
‘พรรคกล้าธรรม’ ไม่ได้ถูกดีไซน์มาเพื่อเป็น ‘ฝ่ายค้าน’
จำนวนตัวเลข สส. 58 คน ในมือของ ‘พรรคกล้าธรรม’ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2569 คือเครื่องตอกย้ำว่า พวกเขาถูกสร้างมาเพื่อเป็น ‘ฝ่ายรัฐบาล’
ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.บัญชีรายชื่อ ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ทุ่มสุดตัวในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา เพื่อให้ได้ตัวเลขเพียงพอต่อการต่อรองกระทรวงเกรดเอ เพื่อไว้ในครอบครอง โดยเฉพาะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่คุมมาตลอดตั้งแต่รัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน รัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร และรัฐบาลเสียงข้างน้อยของนายอนุทิน ชาญวีรกูล
การเลือกตั้งที่ผ่านมา พรรคกล้าธรรมเติบโตแบบก้าวกระโดดได้ ทั้งที่เป็นพรรคน้องใหม่ในสนาม ตั้งไข่มาได้ไม่นาน ปัจจัยสำคัญคือ การได้ครอบครองกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในห้วง 2 ปีเศษ
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์คือที่หมายปองของ ร.อ.ธรรมนัส เพราะเป็นกระทรวงที่ใกล้ชิดกับประชาชน และเกษตรกร ที่มีสัดส่วนจำนวนมากในประเทศไทย สามารถแปรเปลี่ยนเป็น ‘คะแนน’ เมื่อถึงคราวเลือกตั้งได้
ไม่เพียงเท่านั้น ‘ผู้กองธรรมนัส’ ทำเป็น และทำได้ ไม่เช่นนั้นแค่เวลาเพียง 2 ปีเศษที่ไปสร้างอาณาจักร พรรคกล้าธรรมกลับสร้างความยิ่งใหญ่ในสนามเลือกตั้งได้ถึงเพียงนี้
และความเก่งกาจตรงนี้ อาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ ‘พรรคภูมิใจไทย’ เลือกเขี่ย ‘พรรคกล้าธรรม’ พันธมิตรรัฐบาลเสียงข้างน้อย ออกจากสมการพรรคร่วมรัฐบาลใน ‘ครม.อนุทิน 2’
เพราะหากให้ ร.อ.ธรรมนัส อยู่ในแผงอำนาจต่อ ย่อมต้องขอปักหลักในโควตาเดิม และอาจจะตัวใหญ่ขึ้น จนกลายมาเป็นคู่แข่งที่สำคัญในสนามเลือกตั้งของ ‘ค่ายสีน้ำเงิน’ ในอนาคต
หรือบางที ‘พรรคกล้าธรรม’ อาจจะไซส์ใหญ่ขึ้นตั้งแต่ยังไม่มีการเลือกตั้งด้วยซ้ำไป หากได้ร่วมวงแชร์อำนาจอยู่ในรัฐบาล
‘ผู้กองธรรมนัส’ คือ ต้นตำรับ ‘หมองู’ ในยุคของพรรคพลังประชารัฐยุคแรก ที่มีการดูด สส.จากพรรคอนาคตใหม่ และพรรคอื่นๆ เข้ามาจนทำให้พ้นการเป็นรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ
ขณะที่ในยุครัฐบาลเสียงข้างน้อย หรือ ครม.อนุทิน 1 จากพรรคจำนวน 19 คน แต่ในห้วง 2 เดือนที่เป็นรัฐบาลกลับเติบโตแบบพุ่งพรวด จากการไหลเข้าของ สส.พรรคต่างๆ กระทั่งสร้างเซอร์ไพรส์ในการเลือกตั้ง กวาด สส.ได้ทั่วทุกภาค ตั้งแต่เหนือจรดใต้
