พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) อีกหนึ่งพรรคร่วมรัฐบาล “อนุทิน 2” หลังจาก รทสช.พ่ายในสนามเลือกตั้ง ได้ สส.เพียง 2 คน โดย นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค ได้สละที่นั่ง สส.บัญชีรายชื่อให้ นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ทำหน้าที่แทน ควบคู่กับ นายชัชวาลล์ คงอุดม สส.บัญชีรายชื่อ ส่วนพีระพันธุ์ขอลุยทำหน้าที่ขับคลื่อนพรรคเพียงหมวกเดียว
ทั้งนี้หลังวางเกมเรียบร้อย “ตุ๋ย-พีระพันธุ์” สละเก้าอี้ สส.และ รทสช. ดันตัวเองเข้าร่วมรัฐบาลสำเร็จ ไม่ต้องตกเป็นฝ่ายค้าน พร้อมยื่น 2 กฎหมายสำคัญของ รทสช. ให้พรรคแกนนำอย่างภูมิใจไทย ร่วมผลักดันเข้าสภาจำนวน 2 ฉบับ
ได้แก่ ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ หรือ “กฎหมายเสรีโซลาร์” และร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิต (ฉบับแก้ไข) หรือ “กฎหมายปฏิรูปเครดิตบูโร” ซึ่งสามารถรวบรวมรายชื่อ สส.สนับสนุนได้ครบอย่างน้อย 20 คน ตามเงื่อนไขที่รัฐธรรมนูญกำหนด และ รทสช.ได้เข้ายื่นต่อสภาผู้แทนราษฎรสำเร็จดังหวังแล้ว
ตอนนี้บทบาทของพรรค รทสช.ถูกหลายฝ่ายจับตาอีกครั้ง ด้วยหัวหน้าพรรคอย่าง “ตุ๋ย-พีระพันธุ์” ซึ่งเป็นอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้ออกมาแสดงความเห็นบ่อยครั้งถึงสถานการณ์พลังงานและน้ำมันของไทยในช่วงวิกฤตสู้รบในตะวันออกกลาง หลังรัฐบาล “นายกฯหนู-อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี โดนถล่มอย่างหนักตั้งแต่ปัญหาน้ำมันขาดปั๊มทำประชาชนเดือดร้อนกันทั่ว กระทั่งขึ้นราคาน้ำมันพุ่งพรวด
โดย นายพีระพันธุ์ ได้ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กเดือดสั้นๆ กลางดึกว่า “แบบนี้มันปล้นกันชัดๆ” สอดรับกับ นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส.บัญชีรายชื่อ รทสช. โพสต์เฟซบุ๊กว่า "พาณิชย์ ต้องเบรคด่วน! น้ำมันสต๊อกเก่า ขึ้นพรวด 6 บาท ผมว่าเกินไปแล้ว เพราะแบบนี้ โรงกลั่นถึงกั๊กน้ำมัน เก็บไว้ขายทำกำไร"
ล่าสุด “พีระพันธุ์” ยังจ้อในรายการดังซัดรัฐบาลเข้าอีกรอบ โดยพุ่งเป้าไปที่ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ โดยชี้ว่า น้ำมันเป็นสินค้าควบคุมตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ ที่ล่าสุดคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเมื่อเดือนมิถุนายน 2568 ยืนยันตามเดิมในลำดับที่ 5 ให้น้ำมันเชื้อเพลิงเป็นสินค้าควบคุม ซึ่งสินค้าควบคุมแปลว่ากระทรวงพาณิชย์ต้องเข้ามาควบคุมราคา เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงราคากระทรวงพาณิชย์สามารถใช้อำนาจตามกฎหมายนี้ตรวจสอบได้ว่าน้ำมันขึ้นราคาเพราะอะไร ต้นทุนเท่าไหร่ได้ ก่อนถามกลับเดือดหลังได้ยิน รมว.พาณิชย์บอกไม่มีอำนาจว่า
“ตกลงคุณเป็น รมว.พาณิชย์ประเทศไหนวะ ถ้าประเทศนี้คุณมีอำนาจตามกฎหมาย ถ้าคุณพูดแบบนี้คุณไม่รู้กฎหมายที่คุณเป็นรัฐมนตรีหรอ ละเว้นปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ แล้วอย่างนี้ไม่บอกว่าปล้นชัดๆ แล้วเรียกว่าอะไร มีอำนาจตรวจสอบแล้วไม่ทำ!” เรียกว่าอัดรัฐบาลเข้าเต็มๆ ทั้งที่ตัวเองก็เป็นพรรคร่วมรัฐบาล?
