สัมพันธ์ลึก“ชัชชาติ-กลุ่มคนทำงาน” โหนผู้ว่าฯกทม.?-กัปตันทีมมีคำตอบ

สนามเลือกตั้ง เมืองหลวง กรุงเทพมหานคร กับศึกเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและสมาชิกสภาเขตกรุงเทพมหานคร (สก.) รวม 50 เก้าอี้ ที่จะเปิดรับสมัครผู้ลงชิงชัย ระหว่าง 28 พ.ค.-1 มิ.ย. และเลือกตั้งวันอาทิตย์ที่ 28 มิ.ย.

ถึงตอนนี้พบว่าพรรคการเมืองที่จะส่งคนลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.และ สก. รวมถึงผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.อิสระ และกลุ่มที่จะส่งคนลงชิงชัย สก. 50 เก้าอี้ เริ่มทยอยเปิดตัว-ลงพื้นที่หาเสียงกันแล้ว

และหนึ่งในกลุ่มการเมืองที่เปิดตัว-ยิงแคมเปญการหาเสียงเลือกตั้ง สก.ออกมาแล้วอีก 1 กลุ่มก็คือ กลุ่มคนทำงาน กทม. ซึ่งจะส่งคนลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น สก.รวมทั้งสิ้น 33 คน-33 เขต ไม่ได้ส่งครบหมดทั้ง 50 เขต และใน 33 เขตที่ส่งลงเลือกตั้ง พบว่ามี สก.ชุดปัจจุบันที่ชนะการเลือกตั้ง สก.เมื่อปี 2565 อยู่ด้วย 1 ใน 3 คือ 11 คนที่ส่วนใหญ่เป็น สก.พรรคเพื่อไทย

หลังพรรคเพื่อไทยไม่ส่งคนลง สก. ทำให้ สก.เพื่อไทยร่วม 11 คน จึงมูฟมาลงในนามกลุ่มคนทำงาน ที่พบว่า กลุ่มคนทำงานใช้สีเขียวในการสื่อสารทางการเมืองกับคนกรุงเทพฯ และมีเพจ "คนทำงาน กทม." ในการสื่อสารความเคลื่อนไหวของกลุ่มออกมาเป็นระยะ

เช่น การสื่อสารถึงนิยาม-ตัวตนของกลุ่มคนทำงานว่า “คนทำงาน แปลว่า อิสระ ทีมคนทำงาน ก็เลยเป็นทีมทำงานอิสระ” เป็นต้น

พบว่าทางกลุ่มคนทำงานใช้ชั้น 16 ในตึกอาคารนวม (Nuam Building) ที่เป็นออฟฟิศให้เช่าใจกลางอโศก ติดกับ มศว ประสานมิตร เป็นศูนย์บัญชาการในการเลือกตั้ง-ประสานงานกับผู้สมัคร สก.และทีมหาเสียงเลือกตั้ง โดยมีผู้สมัคร สก.-ทีมงานผู้สมัคร สก.แต่ละเขตคอยเดินเข้า-ออกเซฟเฮาส์ของกลุ่มคนทำงาน เพื่อประชุมวางแผนการหาเสียงเกือบตลอดทั้งวัน รวมถึงประชุมเตรียมเปิดตัวทีมคนทำงาน กทม.-ผู้สมัคร สก.และนโยบายการเข้าไปพัฒนา กทม.ผ่านกลไกของ สก. กลุ่มคนทำงานที่จะเปิดตัวเสาร์ที่ 23 พ.ค.นี้ เวลา 4 โมงเย็น ที่ลานกลางแจ้ง สวนลุมพินี 

การเปิดตัวกลุ่มคนทำงาน ที่ส่งเฉพาะ สก. ไม่ส่งคนลงผู้ว่าฯ กทม. เมื่อพิจารณาจากความสัมพันธ์ทางการเมืองระหว่าง กลุ่มคนทำงานกับชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ในการเลือกตั้งที่จะมีขึ้น ซึ่งนอกจากจะใช้สีเขียวในการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งเหมือนกันแล้ว พบว่า สก.เพื่อไทยร่วม 11 คน ที่มีความสัมพันธ์อันดีกับชัชชาติ เพราะเคยอยู่กับเพื่อไทยด้วยกันมาก่อน ที่ตอนนี้ สก.เพื่อไทยกลุ่มดังกล่าวมาอยู่กับกลุ่มคนทำงานเป็นส่วนใหญ่ ทำให้ เห็นกระแสได้ชัดว่า คนส่วนใหญ่จึงมองและตั้งคำถามทางการเมืองว่า ชัชชาติกับกลุ่มคนทำงานคือกลุ่มเดียวกัน?

