ผลเจรจาจีบีซีหวังยกระดับหยุดยิง บทบาทจีน-สหรัฐกลางสมรภูมิรบ

สถานการณ์การสู้รบระหว่าง ไทยVSกัมพูชา มาถึงหมุดหมายสำคัญในสัปดาห์นี้ ที่อยู่ในจุดโฟกัสใหญ่ ทั้งในส่วนของไทย-กัมพูชา และความสนใจของนานาชาติ ที่เฝ้าติดตามผล การประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา (General Border Committee-GBC) ที่จะมีขึ้นในช่วงวันที่ 4-7 ส.ค. ที่เปลี่ยนมาประชุมที่กัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย จากเดิมจะประชุมกันที่กัมพูชา ซึ่งจะเป็นการพบกันระหว่าง พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมช.กลาโหม รักษาการ รมว.กลาโหมของไทย กับพลเอกเตีย เซรย ฮา รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหมกัมพูชา

 ยิ่งเมื่อจีน สหรัฐ และมาเลเซีย จะเข้าร่วมสังเกตการณ์การประชุมด้วยในช่วง วันที่ 4-6 ส.ค. ยิ่งทำให้การประชุมน่าสนใจมากขึ้น กับการที่ 2 ประเทศมหาอำนาจ สหรัฐ-จีน ที่ขับเคี่ยวกันมาตลอดในการแสดงบทบาทประเทศมหาอำนาจของโลกทั้งในเชิงการเมืองระหว่างประเทศ-เศรษฐกิจโลก-ความมั่นคงระหว่างประเทศ ได้รับไฟเขียวให้ส่งตัวแทนเข้าร่วมสังเกตการณ์ด้วย ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามมาอื้ออึง ทั้งในเชิงมิติความมั่นคงและภูมิรัฐศาสตร์โลก ที่สหรัฐ-จีนรุกคืบเข้ามาในภูมิภาคอาเซียนผ่านสถานการณ์การสู้รบระหว่างไทย-กัมพูชา

โดยก่อนหน้าที่การประชุมจะเริ่มต้นขึ้น พล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า พล.อ.ณัฐพลทำหนังสือตอบรับการให้ 3 ประเทศ จีน สหรัฐ และมาเลเซีย เข้าร่วมสังเกตการณ์การประชุมจีบีซี ระหว่างวันที่ 4-6 ส.ค. โดยวาระสำคัญคือ การแก้ไขปัญหาสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยจะเป็นเรื่องที่สืบเนื่องจากการหารือระหว่าง ผบ.หน่วยทหาร 2 ฝ่าย โดยฝ่ายไทยขอเวลาคุยกันก่อน 3 วัน เพราะเนื้อหาค่อนข้างมาก เพื่อเตรียมการก่อนประชุมหลักในวันที่ 7 ส.ค.นี้ ครั้งนี้เป็นการยกระดับมาคุยกันระดับนโยบาย และยืนยันว่าไม่กระทบหลักการการหารือทวิภาคีแต่อย่างใด

ขณะที่ก่อนหน้านี้มีรายงานข่าวว่า บิ๊กเล็ก-พลเอกณัฐพล ไม่เห็นด้วยที่มีผู้สังเกตการณ์จากสหรัฐอเมริกาและจีน เนื่องจากเป็นการเจรจาทวิภาคี ซึ่งเป็นกลไกปกติที่คุยกัน 2 ประเทศ แต่ในที่ประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติมองว่า ถ้าประเทศไทยปฏิเสธอาจถูกมองว่ามีลับลมคมใน จึงตัดสินใจยอมรับกับข้อเสนอนี้ของกัมพูชา

 “พลเอกณัฐพล นาคพาณิชย์ รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม” เปิดเผยก่อนการเดินทางไปร่วมประชุมจีบีซี โดยระบุว่า

"เรื่องที่จะไปเจรจากับกัมพูชาระหว่างวันที่ 4-7 สิงหาคมนี้ ได้ไปเสนอเรื่องกับสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช.แล้ว และ สมช.อนุมัติกรอบนี้เพื่อไปเจรจากับกัมพูชา ขอไม่พูดในรายละเอียดที่จะหารือในการประชุม GBC"

