยยอมถอยให้วันนอร์นั่งเป็นประธานสภาฯ ต่อไป ทำให้ยังไงวันนอร์ก็ต้องเกรงใจเพื่อไทย
ไม่ลืมกันใช่ไหม ทักษิณกับวันนอร์ก็คนคุ้นเคยกันมาก่อน เรื่องภาพที่วันนอร์ยกมือไหว้ทักษิณทั้งที่อายุมากกว่า เมื่อหลายสัปดาห์ก่อน ตอนทักษิณไป 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จนคนวิจารณ์กันเซ็งแซ่ จนวันนอร์ต้องส่งทีมโฆษกสภาฯ วิ่งโร่มาชี้แจงด่วน ภาพดังกล่าวสะท้อนความสัมพันธ์ของทั้ง 2 คนได้เป็นอย่างดี
สัมพันธ์ลึกและลับระหว่างทักษิณกับวันนอร์ ทั้งหน้าฉาก หลังฉาก ลึกซึ้งเกินบรรยาย
เอาแค่หน้าฉาก ทั้ง 2 คนก็อยู่พรรคเดียวกันมาตั้งแต่ตอนหลังเลือกตั้งปี 2544 ที่พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ ยุบพรรคความหวังใหม่ แล้วพา สส.อพยพไปอยู่กับทักษิณที่ไทยรักไทย ที่รวมถึงวันนอร์ อดีตความหวังใหม่ ก็เข้าไปเป็นหัวหน้ากลุ่มวาดะห์ในไทยรักไทย ดูแลพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งยุครัฐบาลทักษิณ วันนอร์นั่งตำแหน่งสำคัญตลอด ทั้ง รมว.คมนาคม รมว.มหาดไทย รมว.เกษตรฯ รองนายกฯ
จนมาแยกกันเดิน รวมกันตี ตอนก่อนเลือกตั้งปี 2562 ที่กลุ่มวาดะห์แยกตัวออกจากเพื่อไทย โดยไปจับมือกับ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หนึ่งในน้องรักทักษิณ ตั้งพรรคประชาชาติ เพื่อเจาะพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้และฐานเสียงคนไทยมุสลิมทั่วประเทศ ที่ก็ประสบความสำเร็จระดับหนึ่ง
โดยทักษิณช่วยสนับสนุนอยู่ข้างหลัง และลือกันมาตลอดว่า มี นักธุรกิจใหญ่ ระดับ "เจ้าสัว" ของประเทศคนหนึ่งที่ใกล้ชิดและมีความสัมพันธ์อันดีกับทักษิณ คอยแบ็กอัปให้พรรคประชาชาติ ในการเลือกตั้งทั้งปี 2562 และ 2566 ซึ่งภาพทักษิณกับเจ้าสัว คนดังกล่าวปรากฏให้เห็นตลอด ตั้งแต่ทักษิณกลับไทย เช่น ภาพที่ทักษิณและเจ้าสัวไปนั่งกินข้าวด้วยกัน พร้อมกับแกนนำ-สส.พรรคประชาชาติทั้งพรรค ที่ร้านอาหารฮาลาลแห่งหนึ่งย่านซอยนานา สุขุมวิท เมื่อปีที่ผ่านมา
เป็นที่รู้กันดีว่า เจ้าสัวคนดังกล่าวไม่ถูกกับ "เนวิน ชิดชอบ-พรรคภูมิใจไทย" มาตลอด โดยเฉพาะการที่ ศักดิ์สยาม ชิดชอบ น้องเนวิน สมัยเป็น รมว.คมนาคม ขวางการต่อสัญญาโครงการเมกะโปรเจกต์หลายหมื่นล้านบาท
จึงไม่แปลกที่สมัยเป็นฝ่ายค้าน ยุครัฐบาลพลเอกประยุทธ์ ทาง พ.ต.อ.ทวี และพรรคประชาชาติ มักจะอภิปรายภูมิใจไทย โดยเฉพาะศักดิ์สยาม เช่น เรื่องเขากระโดง-หุ้นนอมินี หจก.บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น อย่างหนัก และเมื่อมาเป็นรัฐบาล พ.ต.อ.ทวี รมว.ยุติธรรม ก็คือหัวหอกหลักที่ผลักดันให้ดีเอสไอเข้าสอบสวนการเลือก สว. ปี 2567 ที่ก็คือการหาช่องเอาผิด-สลาย สว.สีน้ำเงิน ฐานที่มั่นการเมืองของเนวินและภูมิใจไทย