อันเป็นโมเดลการเมืองใกล้เคียงกับตอนเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.และ สก.ปี 2565 ที่แม้ชัชชาติจะลงอิสระ ไม่สังกัดพรรคเพื่อไทย ทั้งที่เคยเป็นแคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทยตอนเลือกตั้งใหญ่ปี 2562 ผนวกกับเพื่อไทยก็ไม่ส่งคนลงสมัครผู้ว่าฯ กทม.ตอนปี 2565 เลือกส่งเฉพาะ สก.จนได้ สก.มากที่สุด 20 ที่นั่ง

จิ๊กซอว์-ร่องรอยการเมืองดังกล่าว ทำให้แวดวงการเมือง-คน กทม.ต่างมองไปในทางเดียวกันว่า “ชัชชาติกับกลุ่มคนทำงาน” คือ "พวกเดียวกัน" แต่แยกกันเดิน แล้วหลังเลือกตั้ง 28 มิ.ย. ไปเจอกันที่ "ศาลา กทม.-เสาชิงช้า"

สำหรับกลุ่มคนทำงาน ที่มีดร.ดวงฤทธิ์ เบญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง-เป็นหัวหน้าทีมคนทำงานชื่อนี้ไม่ใช่หน้าใหม่ทางการเมือง เพราะอยู่การเมืองมาแล้ว 3 พรรคคือ พรรคประชาธิปัตย์-พรรครวมพลังประชาชาติไทยของสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่ต่อมาเปลี่ยนเป็นพรรครวมพลัง และล่าสุดเป็น สส.และรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติตอนเลือกตั้งปี 2566 โดยเป็นคนที่มีฐานทางธุรกิจหลายอย่าง เช่น เป็นผู้บริหาร-เจ้าของมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี แต่ตอนเลือกตั้งรอบล่าสุดเมื่อ ก.พ.2569 หลังลาออกจากรวมไทยสร้างชาติ ก็ไม่ได้ลงเลือกตั้ง แม้จะเป็นอดีตแกนนำรวมไทยสร้างชาติ สายเดียวกับ เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.อุตสาหกรรม-อดีตเลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ และมาปรากฏตัวทางการเมืองอีกครั้ง กับการเป็นหัวหน้าทีมกลุ่มคนทำงาน

ดร.ดวงฤทธิ์-หัวหน้าทีมกลุ่มคนทำงานบอกว่า กลุ่มคนทำงานส่งคนสมัคร สก.เพียง 33 คน ไม่ส่งครบทั้ง 50 เขต เพราะเน้นคุณภาพ ไม่ได้เน้นปริมาณ โดยทีมคนทำงานรวบรวมคนเก่งๆ แต่ละด้านมาอยู่ในทีม ซึ่งมีทั้งเช่น กลุ่มคนทำงานที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านธุรกิจ หลายคนเป็นนักสร้างแบรนด์ เคยสร้างแบรนด์ใหญ่ๆ มาแล้ว บางคนก็เป็นสตาร์ทอัพ-มาจากธุรกิจ SME ที่ประสบความสำเร็จ แต่ยังมีพลังเหลือ มีอุดมการณ์ อยากจะมาทำงานการเมือง รวมถึงกลุ่มผู้ที่เชี่ยวชาญทางด้านกฎหมาย นักกฎหมายที่สนใจในเรื่องของข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร สนใจเรื่องของงานพัฒนาเมือง และยังมีอีกหลายอาชีพ เช่น สัตวแพทย์ เภสัชกร

...กลุ่มคนทำงาน พวกเราคิดตรงกันอย่างหนึ่งว่า หากจะพัฒนาเมือง-พัฒนา กทม.ต้องได้รับความร่วมมือจากทุกคน โดยมีจุดเริ่มต้นคือการแก้ไขข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการของเมืองและความต้องการของคน กทม.

ส่วนการที่ใช้สีเขียวดังกล่าวที่ทำให้ทางกลุ่มถูกเชื่อมโยงวิเคราะห์ว่า เป็นทีมเดียวกับนายชัชชาติ ผู้ว่าฯ กทม.นั้น เรื่องนี้อยากให้มองที่ความสามารถ ความตั้งใจ อุดมการณ์ของพวกเราเป็นหลัก ว่ากลุ่มคนทำงานมีศักยภาพ-ความมุ่งมั่นพอหรือไม่ที่จะมาทำงานให้กับ กทม.มากกว่าจะมองว่าเราเป็นคนของใคร หรือเราเป็นลูกใคร นามสกุลอะไร ยืนยันได้ว่า กลุ่มคนทำงานเป็นกลุ่มอิสระ ยึดในแนวทางจะมาทำอะไรให้กับเมืองและคนกรุงเทพฯ