ทั้งนี้ คณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา (General Border Committee-GBC) เป็นกลไกทวิภาคีฝ่ายทหารระดับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม สำหรับจีบีซีมีขอบเขตเกี่ยวกับการกำหนดแนวทางและมาตรการที่เหมาะสมในการส่งเสริมความร่วมมือ รักษาความสงบเรียบร้อย และเสถียรภาพในพื้นที่ชายแดน พัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างกองทัพ 2 ประเทศ รวมทั้งยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน โดยมีกระทรวงกลาโหมเป็นหน่วยรับผิดชอบ และ รมว.กลาโหมของไทย-กัมพูชา เป็นประธานคณะกรรมการร่วม

ก่อนหน้านี้ "รศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร นักวิชาการอิสระและผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงและการต่างประเทศ อดีตอาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วิเคราะห์ถึงบทบาทของสหรัฐและจีน ในสถานการณ์การสู้รบระหว่างไทย-กัมพูชา ก่อนที่จะมีการตอบรับให้ทั้ง 2 ประเทศเข้าร่วมสังเกตการณ์การประชุมจีบีซีอย่างเป็นทางการเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังก่อนหน้านี้ก็ส่งตัวแทนไปร่วมสังเกตการณ์การเจรจาหยุดยิงเมื่อ 28 ก.ค.ที่ผ่านมา  โดยมองว่า ในส่วนของ จีน นั้น ในโลกสมัยใหม่ปัจจุบัน ไม่มีใครเป็นกลางอีกแล้ว แต่จะเลือกว่าจะอยู่ฝั่งไหน และเรื่องอะไร เศรษฐกิจหรือความมั่นคง จะทำแบบออกนอกหน้าหรือแบบไม่เป็นทางการ จะออกตัวว่าให้เช่าฐานทัพ ไม่ได้ให้ใช้ฐานทัพ ก็แล้วแต่ว่าทุกประเทศมีผลประโยชน์ลึกซึ้งอยู่กับประเทศในภูมิภาคเอเชียโดยเฉพาะ เพราะเป็นสมรภูมิที่แข่งขันกันมากที่สุดแล้วของมหาอำนาจ

อย่างเช่นน้ำหนักที่จีนให้กับเกาหลีเหนือก็ชัดเจน แม้เกาหลีเหนือจะทำผิดกติกาหลายเรื่อง แต่จีนก็ไม่ทิ้งเกาหลีเหนือเด็ดขาด เพราะเป็นพื้นที่หลังบ้าน ในทำนองเดียวกัน ก็คล้ายๆ กันมีหลายประเทศที่แทบจะเป็นบริวารของจีนแล้วในภูมิภาคของเรา เพราะฉะนั้นเขาก็ไม่ทิ้งกัน แต่เนื่องด้วยว่าจีนเป็นมิตรประเทศกับเรา มีความลึกซึ้งพอสมควร เพราะฉะนั้นหน้าที่ของเราก็คือให้เขาลดทอนความช่วยเหลือบางอย่าง เช่น เรื่องการทหารกับกัมพูชาที่ทำผิดกติกา แม้แต่การใช้อาวุธจีน ก็น่าจะผิดกติกาต่อเรา รวมถึงลดทอนความช่วยเหลืออื่นๆ ลง ถ้าทำได้ แต่จะไปเรียกร้องให้ตัดความสัมพันธ์หรือว่าลดระดับคงยาก แต่ว่าเราก็ต้องทำความเข้าใจกับบทบาทของจีนที่ซับซ้อน ยิ่งเขาไม่แถลงอะไรที่เป็นทางการ ก็หมายความว่าบรรลุวัตถุประสงค์อะไรไปหลายอย่างแล้ว ในการเข้ามาแล้วทำให้เขาพอใจที่จะรักษาพันธมิตรของเขาอย่างกัมพูชาไว้ได้