หากมีอำนาจรัฐในมือ ‘ผู้กองธรรมนัส’ คือ คนที่ต่อยอดได้
แต่เมื่อวันนี้ถูกผลักมาเป็น ‘ฝ่ายค้าน’ ซึ่งไม่ใช่บทบาทที่ถนัด อนาคตของพรรคกล้าธรรมจึงน่าจับตาอย่างยิ่ง
ร.อ.ธรรมนัส และพรรคกล้าธรรม หมดทรัพยากรไปมหาศาลในการเลือกตั้งที่ผ่านมา ต่อให้ได้อยู่ในอำนาจรัฐก็ยังต้องใช้เวลาพอสมควรในการฟื้นคืน แต่ครั้งนี้เป็นฝ่ายค้าน มันแทบไม่มีโอกาสที่จะฟื้นคืน
แน่นอนว่า ในจำนวน 58 คนของพรรคกล้าธรรม มี ‘เลือดแท้’ ที่พร้อมจะไปไหนไปกันกับ ‘ผู้กองธรรมนัส’ อยู่ แต่ในขณะเดียวกัน มีอีกหลายคนที่มาในลักษณะ ‘หุ้นส่วน’ เฉกเช่นกลุ่มของ ‘เสี่ยต่อ’ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ที่มีอยู่ราวๆ เกือบสิบคน
ดังนั้น การรักษาเสียง สส.ให้ครบ 58 คน จนครบเทอมรัฐบาล เพื่อลงไปสู้กันใหม่ในสนามเลือกตั้งถือว่า เป็นเรื่องยากพอสมควร
ในช่วงแรกๆ อาจจะไม่มีใครกล้าทำตัวเป็น ‘งูเห่า’ หรือ ‘งูเขียว’ เลื้อยหนีไป เพราะเกรงใจ ‘ผู้กองธรรมนัส’ ที่ซัปพอร์ตอย่างเต็มที่ในสนามเลือกตั้งจนได้เป็น สส. ถึงขนาดให้สัมภาษณ์ดังๆ ถึงลูกพรรคตัวเองทางอ้อมว่า “ใครทิ้งถือว่า เป็นคนเลวร้ายที่สุดทางการเมือง”
แต่ในระยะต่อไป จะรักษาอย่างไรให้อยู่
สมัย ‘พรรคพลังประชารัฐ’ ภายหลัง ร.อ.ธรรมนัส หอบ สส.ครึ่งหนึ่งไปตั้งพรรคกล้าธรรม ได้ใช้วิธีเพิ่มเงินรายเดือนให้ สส.แบบมโหฬาร หรือศัพท์การเมืองเดือนละ 5 ขีด ซึ่งมากกว่าพรรคการเมืองที่เป็นฝ่ายรัฐบาลด้วยซ้ำ
เดือนสองเดือนแรกลูกพรรคแถวตรง 20 ชีวิตที่เหลือหนักแน่นอยู่กับ ‘ลุงป้อม’ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคในขณะนั้น แต่หลังจากผ่านไปไม่กี่เดือน หลายคนเริ่มมีพฤติกรรมหายหน้าหายตา และบางรายมีข่าวว่าไปซบพรรคการเมืองในซีกรัฐบาลแล้ว แต่เหยียบเรือสองแคม รับค่าขนมสองทาง
สุดท้ายรายเดือนที่มากเป็นประวัติการณ์ไม่สามารถฉุดรั้ง สส.เอาไว้ เพราะสิ่งที่ได้จากการอยู่ฝั่งรัฐบาลมันมากกว่ารายเดือนของต้นสังกัดหลายเท่า ไม่ว่าจะเป็นอำนาจ หรืองบประมาณ
ขนาด ‘ลุงป้อม’ ที่ใครต่อใครว่า มีมหาศาล ยังมัดไว้ไม่ได้ แล้วสายป่าน ‘ผู้กองธรรมนัส’ จะยาวได้ขนาดไหน กับการต้องดูแล สส.เหล่านี้
หรือต่อให้รักษาไว้ได้ก็อยู่ในสภาวะ ‘หลังแอ่น’ รายได้กับรายรับสวนทางกัน
น่าสนใจเมื่อเวลาผ่านไประยะหนึ่ง จะมีใครที่ประเดิม โผล่ไปทำกิจกรรมกับพรรคการเมืองอื่นหรือไม่ เพราะนักการเมืองเหล่านี้รู้จักกันหมด
