‘พรรคกล้าธรรม’ คือ อาณาจักรของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.พะเยา มาตั้งแต่แรก การขยับขึ้นนำทัพเองในตำแหน่ง ‘หัวหน้าพรรค’ ครั้งล่าสุด จึงไม่ใช่เรื่องผิดแปลกอะไร
ขณะเดียวกัน ร.อ.ธรรมนัสไม่ได้ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคการเมืองครั้งแรกในชีวิต ย้อนกลับไปเมื่อครั้งแยกตัวออกจากพรรคพลังประชารัฐรอบแรก ในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ร.อ.ธรรมนัสเคยดำรงตำแหน่ง ‘หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย’ มาแล้ว ก่อนที่ต่อมาจะหวนคืนพรรคพลังประชารัฐ เป็นคำรบที่สอง
ขณะที่พรรคกล้าธรรมปัจจุบันคือ พรรคเศรษฐกิจไทยเดิม ที่ถูกนำมารีโนเวตใหม่ในช่วงปลายรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน เพื่อเอาไว้รองรับ สส.พรรคพลังประชารัฐในกลุ่ม ร.อ.ธรรมนัส ที่ระหองระแหงกับบ้านป่ารอยต่อฯ ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคในขณะนั้น
แม้จะมีปัญหา หากแต่ในช่วงแรก สส.ในกลุ่มของ ร.อ.ธรรมนัสไม่สามารถทำอะไรได้ เพราะติดเงื่อนไขการเป็น สส. ทำให้ย้ายพรรคทันทีไม่ได้ นอกเสียจากต้องถูกขับออก ซึ่ง พล.อ.ประวิตรยังไม่ยอมทำ
ร.อ.ธรรมนัส ได้ให้นางนฤมล ซึ่งขณะนั้นไม่ได้เป็น สส. ลาออกจากพรรคพลังประชารัฐ มาอยู่ที่พรรคเศรษฐกิจไทยเดิมก่อนเพื่อเอาไว้รองรับ สส.ในอนาคต พร้อมกับเปลี่ยนชื่อเป็นพรรคกล้าธรรม และเลือกนางนฤมลเป็นหัวหน้าพรรค โดยมี สส.พรรคเล็กที่สละเรือจากพรรคเก่าตัวเองทยอยมาอยู่ที่นี่กันในช่วงแรก
ก่อนที่ต่อมา ในช่วงรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร พรรคพลังประชารัฐยอมตัดสินใจขับ ร.อ.ธรรมนัส กับ สส.ในกลุ่มออกราวๆ เกือบ 20 คน ทำให้ ร.อ.ธรรมนัสกับพวกได้มาอยู่พรรคกล้าธรรมสมใจ
พรรคกล้าธรรมได้ร่วมกับทั้งรัฐบาลแพทองธาร และ รัฐบาลอนุทิน 1 โดยยังไม่มีการปรับเปลี่ยนอะไร ยังให้นางนฤมลเป็นหัวหน้าพรรคเหมือนเดิมจนถึงในสนามเลือกตั้ง ขณะที่ ร.อ.ธรรมนัสถูกยกขึ้นหิ้งไปเป็นประธานที่ปรึกษาพรรค ที่ถือเป็นตำแหน่งของผู้มากบารมีในพรรค
เข้าใจว่า ช่วงนั้น ร.อ.ธรรมนัส ค่อนข้างระมัดระวัง โดยเฉพาะเรื่องข้อกฎหมายที่หลายฝ่ายเพ่งเล็ง จึงเลือกไม่อยู่ในคณะกรรมการบริหารพรรค โดยให้นางนฤมลที่ภาพลักษณ์ดีกว่าอยู่เบื้องหน้าแทน
อย่างไรก็ดี ความสำเร็จในสนามเลือกตั้งของพรรคกล้าธรรม เมื่อต้นปี 2569 ซึ่งกวาดมาได้ 58 ที่นั่ง กลายเป็นดาบสองคมแก่พวกเขา
แม้จะมีการอ้างเรื่องความไม่พอใจพรรคกล้าธรรม ที่ส่ง สส.ทับที่เพื่อนอย่าง พรรคภูมิใจไทย จนเป็นเหตุให้กินแหนงแคลงใจ ไม่เอามาร่วมรัฐบาล หากแต่แท้จริงแล้วหลายคนเชื่อว่า เพราะพรรคกล้าธรรม โตเร็ว โตเกินไปต่างหาก คือ เหตุผลสำคัญ