การที่วันนอร์ไม่ให้ฝ่ายค้านอภิปราย-แตะต้องทักษิณได้ มองแง่หนึ่งก็ต้องยอมรับว่า ปธ.สภาฯ ก็มีเหตุผลฟังได้ระดับหนึ่ง แต่ในเชิงการเมือง ปฏิเสธไม่ได้ว่า การออกตัวของวันนอร์ทำให้คนมองว่า โลกของการเมือง ทุกอย่างมีราคาที่ต้องจ่าย เมื่อได้ตำแหน่ง ก็ต้องรู้ว่าใครเป็นคนให้มา.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'บิ๊กต่าย' ตั้งกก.ฟันวินัยร้ายแรง '3 หมอชั้น 14' สรุปพฤติกรรมชัดเอื้อ 'ทักษิณ'
'ผบ.ตร.' ตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรง 3 หมอ รพ.ตำรวจ 'โสภณ-ทวีศิลป์-ชนะ' ปมเอื้อ 'ทักษิณ' นอนวีไอพีชั้น 14 มอบหมาย 'พล.ต.อ.อิทธิพล' นั่งประธาน เร่งสรุปโดยเร็ว
“โครงสร้างเก่า-คนใหม่”บีอาร์เอ็น รัฐตรึงกำลังรักษาพื้นที่ปลอดภัย
การก่อเหตุในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เหมือนเป็น “วัฏจักร” ความรุนแรงที่มีขึ้นมีลงตามเหตุปัจจัยในแต่ละช่วงเวลา
ล่มซ้ำซาก สุญญากาศกสทช. สรณไม่ถอย-อนุทินลอยตัว
เป็นไปตามคาด ไม่มีอะไรพลิก กับภาพ ประชุมล่ม คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เมื่อวันพุธที่ 5 ส.ค.ที่ผ่านมา
'เคสไอ้ป๋อง'บทเรียนราคาแพงยุติธรรมไทย ฆาตกรพ้นคุกแต่สังคมรับเคราะห์
คดีฝังดิน 5 ศพ ในพื้นที่ ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ที่มีผู้ต้องหาคนสำคัญคือ นายฑณา เกิดทอง หรือ "ไอ้ป๋อง" อายุ 43 ปี
ปัจจัย ‘ภายใน-ภายนอก’ เร้ากระแสข่าวปรับครม.
กระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ออกมาเป็นระยะ ทั้งที่ รัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล เพิ่งจะทำงานมาได้ 4 เดือนเท่านั้น ซึ่งระยะเวลาดังกล่าวถือว่าน้อยมาก หากเทียบรัฐบาลในอดีต ที่อย่างเร็วที่สุดจะปรับกันทุก 6 เดือน หรือครึ่งปี
โผมท.-คลองหลอดฝุ่นตลบ สิงห์น้ำเงินผงาด แต่ไม่ยกแผง
ปกติการจัดทัพ-ทำโผแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูง ซี 10 ของกระทรวงมหาดไทย ทั้ง รองปลัดกระทรวงมหาดไทย-อธิบดี-ผู้ว่าราชการจังหวัด-ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย ก็ได้รับความสนใจจากแวดวงการเมืองพอสมควร ไม่แพ้โผทหาร-โผตำรวจ ยิ่งในช่วงการเมืองพีกๆ เช่น จะมีการเลือกตั้งใหญ่ หรือการเมืองแรงๆ มีโอกาสที่จะมีการเปลี่ยนแปลงขั้วอำนาจการเมือง โผมหาดไทยก็จะอยู่ในความสนใจของแวดวงการเมืองตามไปด้วย

