
ไม่มีเวลาฮันนีมูน ดื่มด่ำน้ำผึ้งพระจันทร์ มีแต่ต้องเร่งทำให้ปัญหาใหญ่ของประเทศตอนนี้ที่กระทบไปทุกภาคส่วนและทุกหย่อมหญ้า อย่าง ‘ราคาน้ำมัน’ ดีขึ้น หรือไม่แย่ลงไปกว่านี้
ขนาดฤกษ์ผานาทีในการเข้าทำงานยังถูกสต๊อป หลัง ‘เสี่ยหนู’ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย สั่งการในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ ขอให้รัฐมนตรีเข้าปฏิบัติหน้าที่ที่กระทรวงตามปกติทันที เน้น ‘ฤกษ์สะดวก’ พัก ‘ฤกษ์มงคล’ เอาไว้ก่อน
เพราะต่อให้จับยามสามตามาดีแค่ไหน แต่หากแก้ไขปัญหาไม่ได้ก็ไลฟ์บอย ตามคิวที่ ‘เสี่ยหนู’ ประกาศดังๆ “ผมอยู่ไม่ได้ ใครก็อยู่ไม่ได้”
ทำเอารัฐมนตรีต้องเข้ากระทรวงทันทีหลังเข้าถวายสัตย์ปฏิญาณตน เพื่อแสดงให้เห็นว่า รัฐบาลมุ่งมั่นตั้งใจแก้ไขปัญหา
แอ็กชัน ‘นายกฯ’ ดีแล้ว ทีนี้แค่เหลือการปฏิบัติที่เหล่าเสนาบดีจะทำได้ดีเหมือนรีแอ็กนายกฯ หรือไม่
ก่อนหน้านี้ยังมีข้ออ้างว่า ยังไม่ได้แถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา ไม่มีอำนาจเต็ม แต่ตอนนี้ไม่มีข้ออ้างให้เอ่ยอีกแล้ว เพราะมีเวลาเตรียม วางแผนมาเป็นแรมเดือน
โดยเฉพาะเหล่าขุนพลเหล่า ‘มืออาชีพ’ หรือ ‘ดรีมทีม’ ของ ‘เสี่ยหนู’ บรรดาขุนพลเอก ตัวชูโรงตอนสนามเลือกตั้งของพรรคภูมิใจไทย นำโดย ‘มาดามแต๋ม’ ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ ‘ขุนคลังเอก’ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การคลัง ที่ประชาชนคาดหวังเอาไว้สูงมาก รวมถึง ‘ทูตอ้วน’ สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การต่างประเทศ
ตอนหลังแฟนคลับชักจะไม่เห่อเหมือนตอนมาใหม่ๆ แถม ‘นิด้าโพล’ ไปสำรวจความเห็นประชาชน ถึงความมั่นใจต่อรัฐมนตรีทั้ง 3 คน ในการนำพาประเทศผ่านวิกฤตพลังงานและเศรษฐกิจ พบว่า สูงสุด ร้อยละ 30.23 ไม่มั่นใจเลย
เทียบกับตอน ครม.อนุทิน 1 ตอนได้ 3 ทหารเสือมาใหม่ ผลสำรวจทุกสำนักออกมาคนละเรื่องกันเลย
ถือว่าไม่แปลก เพราะสถานการณ์น้ำมันผ่านมาสักระยะใหญ่ๆ แต่ราคาน้ำมัน ตลอดจนราคาข้าวของขึ้นเอาๆ ไม่มีทีท่าจะคลี่คลาย จนถึงตอนนี้ยังไม่มีวี่แววจะดีขึ้น
ในช่วงสถานการณ์วิกฤต ไม่เห็นเค้าลาง ‘พระเอก’ ออกมากอบกู้สถานการณ์ รัฐบาลรักษาการมีแต่ข้ออ้างเป็นกลไกราคาน้ำมันตลาดโลก ซึ่งไม่ได้เป็นคำตอบที่ประชาชนอยากได้ยิน
ในสายตาประชาชนในเมื่อน้ำมันมันไม่ฝืนไม่ได้ เหตุไฉนไม่มีมาตรการอื่นมาช่วยบรรเทา เพราะการให้เหตุผลแบบนั้น เหมือนบอกให้ประชาชนก้มหน้ารับชะตากรรมลูกเดียว