ขนาดเป็นรัฐบาล ได้อยู่ในกระทรวงสำคัญแค่ช่วงสั้นๆ แต่ ร.อ.ธรรมนัสสามารถปลุกปั้นมาได้ถึง 58 ที่นั่ง ดังนั้นหากอยู่ยาวนานกว่านี้ สุดท้ายแล้วอาจจะกลายมาเป็นอุปสรรคของเครือข่ายสีน้ำเงิน รวมถึงสีอื่นๆ ในอนาคตได้
พรรคกล้าธรรมเองไม่ได้มีการเตรียมตัว ไม่ได้มีฉากทัศน์อื่น การถูกผลักเป็นฝ่ายค้าน จึงทำให้พวกเขาอยู่ใน ‘สภาวะช็อก’ ซึ่งใครต่อใครต่างรู้ การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ร.อ.ธรรมนัสได้รับบาดเจ็บแค่ไหนกว่าจะกวาดมาได้ถึง 58 ที่นั่ง
แม้จะประกาศว่า พร้อมจะทำหน้าที่ตรวจสอบ แต่ในใจลึกๆ พวกเขาไม่มีความถนัดและไม่มีความสุขกับสถานะที่เป็นอยู่ในปัจจุบันเลย
หลายคนในพรรคยังแอบคิดว่า ตลอด 1 เทอม 4 ปีนี้ อาจจะมีอะไรบางอย่างที่ทำให้พวกเขาได้กลับไปในจุดที่เคยอยู่ได้ เพียงแต่ไม่สามารถให้คำตอบได้เช่นกันว่า จุดเปลี่ยนอะไรที่จะทำให้มีวันนั้น
ขณะที่ ร.อ.ธรรมนัส ก่อนหน้านี้หลายคนเชื่อว่า จะต้องเปิดปฏิบัติการเอาคืนคนที่หักหลังอย่างสาสม แต่จนถึง ณ ตอนนี้ ยังไม่มีอะไรที่ใกล้เคียงกับคำว่า แก้แค้น
แน่นอน ร.อ.ธรรมนัสอาจพูด หรือให้สัมภาษณ์วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลอยู่บ้าง แต่ไม่เคยจัดหนัก-จัดเต็ม ผิดวิสัยที่เคยเป็นมา บ่อยครั้งหนักไปเชิงตัดพ้อเสียด้วยซ้ำ อย่างในการประชุมใหญ่พรรคกล้าธรรม เมื่อวันที่ 28 เม.ย.ที่ผ่านมา ที่มีหลายช่วงพูดในลักษณะนั้น
“เราจะไม่เอาเรื่องส่วนตัว เราจะไม่เอาความแค้นส่วนตัวว่า ใครเคยรักกัน ไม่รักกันแล้ว ทำไมไม่ใช้บริการเรา มาเป็นเงื่อนไขในการทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้านอย่างเด็ดขาด เราทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้าน ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นฝ่ายแค้น”
ส่วนการคัมแบ็กหัวหน้าพรรคครั้งนี้ แม้จะไม่มีผลอะไรในทางการเมือง แต่เป็นการขึ้นในเชิงสัญลักษณ์ถึงความเป็นหัวหน้าพรรคตัวจริงทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง โดยเฉพาะในช่วงที่พรรคเป็นฝ่ายค้าน ที่ล่อแหลมต่อการที่ สส.จะหวั่นไหว รั่วไหล และย้ายขั้ว
เป็นการทำให้เห็นว่า ร.อ.ธรรมนัสยังอยู่ตรงนี้ และยังทำพรรคต่อ
ส่วนกรรมการบริหารพรรคอีก 20 คน หากมองสัดส่วนจะพบว่า มี สส.ค่อนข้างน้อย ต่างจากที่เดิมที่แทบทั้งหมดเป็น สส. ตรงนี้เป็นความตั้งใจป้องกันความสุ่มเสี่ยงในการทำผิดกฎหมาย นอกจากนี้ยังเติมคนของซีก นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน ที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ซึ่งเปรียบเสมือนหุ้นส่วนของพรรคเข้ามาในฝ่ายบริหาร
ฟากนางนฤมลครั้งนี้ได้กลับไปเป็นเหรัญญิกพรรค คุมเงิน เหมือนกับตอนที่ยังอยู่กับพรรคพลังประชารัฐ
เป็นการปรับโครงสร้างที่ตั้งใจเอาไว้อยู่แล้วหลังการเลือกตั้ง และเป็นการปรับให้เข้ากับสถานการณ์ และสถานะของพรรค
