
พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ภายใต้การนำของ "อนุทิน ชาญวีรกูล" รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข ว่ากันว่าหลายคนอยากมาร่วมงานมากที่สุดในโมงยามนี้
ท่ามกลางพรรคการเมืองต่างๆ ในฝ่ายรัฐบาล นักการเมือง เลือดไหลออก และรอคอยโบกมือลา ทำให้ "บิ๊กตู่" พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ห่วงเสถียรภาพของรัฐบาล ว่าอาจไปไม่รอด หลัง พปชร.มีมติขับ 21 ส.ส.กลุ่ม ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา ไปสังกัดพรรคเศรษฐกิจไทย ตามมาด้วยเหตุการณ์ในสภาล่มแบบถี่ยิบ
"บิ๊กตู่" จำเป็นต้องยอมออกปากใช้บริการพรรคภูมิใจไทยว่า "หนูช่วยหน่อยนะ" กระทั่งหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยให้คำมั่นกับนายกฯ ด้วยจำนวนเสียงของฝ่ายรัฐบาล 260 เสียง ที่พานายกฯ อยู่รอดปลอดภัยจนครบ 4 ปี และยังได้ทำหน้าที่เป็นเจ้าภาพประชุมเอเปกในปลายปีนี้
สำหรับ 260 เสียงนั้น ถูกคาดหมายว่านอกจากมือ ส.ส.ฝั่งรัฐบาลแล้ว ยังมีของฝ่ายค้านเทคะแนนให้ "อนุทิน" และ "ศักดิ์สยาม ชิดชอบ" รมว.คมนาคม และเลขาธิการพรรค ยกมือไว้วางใจมากถึง 269 เสียง ในครั้งการอภิปรายไม่ไว้วางใจเมื่อ 4 ก.ย.64 ขณะที่เสียงไม่ไว้วางใจก็ลดลงตามลำดับ
โดย 6 เสียงที่เทคะแนนให้ ได้แก่พรรคก้าวไกล 5 เสียง คือ นายเกษมสันต์ มีทิพย์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายขวัญเลิศ พานิชมาท ส.ส.ชลบุรี, นายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายพีรเดช คำสมุทร ส.ส.เชียงราย, นายเอกภพ เพียรพิเศษ ส.ส.เชียงราย และจากพรรคประชาชาติ 1 เสียง คือ นายอนุมัติ ซูสารอ ส.ส.ปัตตานี
นอกจากนี้ยังพบว่ามี ส.ส.พรรคเพื่อไทย ไม่ปรากฏว่าลงมติ และในอดีตมีความผูกพันกับคนภูมิใจไทย อาทิ นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ส.ส.ศรีสะเกษ, นายชัยยันต์ ผลสุวรรณ์ ส.ส.ปทุมธานี, นายธีระ ไตรสรณกุล ส.ส.ศรีสะเกษ, นายวุฒิชัย กิตติธเนศวร ส.ส.นครนายก และยังมีพรรคเพื่อชาติ งดออกเสียง 4 เสียง จาก ส.ส.ทั้งหมด 5 คน คือ น.ส.ปิยรัฐชย์ ติยะไพรัช, นายเพชรวรรต วัฒนพงศศิริกุล,นางลินดา เชิดชัย และนายอารี ไกรนรา ส.ส.บัญชีรายชื่อ เป็นต้น
ล่าสุด "อนุทิน" ยังสร้างความมั่นใจให้ "นายกฯ" เพิ่มขึ้น ด้วยการเปิดตัว 3 ส.ส.ที่ถูกขับออกจาก พปชร.ทั้ง “2 พ่อลูกช่างเหลา” คือ "เอกราช ช่างเหลา" ส.ส.บัญชีรายชื่อ และ "วัฒนาช่างเหลา" ส.ส.ขอนแก่น และ "สมศักดิ์ พันธ์เกษม" ส.ส.นครราชสีมา ร่วมสังกัดคนภูมิใจไทย
ส่งผลให้ขณะนี้ พรรคเลือดน้ำเงินมีตัวเลข ส.ส.อย่างเป็นทางการ 65 เสียง แต่ใช้งานได้ 62 เสียง เพราะอีก 3 เสียงหยุดปฏิบัติหน้าที่