ขณะที่วิธีการ ณ ตรงนี้ ยังไม่มีอะไรแปลกใหม่ ทั้งของกระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ ส่วนใหญ่ช่วยได้ในภาวะที่ไม่หนักหนาสาหัสเท่านี้ แต่ปัจจุบันมันเกินที่โครงต่างๆ ที่ออกมาจะช่วยบรรเทาไปได้
เวลาพิสูจน์ความเป็น ‘ของจริง’ อย่างช่วงวิกฤตพลังงาน ถึงตรงนี้ยังไม่มีการเบ่งพลังออกมาให้ใครได้เห็นถึงความต่าง
ฉะนั้น หลังแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา มีอำนาจเต็มมือ ต้องมี ‘ทีเด็ด’ ออกมาให้ประชาชนหายใจสะดวกมากขึ้น
จุดโฟกัสน่าจะเรื่อง ‘มาตรการ’ ที่จะเข้ามาช่วยเหลือประชาชนในช่วงที่ราคาน้ำมันแพงเป็นประวัติศาสตร์ และไม่รู้จุดสิ้นสุดว่า มันจะขึ้นไปเต็มกราฟอยู่จุดใด
‘พระเอกคนเก่า’ อย่างโครงการ ‘คนละครึ่ง’ งานนี้ไม่พอต่อจะให้พลัส พลัส เพราะค่าครองชีพปัจจุบันมันวิ่งแซงรายรับของแต่ละบ้าน แต่ละครอบครัวไปไกลแล้ว
สงกรานต์ปีนี้ เห็นกันอยู่ว่า ไม่คึกคักมาแต่ก่อน หลายคนตัดสินใจไม่กลับบ้าน เพราะราคาพลังงานที่แพงจนลำบากใจจะควักออกมาจากกระเป๋า
และนั่นกระทบภาคการท่องเที่ยว จะมากจะน้อยต้องรอดูตัวเลขที่จะมีการสรุปยอดเงินสะพัดในช่วงเทศกาลปีใหม่ไทยออกมาว่า โดนไปมากน้อยแค่ไหน
นาทีนี้มันไม่ใช่แค่ภาคประชาชนอย่างเดียว แต่ภาคผู้ประกอบการต่างๆ ก็หลังแอ่น เอาการ ดังนั้นมาตรการคงต้องครอบคลุมและตรงจุดแบบรู้สึกได้ว่า รัฐเข้ามาช่วยเหลือ
ถ้าจะแจก ต้องแจกแบบตรงจุด ถ้าจะช่วยแบ่งเบาต้องเอาให้ทั่วถึง เพราะตอนนี้ไม่รวมพวกสายป่านยาว คนฐานะระดับกลางไปจนรากหญ้าอ่วมกันถ้วนหน้า
พ้นสงกรานต์ถ้ามาตรการต่างๆ ยังไม่ขับเคลื่อน นอกจากการบริหารประเทศแล้ว อาจต้องเพิ่มภารกิจรับมือม็อบความเดือดร้อนจากภาคส่วนต่างๆ แน่
อย่างวันนี้ราคาสินค้าเกษตรไม่สูง แต่ราคาต้นทุนด้านพลังงานพุ่งปรี๊ด ดูแล้วต่อคิวออกมายื่นขอความช่วยเหลือนายกฯ กันถึงทำเนียบรัฐบาลแน่
แน่นอนมันยังไม่ถึงขั้นมาขับไล่ แต่สารพัดความเดือดร้อนจะมุ่งตรงมาที่ทำเนียบฯ เพื่อให้นายกฯ เป่ามนต์ให้หาย
นาทีนี้ไม่ต้องถึงขั้นราคาน้ำมันลดฮวบ หรือมาตรการเข้ามาจนทำให้ดีเหมือนปกติ แต่ช่วยลดทอนความเดือดร้อนให้หายใจหายคอคล่องก็น่าจะเพียงพอ
ดังนั้น ‘แพ็กเกจความช่วยเหลือ’ ที่รัฐบาลเตรียมไว้ กำลังเป็นที่จับตา เอาจริงๆ บางคนหวังว่ามันจะมาเป็นฮีโร่ได้ด้วยซ้ำ
