เข้าสู่ทางตรงช่วงสุดท้าย นับเวลาถอยหลัง “เลือกตั้ง 69” แต่ละพรรคการเมืองงัดกลเม็ดอัดแคมเปญหาเสียงเรียกคะแนนก่อนเข้าคูหาวันที่ 8 ก.พ.นี้ โพลชี้พรรคการเมืองที่จะได้เป็นผู้จัดตั้งรัฐบาลหนีไม่พ้น 3 พรรคการเมืองนี้คือ พรรคประชาชน พรรคภูมิใจไทย และพรรคเพื่อไทย สู้กันสูสี หายใจรดต้นคอ
ต่างฝ่ายต่างชิงไหวชิงพริบ สู้กันทั้งบนดิน ใต้ดิน สกัดคู่แข่ง "ไม่ได้ด้วยเล่ห์ ก็เอาด้วยกล ไม่ได้ด้วยมนตร์ ก็เอาด้วยคาถา" พรรคประชาชนเหมือนจะเพลี่ยงพล้ำไปช่วงหนึ่ง สโลแกนพรรค มีเราไม่มีเทา กลับมาทิ่มอกตัวเอง ผู้สมัคร สส. 2 รายถูกจับด้วยข้อฟอกเงินเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติ และเอี่ยวพนันออนไลน์ แต่ก็กลับมาได้ช่วงท้าย ขวัญใจด้อมส้ม พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ บินกลับจากต่างประเทศช่วยหาเสียงกลบกระแส “ส้มเทา”
ขณะที่พรรคเพื่อไทยใช้แนวทางที่ตัวเองถนัด อัดนโยบายประชานิยมสุ่มแจกเงิน สร้างเศรษฐีเงินล้านวันละ 9 คน ส่วนพรรคภูมิใจไทยปลุกกระแสรักชาติ อนุรักษนิยม จากเหตุความมั่นคงชายแดนไทย-กัมพูชา แต่ทั้ง “พรรคแดง-พรรคน้ำเงิน” ก็มีแผล ทำให้ผู้ที่กำลังตัดสินใจว่าจะเลือกใครต้องหยุดคิด เมื่อ สจ.ในพื้นที่กาฬสินธุ์ ที่ถูกอ้างว่าเป็นคนของพรรคเพื่อไทย ถูกออกหมายจับฟอกเงินคดีเว็บพนันออนไลน์ จนต้องหลบหนีออกนอกประเทศ และถูกเชื่อมโยงกับผู้สมัคร สส.ในพื้นที่ด้วย ขณะที่พรรคน้ำเงินโดน คลิปเสียง เล่นงาน อ้างเป็นของผู้สมัคร สส. ขู่รัฐประหารหากพรรคส้มได้เป็นรัฐบาล สู้กันทุกหยด เอากันทุกเม็ด
การเลือกตั้งครั้งนี้ประชาชนตื่นตัวในการใช้สิทธิออกเสียง จากการเลือกตั้งล่วงหน้าวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา มีประชาชนลงทะเบียนขอใช้สิทธิ 2,410,425 คน จากผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 52,922,923 คน แบ่งเป็นผู้ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต 2,262,643 คน และในเขตเลือกตั้ง 8,247 คน แต่ยังมีปัญหาอีกหลายจุดที่ กกต.ต้องเร่งแก้ไขก่อนวันที่ 8 ก.พ.นี้
“การเลือกตั้ง” ดำเนินไปตามรัฐธรรมนูญ ส่วนการรักษาความปลอดภัยในภาพรวมทั่วประเทศ “สำนักงานตำรวจแห่งชาติ” เป็นกำลังหลัก บิ๊กต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ได้มอบหมายให้ บิ๊กราญ-พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร.(ด้านความมั่นคง) เป็นผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยการจัดการเลือกตั้ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศลต.ตร.) เพื่อดูแลความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และการออกเสียงประชามติ เริ่มตั้งแต่วันที่ 13 ม.ค.-12 ก.พ.69 ดูแลความปลอดภัยทุกภารกิจจนเสร็จสิ้นการเลือกตั้ง ให้มีความสงบเรียบร้อยในทุกพื้นที่