“รศ.ดร.ปณิธาน” ยังกล่าวถึงบทบาทของสหรัฐ โดยเมื่อถามถึงว่า การเจรจาหยุดยิงดังกล่าวมีการเชื่อมโยงไปถึงเรื่องการเจรจากำแพงภาษีการค้ากับสหรัฐ เรื่องภาษีสหรัฐ มันเป็นประเด็นดึงให้ไทยกับกัมพูชาเข้ามาพูดคุยกันได้หรือไม่ โดยมองประเด็นนี้ว่า หลายฝ่ายคาดเดาอยู่แล้วว่า สหรัฐจะผูกประเด็นนี้อยู่แล้ว เขาผูกเรื่องนี้กับหลายประเทศ ต้องการตอบสนองต่อการเมืองภายในว่าเขาได้ทำประโยชน์ในเรื่องเศรษฐกิจให้กับคนของเขา เขาผูกยึดโยงกับประเทศที่ได้เปรียบดุลการค้า กรณีนี้ก็ชัดเจนโดยเฉพาะไทย ส่วนเวทีนานาชาติเขาก็อยากจะทำตามที่หาเสียงว่าเขาเป็นประธานาธิบดีที่รักสันติภาพ สร้างสันติภาพ เขา (โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา) ก็ได้ 2 ต่อ แต่เราก็ต้องระมัดระวังให้มาก

ขณะนี้มีความชัดเจนว่าเขาก็เชื่อมโยงกับกัมพูชาในลักษณะแบบลึกซึ้งพอสมควร คือสหรัฐก็ไม่ได้เทน้ำหนักให้เราทั้งหมด อันนี้ก็อาจเป็นเรื่องหนึ่งที่เราต้องเป็นกังวล ก่อนหน้านี้เคยมีข่าวคณะทหารกัมพูชาเยี่ยมเยือนกองกำลังทหารสหรัฐ และคงเห็นมากขึ้นถึงความสัมพันธ์พิเศษที่ใกล้ชิดเพิ่มขึ้น ลักษณะแบบนี้ต้องระวังให้ดี การเข้ามาของสหรัฐอาจต้องมีการควบคุมดูแลให้ดีขึ้น แต่ก็ยาก เพราะเป็นมหาอำนาจ ทำให้ต้องบริหารจัดการให้มากขึ้น

ขณะเดียวกัน นักวิชาการ-นักวิเคราะห์สถานการณ์ความมั่นคงหลายคน ประเมินไว้ก่อนที่การประชุมจีบีซีจะเริ่มว่า ผลการประชุมจีบีซีจะมีนัยสำคัญต่อการทำให้สถานการณ์การเผชิญหน้าไทย-กัมพูชาคลี่คลายลง แต่ในระดับปฏิบัติต้องคาดหวังกับการแก้ปัญหาเชิงพื้นที่ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาเป็นหลัก เพราะต่อให้ผลเจรจาจีบีซีออกมาในทางที่ทำให้สถานการณ์สงบลง แต่ตราบใดที่ปัญหาเชิงพื้นที่ตามแนวชายแดนยังคงอยู่ สถานการณ์ก็อาจกลับมาปะทุได้อีกครั้ง ซึ่งในส่วนดังกล่าว ต้องคาดหวังกับการประชุมและการเจรจาของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย- กัมพูชา หรือเจบีซี ที่มีขอบเขตอำนาจหน้าที่โดยตรงในการเจรจาปัญหาเส้นเขตแดนทางบก และการสำรวจเพื่อจัดทำหลักเขตแดนทางบกตลอดแนวให้เป็นไปตามสนธิสัญญา แผนที่ปักปัน และหลักฐานอื่นๆ ที่ได้ตกลงกันไว้ทั้ง 2 ฝ่ายชายแดน.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

โกงข้อสอบท้องถิ่น-ปราบอิทธิพลภูเก็ต เขย่า 'อนุทิน' ท้าทายเจตจำนงทางการเมือง

ช็อก! วงการราชการไทย เมื่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ร่วมกับกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.)