ความคาดหวังมันสูง เพราะประชาชนฝากเอาไว้มากตอนช่วงเลือกตั้ง เป็นหน้าที่ ‘ครม.อนุทิน 2’ ต้องพิสูจน์ตัวเอง
คำค่อนแคะแก้วิกฤตไม่เป็นตอนยุคโควิด กับน้ำท่วมหาดใหญ่ เป็นแค่การเมือง หรือสุดท้ายเป็นเรื่องจริง วิกฤตพลังงานครั้งนี้เป็นคำตอบ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
กธ.ไร้อำนาจต้องแบก 58 ชีวิต จับตาขัง ‘งูเขียว’ ได้นานแค่ไหน
‘พรรคกล้าธรรม’ ไม่ได้ถูกดีไซน์มาเพื่อเป็น ‘ฝ่ายค้าน’ จำนวนตัวเลข สส. 58 คน ในมือของ ‘พรรคกล้าธรรม’ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2569 คือเครื่องตอกย้ำว่า พวกเขาถูกสร้างมาเพื่อเป็น ‘ฝ่ายรัฐบาล’
“กู้ชีพ-แบกเพื่อไทย” งานหินในมือ “ดร.เชน”
ภายหลังการแถลงนโยบายเสร็จสิ้น ทั้งคณะรัฐมนตรี รัฐบาล รวมถึงฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ต่างต้องเร่งทำงานอย่างเต็มที่ เพราะในช่วงเวลาเพียง 2 เดือนก่อนการเลือกตั้ง ประชาชนยังไม่สามารถตัดสินใจได้อย่างชัดเจนว่าจะฝากความหวังไว้กับใคร
'นิพิฏฐ์' เหน็บแสบ! 'ศุภจี' ดอดสึกพระไม่เกรงใจเจ้าอาวาส
นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีต สส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า สึกพระไม่เกรงใจเจ้าอาวาส
'เอ็ดดี้' เฉลย! สื่อสารสะดุด ปม 'อาร์ท' ลามเรื่องใหญ่การเมือง
นายอัษฎางค์ ยมนาค หรือเอ็ดดี้ นักวิชาการอิสระและครีเอเตอร์ดิจิทัล โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กถึงกรณีนายวีระพงษ์ ประภา รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยื่นหนังสือลาออกจากการเป็นรองหัวหน้าพรรค
“รัฐบาลสีน้ำเงิน”อำนาจสุดปึ้ก แก้ศก.ล้มเหลว ยากครบเทอม
การเมืองไทยในห้วงเวลานี้ เข้าสู่ยุคที่ “รัฐบาลสีน้ำเงิน” เรืองอำนาจสูงสุด ภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และพรรคภูมิใจไทย รวมศูนย์การบริหารประเทศเต็มตัว หลังกวาดที่นั่ง สส.ได้กว่า 192 ที่นั่ง นั่นทำให้รัฐบาลชุดนี้ไม่ได้มีเพียงอำนาจในทางตัวเลข แต่ยังมีอำนาจในเชิงจิตวิทยาการเมือง เพราะเมื่อพรรคอันดับ 1 ทิ้งระยะห่างจากคู่แข่งพอสมควร การต่อรองทางอำนาจภายในรัฐบาลก็ย่อมง่ายขึ้นเป็นเงาตามตัว
'โอฬาร' ชี้ KPI Poll สะท้อนสัญญาณเตือนฝ่านค้าน การตรวจสอบต้องมีวุฒิภาวะ
โอฬาร ถิ่นบางเตียว รองศาสตราจารย์ ดร. อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา แสดงความเห็นต่อผลสำรวจของ สถาบันพร