นับแต่เปิด ศลต.ตร. “บิ๊กราญ” พล.ต.อ.สำราญ รอง ผบ.ตร. ได้เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ตำรวจทั่วประเทศ กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1-9, กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.), กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.), กองบัญชาการตำรวจสันติบาล (บช.ส.), กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) โดยให้ทุกหน่วยถือปฏิบัติตามแผนรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยการจัดการเลือกตั้ง โดยใช้แผน “พิทักษ์เลือกตั้ง 66” ระดมเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 126,000 นาย
แผน "พิทักษ์เลือกตั้ง 66” กำหนดให้มีการจัดทำแผนรองรับการปฏิบัติ วางมาตรการในการป้องกันเหตุความไม่สงบเรียบร้อย การปราศรัยหาเสียงเลือกตั้ง การจัดกิจกรรมทางการเมืองของกลุ่มการเมือง หรือพรรคการเมืองทุกพรรคในพื้นที่รับผิดชอบ ประสานความร่วมมือกับ กกต.และบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด วางมาตรการดูแลความปลอดภัยตั้งแต่กระบวนการขนส่งบัตรเลือกตั้งไปจนถึงการรักษาความสงบในพื้นที่หน่วยเลือกตั้งกว่า 90,000 แห่งทั่วประเทศ พร้อมระดมกวาดล้างอาชญากรรมทุกประเภทก่อนการเลือกตั้ง โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีอิทธิพล มือปืนรับจ้าง อาวุธสงคราม สืบสวนหาข่าวความเคลื่อนไหวที่มีผลกระทบต่อการเลือกตั้ง
พร้อมกันนี้ ผอ.ศลต.ตร.สั่งการให้ทุกหน่วยกำชับข้าราชการตำรวจให้วางตัวเป็นกลางทางการเมือง ไม่ใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่ให้การสนับสนุนช่วยเหลือผู้สมัครคนใด หรือพรรคการเมืองใด ทั้งทางตรงและทางอ้อม รวมถึงการใช้ทรัพยากรของรัฐทุกประเภทในการสนับสนุนผู้สมัครรับเลือกตั้ง โดยให้จัดชุดเตรียมความพร้อมในการสืบสวน-ไต่สวน กรณีข้าราชการตำรวจที่ถูกร้องเรียนการวางตัวไม่เป็นกลาง รวมถึงเมื่อมีการกล่าวโทษดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดกฎหมายเลือกตั้งต่างๆ
การเลือกตั้งล่วงหน้าวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา “ศลต.ตร.” สรุปผลการปฏิบัติเป็นไปด้วยความเรียบร้อยทุกพื้นที่ แต่อย่างไรก็ตาม ก่อนวันที่ 8 ก.พ.นี้ ฝ่ายความมั่นคงยังคงเฝ้าจับตาดูสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาอย่างใกล้ชิด ที่หวั่นจะมีการปะทะรอบ 3 กระทบต่อการเลือกตั้ง ซึ่งมีเหตุบ่งชี้ว่ากองกำลังกัมพูชาเข้าเสริมแนวรบตามชายแดนอย่างมีนัย เสริมอาวุธยุทโธปกรณ์ แนวป้องกันบังเกอร์ ขุดคูเลต พยายามยั่วยุ ยิงปืนกลเข้ามาตกยังฝั่งไทย รวมทั้งทำสงครามข่าวสารโจมตีไทย