'ดีเอสไอ' มัดตราสัง 'ฟอเร็กซ์' ขุดหลักฐาน-เส้นเงิน เชือดเพิ่ม

กำลังอยู่ในการจับจ้องทั้งสื่อและกระสังคมอย่างต่อเนื่อง ในคดีหลอกลวงลงทุนซื้อขายเงินตราต่างประเทศ (ฟอเร็กซ์) ที่ล่าสุดกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) โดย พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีดีเอสไอ ได้ลงนามเซ็นรับอนุมัติคดีหลอกลงทุนฟอเร็กซ์ครั้งนี้เข้าเป็นคดีพิเศษอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว

ทุจริตสอบขรก.ท้องถิ่น เสียหาย4.5พันล้าน เด้งอธิบดีสีน้ำเงินกลบฉาว

ปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ช.ที่ร่วมกับตำรวจกองบังคับการตำรวจป้องกันและปราบปรามการทุจริต (บก.ปปป.ช) สืบสวนจับกุมขบวนการเครือข่ายทุจริตการสอบเข้ารับราชการท้องถิ่นของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) เมื่อ 22 มิ.ย.ที่ผ่านมา ที่สอบไปเมื่อเดือน ก.พ.ปี 2568 โดยมีผู้เข้าร่วมสอบร่วมหนึ่งแสนคน และเบื้องต้นจากการสอบสวนผู้ถูกจับกุมและจากพยานหลักฐานต่างๆ ที่ยึดได้ในที่เกิดเหตุ ซึ่งใช้เป็นศูนย์ปฏิบัติการโกงการสอบที่บ้านหลังหนึ่งที่นนทบุรี พบว่ามีบุคคลที่เข้าสอบและใช้วิธีการจ่ายเงินให้กับขบวนการดังกล่าวเพื่อโกงคะแนนการสอบร่วมสามพันคน โดย ป.ป.ช.ระบุว่า คดีนี้สร้างความเสียหายร่วม 4,500 ล้านบาท

นครินทร์ ปธ.ศาลรธน. ได้ต่อวีซ่าหรือเปลี่ยนตัว เกมยาวชิงประมุขคนใหม่

การประชุมวุฒิสภา วันอังคารนี้ 23 มิถุนายน มีวาระที่น่าสนใจคือ จะมีการประชุมเพื่อลงมติลับ โหวตให้ความเห็นชอบหรือไม่ให้ความเห็นชอบ บุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคนใหม่ ตามที่คณะกรรมการสรรหาตุลาการศาล รธน. ที่มี นายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์ ประธานศาลฎีกา เป็นประธาน คัดเลือกส่งชื่อ ศาสตราจารย์จักรพงศ์ วิวัฒน์วานิช อดีตศาสตราจารย์จากคณะตำรวจศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ-อดีตผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ผ่านการคัดเลือกให้ถูกเสนอชื่อเป็นตุลาการศาล รธน. สาขาผู้ทรงคุณวุฒิด้านรัฐศาสตร์หรือรัฐประศาสนศาสตร์ มาให้วุฒิสภาลงมติให้ความเห็นชอบเป็นตุลาการศาล รธน.คนใหม่ แทน “ศ.ดร.นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ประธานศาล รธน. ที่อยู่ในตำแหน่งตุลาการศาล รธน.และประธานศาล รธน.มาเกินวาระเกือบจะสองปีไปแล้ว”

'อนุทิน' ปลุกทัพสีน้ำเงิน ฝ่าศึกการเมืองรอบด้าน

ในห้วงเวลาเพียงกว่า 2 เดือนของรัฐบาลที่มี “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย บริหารประเทศ อาจยังเร็วเกินไปที่จะชี้ชะตาว่ารัฐบาลชุดนี้จะสามารถประคองตัวอยู่ครบวาระได้หรือไม่

'นายกฯหนู' ดึงข้อศอก 'ฮุน มาเนต' ย้ำจุดยืนไทย เจรจาได้แต่ห้ามบังคับ

'อนุทิน' เผยดึงข้อศอก 'ฮุน มาเนต' คุยปมชายแดน ย้ำไม่ต้องการขัดแย้งกัน พร้อมเจรจาตามกรอบ แต่บังคับเมื่อไหร่หยุดทันที ลั่นไม่พูดเรื่องเปิดด่าน คำต้องห้ามเดี๋ยวคนไทยโกรธตาย