ขณะที่ สส.อรรถวิชช์ ก็ออกมาแสดงความเห็นไปทิศทางเดียวกับหัวหน้าพรรค ถึงอำนาจของ รมว.พาณิชย์ในการตรึงราคาน้ำมัน โดยมองว่า นอกจาก พ.ร.ก.แก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง ปี 16 ที่ให้อำนาจนายกรัฐมนตรีตรึงราคาน้ำมันและห้ามส่งออก ยังมีกฎหมายอีกฉบับคือ พ.ร.บ.สินค้าว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ปี 42 ให้อำนาจ รมว.พาณิชย์สามารถควบคุมราคาสินค้า ซึ่งน้ำมันอยู่ในลิสต์ ตรึงราคาได้ทันที
งานนี้ทำเอาพรรคแกนนำอย่าง “ภูมิใจไทย” ถึงกับเดือดในท่าทีของพรรค รทสช. ที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาลแต่กลับแสดงความเห็นโจมตีรัฐบาลตัวเองเสียอย่างนั้น จน นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ต้องออกมาโต้นายพีระพันธุ์ ที่โจมตี รมว.พาณิชย์ โดยยืนยันหากเข้าไปแทรกแซงราคาน้ำมันจะถือว่าทำเกินหน้าที่ กฎหมายไม่ให้กระทรวงพาณิชย์เข้าไปควบคุมราคาน้ำมัน ถ้าขืนไปทำตามที่นายพีระพันธุ์พูดจะผิดกฎหมายเสียเอง
พร้อมซัดกลับนายพีระพันธุ์ “เป็นนักกฎหมาย มีหรือจะไม่รู้ หรือทำไปทั้งหมดเพื่อต้องการวางกับดัก ขุดบ่อล่อปลา พร้อมกับหาแสงไปในตัว”
โดย นายสิริพงศ์ ยกคำพิพากษาศาลปกครอง คดีน้ำมันเชื้อเพลิง คดีดำที่ 1872/2556 และคดีแดงที่ 1937/2561 ชี้ว่า กระทรวงพาณิชย์ ไม่มีอำนาจเข้าไปกำหนดราคาน้ำมัน โดยคำพิพากษาศาลปกครอง ยืนยันว่ารัฐได้ยกเลิกการควบคุมราคาน้ำมันตั้งแต่ปี 2534 ให้เป็นไปตามกลไกตลาดเสรี และมีหน่วยงานด้านพลังงานดูแลโดยตรง ทำให้คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) และกระทรวงพาณิชย์ ไม่ใช่หน่วยงานกำหนดราคา โดยสถานะปัจจุบันศาลปกครองสูงสุดยืนยันตามคำพิพากษาของศาลปกครองกลาง
ขณะที่คำวินิจฉัยของผู้ตรวจการแผ่นดิน ระบุว่า อำนาจกำกับราคาน้ำมันอยู่ที่กระทรวงพลังงาน ส่วนกระทรวงพาณิชย์มีหน้าที่เพียงตรวจสอบการแสดงราคา
บทบาทของ พรรครวมไทยสร้างชาติ เวลานี้ดูเหมือนจะสวนทางกับสิ่งที่รัฐบาลทำ โดยเฉพาะหัวหน้าพรรค รทสช. ที่มีความคิดเห็นแตกต่างถึงขั้นโจมตีรัฐบาลก็ว่าได้ แม้คนใกล้ชิดนายพีระพันธุ์จะออกมาปกป้องว่าสิ่งที่นายพีระพันธุ์ออกมาพูดตอนนี้เพื่อช่วยรัฐบาลหาทางออกประเทศ ด้วยการชี้ช่องว่ารัฐบาลมีอำนาจสร้างความเป็นธรรมให้กับประชาชน ด้วยการจัดการผู้ค้าน้ำมันตามกฎหมายอะไรได้บ้าง
และเป้าหมายสำคัญที่นายพีระพันธุ์พูด เพื่อส่งต่อข้อมูลที่ถูกต้องให้ฝ่ายรัฐบาลรับทราบ โดยไม่โดนใครหลอกหรือโดนผู้หวังดีหาผลประโยชน์เข้ากระเป๋าตัวเอง...