ในพื้นที่ 7 จังหวัดตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ประกอบไปด้วย บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี จันทบุรี สระแก้ว ตราด หากสถานการณ์เลวร้ายมีการปะทะ เจ้าหน้าที่จะใช้แผน “พิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง” นำรถหุ้มเกราะอพยพประชาชนร่วมกับทุกหน่วยงาน รวมถึงจะใช้เทคโนโลยีเข้ามาคัดกรองข่าวสาร ลดการตื่นตระหนก และป้องกันข่าวปลอมที่อาจกระทบความสงบเรียบร้อย ส่วนพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ หากมีสถานการณ์เลวร้ายสุด จะประสานกับ กกต.พิจารณาย้ายหรือยุบบางหน่วยเลือกตั้งในพื้นที่เสี่ยง เพื่อให้ง่ายต่อการดูแลความปลอดภัย โดยจะใช้เจ้าหน้าที่ทหารเข้ามาร่วมกับตำรวจตระเวนชายแดน รวมทั้งพิจารณาปรับเวลาการเลือกตั้งให้อยู่ในห้วงเวลาความปลอดภัย
พื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงจะประสานทหาร-ฝ่ายปกครองวางมาตรการป้องกันเหตุ ในส่วนของหน่วยเลือกตั้งที่มีความเสี่ยงสูง ให้ผู้บังคับการ ผู้กำกับการ และหัวหน้าสถานีตำรวจ ลงรายละเอียดในการปฏิบัติทางยุทธวิธีในการปฏิบัติหน้าที่ มีแผนรองรับการปฏิบัติอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อความปลอดภัยสูงสุดตลอดห้วงระยะเวลาการเลือกตั้ง พร้อมเร่งรัดสืบสวนดำเนินคดีทางกฎหมายต่อผู้กระทำผิดโดยเร็วที่สุด
อีกไม่กี่วันจะได้เห็นทิศทางการเมืองไทย การจับขั้ว ดีลลับจัดตั้งรัฐบาล มองทะลุอนาคตทางประเทศ ซึ่งมองแล้วสามารถออกได้ทุกหน้า อยู่ที่ว่าใครจะได้เป็นพรรคอันดับหนึ่งจัดตั้งรัฐบาลก่อน ทุกสีรวมกันได้ถ้าผลประโยชน์ลงตัว การเลือกตั้งครั้งนี้อย่าให้สิทธิของประชาชนนำทางให้เหลือบไรก้าวสู่อำนาจ 8 ก.พ.นี้ ประชาชนคือผู้กำหนด.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ดรามา'คิวอาร์โค้ด-บาร์โค้ด' เดิมพันกกต.-รัฐบาลสีน้ำเงิน
หลังสิ้นเสียงประกาศปิดหีบเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 8 ก.พ.2569
ขย้ำต่อ! ร้อง ปปง. สอบ 'สุริยะ' ปมซื้อเจ็ตหรูจาก 'เบน สมิธ'
'ศรีสุวรรณ' ร้อง ปปง. จี้สอบธุรกรรมการเงิน 'สุริยะ' ปมซื้อเครื่องบินเจ็ตหรูมูลค่า 862 ล้าน จาก 'เบน สมิธ'
We Watch จี้ กกต.รับผิดชอบจัดเลือกตั้งผิดพลาด ชำแหละหลายจุดส่อไม่โปร่งใส ลั่นหากทำไม่ได้ลาออกไป
We Watch เรียกร้อง กกต. รับผิดชอบความผิดพลาดในการจัดการเลือกตั้ง 69 พร้อมขอให้ชี้แจงข้อเท็จจริงทุกข้อกล่าวหาทุกขั้นตอนอย่างโปร่งใส ชี้ หากเรียกความเชื่อมั่นจากประชาชนกลับมาไม่ได้ควรลาออก
เลิกแถ! โบว์ ณัฏฐา สะกิด กกต. ควรยอมรับว่าผิด 'บาร์โค้ด' ทำให้โหวตไม่เป็นความลับ
โบว์ ชี้คนทั้งประเทศรู้แล้วว่าเขามีความเสี่ยงที่จะถูกเช็คว่าโหวตให้ใครไป คราวนี้ใครรับเงินซื้อเสียงมาก็ยิ่งไม่กล้าโหวตคนอื่น
คนไทยเอือม! เลือกตั้งผ่านไปสัปดาห์ ยังย่ำอยู่กับที่
นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และอดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า หนทางตีบตัน เลือกตั้งผ่านมา 7 วันแล้ว พรรคไหนได้กี่เสียงชัดๆ ยังไม่มี
พรรคส้มน้ำลดตอผุด ลากไส้-แฉ-ประจาน-เปิดศึก
ปัญหาการบริหารจัดการภายใน พรรคประชาชน รวมถึงเรื่องพฤติการณ์ส่วนตัวของคนในพรรค ซึ่งที่ผ่านมามีมาตลอดตั้งแต่ยุค อนาคตใหม่ มาจนถึง ก้าวไกล และ พรรคประชาชน ที่พบว่าบางเรื่องก็ "ซุก" ไว้ได้สำเร็จ แต่บางเรื่องก็น้ำลดตอผุด