ส่วนปฏิกิริยาของ สส.ในพรรควันนี้ แม้จะไม่สุขสบายเหมือนตอนเป็นฝ่ายอำนาจ หากแต่ยังไม่มีใครกล้ากบฏกับผู้กองคนดังในตอนนี้ นั่นเพราะในการเลือกตั้งที่ผ่านมา ร.อ.ธรรมนัสจัดหนักให้ทุกเขต หากทิ้งกันตอนลำบาก ย่อมสร้างความเคียดแค้นให้เป็นหลายเท่า ซึ่งทุกคนรู้นิสัยดี
แต่ขณะเดียวกัน การไร้อำนาจรัฐ แต่ต้องแบกกว่า 50 ชีวิตในทุกๆ เดือน มันก็เหนื่อยไม่น้อย.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ธรรมนัส' เปิดใจนั่งหัวหน้าพรรคกล้าธรรม ลั่นไม่ใช่ฝ่ายแค้น ฝ่ายคอย
ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคกล้าธรรม กล่าวบนเวทีภายหลังได้รับเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ว่า การเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารพรรควันนี้ จริงๆ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ได้ทำหน้าที่หัวหน้าพรรคมา 2 ปีกว่าแล้ว และบ่นกับตนเกือบทุกวันว่า
'กล้าธรรม' ปรับโครงสร้างพรรค 'ธรรมนัส' นั่งหัวหน้า 'ไผ่' เลขาฯ 'นฤมล' คุมเงิน
นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา ในฐานะนายทะเบียนพรรค กล่าวถึงการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2569 ว่า เราจะปรับโครงสร้
เกมใหม่หลังยกเลิกMOU44 ดึง‘กัมพูชา’เข้ากรอบ‘คนละครึ่ง’
แม้รัฐบาลที่มีเสถียรภาพด้วยคะแนนสนับสนุนที่ท่วมท้น แถมมีพรรครอร่วมรัฐบาลรอเสียบ แต่การเมืองเป็นเรื่องไม่แน่นอน พรรคภูมิใจไทย จึงต้องเดินหน้านโยบายที่ได้หาเสียงไว้ให้เป็นรูปธรรม เช่น คนละครึ่งพลัส (ไทยช่วยไทยพลัส) ผลักดันทหารอาสา ยกเลิก MOU 44 เป็นต้น
ธนาธร-กลุ่มเพื่อนเอก ตรึงพรรคส้ม "พิจารณ์"คัมแบ็กยืนแถวหน้า
หลัง พรรคประชาชน ไม่ต้องเสียรูปกระบวนการเมืองทั้งในสภาฯ และนอกสภาฯ เพราะศาลฎีกาฯ ไม่สั่งให้ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนและ สส.บัญชีรายชื่อ กับพวกรวม 9 คนต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ ในคดีอดีต 44 สส.ก้าวไกลลงชื่อแก้มาตรา 112 ก็ทำให้ผลการประชุมใหญ่สามัญประจำปีของพรรคประชาชนตลอด 3 วันที่ผ่านมา ที่โรงแรมเมเปิล บางนา จึงไม่ได้มีการปรับทัพกันมาก
สัญญาณเตือนคดี 'ศักดิ์สยาม' เสี่ยงวิกฤตศรัทธาองค์กรอิสระ-รบ.
คำชี้แจงของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กรณีมีมติยกคำร้องกล่าวหานายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีต รมว.คมนาคม
จับตาพรก.กู้เงิน5แสนล้านสู้วิกฤต ฉุดเศรษฐกิจ หรือแบกหนี้อ่วม!
รัฐบาลคอนเฟิร์มแล้ว เตรียมพิจารณาออก พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน วงเงินไม่เกิน 5 แสนล้านบาท เพื่อใช้ในการรองรับวิกฤตต่างๆ ที่มีความจำเป็นเร่งด่วน หลังจากเกิดความสับสนว่าจะกู้เงินหรือไม่