รวมทั้งยังมีกระแสข่าวว่า “ตระกูลสมชัย” แห่งเมืองอุบลราชธานี โดย "นวลนภา สมชัย" ภรรยาของ นายอิสสระ สมชัย อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ และอดีตแกนนำ กปปส.ที่เวลานี้ถูกโทษแบนทางการเมือง ปรากฏตัวที่ประชุมพรรคภูมิใจไทย
เช่นเดียวกับ “ตระกูลแทนทรัพย์” คือ “สัมฤทธิ์ แทนทรัพย์” ส.ส.ชัยภูมิ พรรคพลังประชารัฐ ที่มีข่าวว่าอาจตัดสินใจย้ายซบค่ายสีน้ำเงิน ซึ่งก่อนหน้านี้ลูกสาว “ไอเดียร์” สุชาดา แทนทรัพย์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค พปชร.ก็เป็นหน่วยล่วงหน้าแล้ว
การเข้าเสริมทัพให้ภูมิใจไทย นอกจากเป็นการเสริมใยเหล็กให้ตัวเองแข็งแกร่งแล้ว ยังช่วย บิ๊กตู่ ลดอำนาจต่อรอง หรือถูกบีบจากฝ่ายการเมืองที่ต้องการให้ปรับ ครม. โดยเฉพาะจากฝ่าย ร.อ.ธรรมนัส ใช่หรือไม่ จากเดิมที่ก๊วนนี้จะมีอำนาจต่อรองถึง 21 เสียง แต่ถูกทอนเหลือเพียง 18 เสียง และอีก 2 เสียงก่อนหน้าหยุดปฏิบัติหน้าที่ จึงสามารถใช้งานจริงได้จำนวน 16 เสียง
ขณะเดียวกัน นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน และ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม แกนนำพรรค พปชร. สายตรงตึกไทยคู่ฟ้า ยังออกระบุซ้ำว่า พรรคเศรษฐกิจไทยมี ส.ส.อีก 5 คนในกลุ่มผู้กองธรรมนัสอยากกลับ พปชร. แต่ไม่สามารถกลับได้ก็จริง แต่ก็มั่นใจว่าจะเป็นตัวช่วยงานฝ่ายรัฐบาลได้
หากสถานการณ์เป็นเช่นนั้นจริง กำลังในมือ ผู้กองธรรมนัส จะเหลือ ส.ส.เพียง 11 คน และไม่รู้จะถูกทอนอีกหรือไม่
รวมทั้งยังมีเรื่องร้องที่ กกต. หลังจาก พปชร.มีมติขับ 21 ส.ส.จาก พปชร.ไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ที่ไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคเศรษฐกิจไทย อาจจะขัดกฎหมาย เพราะไม่อนุญาตให้เป็นสมาชิกทั้ง 2 พรรคการเมือง
สุดท้าย หาก กกต.พบว่าวินิจฉัยว่ามีความผิด ถูกยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตัดสิน ส.ส.เหล่านั้นอาจจะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ หรือสิ้นสภาพ ส.ส.ไปในที่สุด และจำนวนมือในสภาก็จะหายไป ส่งผลให้ "บิ๊กตู่" หายใจได้สะดวก
เช่นเดียวกับฝ่ายตรงข้ามอย่างเพื่อไทย ที่มีชะตากรรมเดียวกันกับ "ก๊วนผู้กองธรรมนัส" ก็ถูกลดทอนอำนาจเช่นกันหรือไม่
ถึงขนาด "โทนี วู้ดซัม" หรือ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดดขวางพร้อมปูดเรื่องว่า
"มี ส.ส.ฝ่ายค้านดอดประชุมพรรครัฐบาล รับวัคซีนเข็มใหญ่ 20-30 ล้าน พร้อมระบุว่ารู้ชื่อหมด"
นี่เป็นอาการกลัวแพ้ของ "ทักษิณ" จึงรีบออกมาสกัด ส.ส.เพื่อไทย เพราะเกรงว่าจะถูกดูดไปหมด อดชนะแลนด์สไลด์.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ขยับเปลี่ยน ‘โทรโข่งรัฐบาล’ ปรับการข่าวตรงบุคลิก 'อนุทิน’