อยู่พรรคต่อ ไม่หนีไปก็ลำบาก เพราะลำพังรายเดือนที่ได้รับจากต้นสังกัดมันไม่เพียงต่อการทำพื้นที่ ยิ่งถ้าอีกฝ่ายมีข้อเสนอแสนงามมันก็ยากจะปฏิเสธ
พวกที่จับมือกับ ร.อ.ธรรมนัสแบบหลวมๆ หรือมาเพื่อหวังจะเป็นรัฐบาล คนเหล่านี้น่าจับตาที่สุด เพราะไม่สามารถทนอยู่ในบทบาทฝ่ายค้านที่กัดก้อนเกลือ หรือไร้บทบาทได้
ในพรรคฝ่ายค้าน มีทั้งพรรคประชาชน และพรรคประชาธิปัตย์ ที่ช่ำชองงานด้านตรวจสอบ ขณะที่ครั้งนี้มีตัวจี๊ดๆ เข้ามาในสภามากมาย
แสงสีของ ‘ค่ายสีเขียว’ ในฝ่ายค้าน มันถูกลดโทนไปจากแสงสีของ ‘สีส้ม’ และ ‘สีฟ้า’
โอกาสจะมี ‘งูเขียว’ โดยธรรมชาติ มีสูงอยู่เหมือนกัน.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'เท้ง' จ่อสรุปญัตติซักฟอก คาดเข้าสภาฯ ต.ค.นี้ ลุยถล่มระบอบสีน้ำเงิน
'เท้ง' เผย จ่อสรุปญัตติซักฟอก คาด ยื่นเข้าสภาฯ ต.ค. ลุยถล่ม 'ระบอบสีน้ำเงิน' อุบ ล็อกเป้า รมต.คนไหน-มีเขากระโดงหรือไม่ ลั่น รอดูวันขึ้นเขียง
วิปฝ่ายค้านดีด'กธ.'เคลียร์'งูเห่า' ทดสอบคุณภาพ ตรวจสอบเชิงลึก
การที่ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน หรือ วิปฝ่ายค้าน ได้ตัดสินใจปรับ พรรคกล้าธรรม ออกจาก องค์ประกอบวิปฝ่ายค้าน ไม่ใช่เพียงเรื่องความขัดแย้งเชิงกติกาการโหวตเท่านั้น แต่เป็นการ "ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ทางการเมือง"
'ธรรมนัส' กลับจากญี่ปุ่นแล้ว 'กล้าธรรม' ยันยังไม่มีคุยร่วมรัฐบาล
“อรรถกร” เผย “ธรรมนัส” กลับจากญี่ปุ่นแล้ว ได้พูดคุยกันที่สภา แต่ไม่มีเรื่องเข้าร่วมรัฐบาลหรือโควตา รมว.เก
ฝ่ายค้านโวยแหลก รัฐมนตรีเบี้ยวตอบกระทู้ซ้ำซาก รู้ล่วงหน้ายังไม่มา
ฝ่ายค้านโวยแหลก 'รัฐมนตรี' เบี้ยวตอบกระทู้ 'ปกรณ์วุฒิ' บอก แต้มบุญไม่ถึง จ่อ ไม่ให้ความร่วมมือตามข้อตกลง ด้าน 'พริษฐ์' ขอให้สิทธิ 'ฝ่ายค้าน' เหมากระทู้สดสัปดาห์หน้า ก่อนถูก 'กรวีร์' เบรคบอกให้ไม่ได้ ก่อนเรื่องยุติ หลัง 'โสภณ' ให้วิปสองฝ่ายตกลงกันเอง
'เชษฐา' จี้ฝ่ายค้านเร่งยื่นร่างแก้รัฐธรรมนูญ ชวนภาคประชาชนเดินหน้า ชี้ ภท.ยื่นแล้ว อย่าปล่อยเสียงประชามติค้างหน้าประตูสภา
นายอนุวัตร รุ่งเรืองรัตนากุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจโรงกลั่น บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) มอบเงินสนับสนุนจำนวน 100,000 บาท ให้กับโครงการอุปถัมภ์สัตว์ป่า และกิจกรรมด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
ถึงคุณไอติม…ชีวิตจริงไม่มีเชิงอรรถ
ซองนี้ไม่ได้เพิ่งมาถึงครับ เจ้าของซองใช้นามว่า “คนธรรมดาคนหนึ่ง” ส่งมาหลายวันแล้ว ผมอ่านแล้วก็วางเอาไว้ก่อ