อย่างไรก็ตาม งานนี้ดูแล้ว “รวมไทยสร้างชาติ” น่าจะอยู่ยาก ยิ่งมีแค่ 2 เสียง ยิ่งอาจไร้ตัวตน ในรัฐบาล “หนู 2” ก็เป็นได้.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'พีระพันธุ์' ชี้ช่องพาณิชย์ใช้อำนาจควบคุมราคาน้ำมัน อย่าอ้างคำพิพากษาศาลปกครองที่สิ้นผลบังคับใช้ไปแล้ว
"พีระพันธุ์" ชี้ช่องกฎหมายหนุนพาณิชย์ดูแลราคาน้ำมัน ติงคำพิพากษาศาลปกครองเดิมใช้บังคับปัจจุบันไม่ได้ ยัน กกร. มีอำนาจคุมราคาน้ำมัน แนะนายกฯ ใช้อำนาจ พ.ร.ก. ช่วยเหลือประชาชนฝ่าวิกฤตเร่งด่วน
อาฟเตอร์ช็อกน้ำมันแพง จับตามาตรการช่วยเหลือ วัดกึ๋น รบ.
คำขอโทษประชาชนของ ‘อนุทิน ชาญวีรกูล’ นายกรัฐมนตรี ในงาน Meet The Press ภายใต้หัวข้อ ‘1 เดือนวิกฤตโลก : แผนรับมือไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม’
'วิกฤตน้ำมัน'ผลพวงลากยาว หยิกเล็บเจ็บเนื้อ'ครม.หนู2'
อารมณ์คนในช่วงวิกฤตราคาน้ำมัน ค่าครองชีพพุ่งสูง เดือดยิ่งกว่าอุณหภูมิช่วงหน้าร้อนหลายเท่าตัว แม้กระทั่งภาพจำในช่วงรัฐบาลรักชาติยึดคืนอธิปไตยกลับคืนมลายหายไปสิ้น แปรเปลี่ยนเป็นเสียงบ่น ก่นด่าแทน
ปล่อย“ไอ้โม่ง”ลอยนวล รัฐบาล“อนุทิน”เสี่ยงพัง!
เหตุการณ์ “ลักหลับประชาชน” คืนวันที่ 25 มีนาคม ต่อเนื่องถึงเช้าวันที่ 26 มีนาคม กลายเป็นแรงกระแทกทางการเมืองครั้งใหญ่ หลังรัฐบาลตัดสินใจปล่อยลอยตัวดีเซล ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นทันทีถึง 6 บาทต่อลิตร สร้างภาระค่าครองชีพที่ถาโถมใส่ประชาชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ซัด"อนุทิน"-กะซวก"พิพัฒน์" แค่หนังตัวอย่าง ก่อนเจอของจริง
หลังคนไทยหลายภาคส่วนได้รับผลกระทบโดยตรงแล้วจากสงครามถล่มอิหร่าน โดยเฉพาะผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น
'ครม.หนู 2' เปลี่ยน 'ซือแป๋' สเปก-จังหวะ-ภารกิจ ลงล็อก 'ปกรณ์'
‘ดร.ปื๊ด’ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย ไม่ได้ไปต่อใน ‘ครม.อนุทิน 2’ ส่วนคนมาแทนที่คือ ‘เลขาฯ เล็ก’ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา หนึ่งในนักกฎหมายเครือข่าย ‘เนติบริกร’ เครือเดียวกับนายมีชัย ฤชุพันธุ์ อดีตประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) นายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรี รวมถึงนายบวรศักดิ์เอง