รัฐบาลขยับ ‘การข่าว’ เตรียมสลับ ‘หมอเอก’ นพ.เอกภพ เพียรวิเศษ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มาเป็น ‘โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี’ แทน ‘ดร.กานต์’ น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกรัฐบาลคนปัจจุบัน
ปลดล็อก"บ้านใหญ่" อยู่ยาวคุมท้องถิ่น เข้าทาง"ขั้วน้ำเงิน"
ผลทางการเมืองหลังเมื่อวันศุกร์ที่ 28 ส.ค.ที่ผ่านมา มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและการเลือกตั้งท้องถิ่น รวม 4 ฉบับ ประกอบด้วย พ.ร.บ.องค์การบริหารส่วนจังหวัด, พ.ร.บ.สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล, พ.ร.บ.เทศบาลและ พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2569 ที่เป็นการแก้ไขจากกฎหมายเดิมบางมาตรา และมีผลใช้บังคับตั้งแต่ 29 ส.ค.เป็นต้นมา
'น้ำเงิน'งัดกม.-'ส้ม'ปั่นการเมือง ปลายทาง'ฮั้วสว.'จบแบบไหน?
สถานการณ์การเมืองไทยในห้วงเวลานี้กำลังดำเนินไปภายใต้ฉากทัศน์ของสงครามตัวแทนระหว่างสองขั้วอำนาจ ที่มีแนวทางการขับเคลื่อนและยุทธวิธีในการต่อสู้ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
ฮั้วสว.'ข้อเท็จจริง'ปะทะ'กระแส' จบที่ศาล หรือรอวันแตกหัก?
สถานการณ์การเมืองในห้วงเวลานี้เปรียบเสมือนฉากทัศน์ของ สงครามตัวแทน ระหว่าง 2 ขั้วอำนาจที่มียุทธวิธีต่างกันสุดขั้ว ระหว่างฝ่าย 'สีส้ม' นำโดยพรรคประชาชนอย่าง “ไอติม” พริษฐ์ วัชรสินธุ์ และเครือข่ายภาคประชาสังคม ไอลอว์ “ยิ่งชีพ อัชฌานนท์” พ่วง สว.ประชาชน และผู้สมัคร สว.สำรอง ที่เดินเกมใช้ข้อมูลข่าวสาร สำนวนในคดี เปิดโปงความไม่โปร่งใสในคดีฮั้ว สว.รายวัน
“สำนวนฮั้ว สว.229”รั่วกลางทาง “กกต.”หนีตาย“ลอยตัว”ลดแรงเสียดทาน
นาทีนี้คงไม่มีประเด็นการเมืองไหนจะสร้างแรงสั่นสะเทือนไปถึงขั้วอำนาจในสภาสูงได้เท่ากับมหากาพย์ "คดีฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา" อีกแล้ว จากการเลือก สว. เมื่อปี 2567 ที่ถูกตั้งคำถามเรื่องการจัดตั้งและบล็อกโหวต วันนี้คดีที่หลายฝ่ายคิดว่าจะถูกเตะถ่วงจนเงียบหาย กลับมาพูดถึงขึ้นมาใหม่อีกครั้ง และกำลังบีบให้องค์กรอิสระอย่าง คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต้องตกอยู่ในสภาพ "หลังชนฝา"
"ใครรุก-ใครรับ"ในเกมไฟใต้ "การเมือง" กระตุก"กองทัพ"
ประเด็นข่าวการยิงจากเฮลิคอปเตอร์ไปถูกเยาวชนชายในช่วงเจ้าหน้าที่ติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุการณ์ความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่ได้เกิดขึ้นครั้งแรกใน จ.นราธิวาส