เมื่อถามถึงว่าความเกี่ยวข้องกับ ดร.ชัชชาติ ยืนยันว่าไม่มีความเกี่ยวข้องกัน “หัวหน้าทีมกลุ่มคนทำงานแจงว่า ดร.ชัชชาติต้องยอมรับว่าเป็นไอดอลของหลายคนในเรื่องของการทำงานที่ทำงานจริงๆ แบบ ทำงาน ทำงาน ทำงาน คิดว่าในทีมกลุ่มคนทำงานหลายคนก็ชื่นชมอาจารย์ชัชชาติ หลายคนในทีมก็เป็นลูกศิษย์ ดร.ชัชชาติ แต่กลุ่มคนทำงานของเรายึดเลยว่าเราเป็นกลุ่มอิสระที่มีแนวทางการทำงานแบบตรงไปตรงมาในแบบของเรา

ถามต่อไปว่า หากคนกรุงเทพฯ อยากให้ทางกลุ่มบอกให้ชัดๆ ว่า เป็นทีมคุณชัชชาติหรือไม่ หรือหากเข้าไปเป็น สก.จะสนับสนุนการทำงานของ ดร.ชัชชาติหรือไม่ จะบอกกับคน กทม.อย่างไร “หัวหน้าทีมกลุ่มคนทำงานตอบประเด็นนี้ว่า หากถามว่าสนับสนุนหรือไม่ โดยส่วนตัวผมเชียร์อาจารย์ชัชชาติอยู่แล้ว เพราะเห็นสิ่งที่ท่านทำมา แต่ว่าทีมคนทำงานต้องบอกว่าเราก็ต้องดูที่นโยบายเป็นหลัก แต่เชื่อมืออาจารย์ชัชชาติในการทำงานที่บริหารกรุงเทพมหานครมาอยู่แล้ว

หัวหน้าทีมคนทำงาน” กล่าวถึงการตั้งเป้าว่าจะได้ สก.กี่นั่งว่า กลุ่มคนทำงานไม่มีตั้งเป้าเรื่องนี้ เราโฟกัสว่าคนที่จะมาลงสมัครกับเราคุณภาพต้องได้ ส่วนผลออกมา กลุ่มเราจะได้กี่คน ก็ทำงานได้ ซึ่งหัวข้อหลักๆ ที่คนในกลุ่มคุยกันก่อนที่จะมาเป็นทีมทำงาน เราคุยกันชัดเจนว่า หากจะมาทำงานตรงนี้เป็นอาชีพ ขอบคุณนะครับ แต่ไม่ใช่ที่นี่ คุณต้องมีอาชีพ ต้องมีความพร้อมของคุณอยู่แล้ว และมีพลังมีใจที่อยากจะทำงานเพื่อเมือง ก็มาทำงานเป็นทีมคนทำงานด้วยกัน เราไม่อยากให้คนที่มาที่เรากลุ่มคนทำงาน แล้วมายึดที่นี่เป็นอาชีพ มันจะไม่ตรงกับหลักการของเรา หรือแม้กระทั่งถ้าคุณเข้าไปเป็น สก.แล้ว แต่มายึดว่าคุณคืออาชีพ สก. ถ้าแบบนี้ก็ไม่ตรงกับหลักการของเรา

สุดท้ายแล้ว กลุ่มคนทำงานจะได้ สก.หลังเลือกตั้งกี่คน รอดูผลการออกเสียงคน กทม. 28 มิ.ย. แต่ระหว่างนี้ คนในกลุ่มคงต้องใช้เวลาในการอธิบายทางการเมืองพอสมควรว่า เป็นกลุ่มเดียวกับชัชชาติหรือไม่ หรือโหนกระแสผู้ว่าฯ ชัชชาติหรือไม่?.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ยกระดับ“ล้อมคอก”อาวุธปืน “บิ๊กต่าย”ประมืองานร้อน"ทิ้งทวน"

เพียงสัปดาห์เดียวเกิดเหตุสลดถึง 2 เคส ที่สังคมไทยต้องนำมาถอดบทเรียนอีกครั้ง ศุกร์ที่ 7 ส.ค. “เหตุกราดยิง” ภายในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี นักเรียนชาย ม.3 พกอาวุธปืนขนาด 9 มม.มาจากบ้าน พร้อมกระสุน 98 นัด ก่อเหตุที่ไม่มีใครคาดคิด เดินลั่นไกใส่ครู-นักเรียน ไม่ต่างกับในเกมหรือภาพยนตร์

วิ่งหัวชนกำแพง อภิสิทธิ์ชน 'พรรคส้ม'รอมหาชนทุบเอง

กลายเป็นชนวนร้อนสั่นสะเทือนไปทั้งสภาฯ และโซเชียลมีเดีย เมื่อสงครามวาทกรรม “วิ่งหัวชนกำแพง” ถูกจุดพลุขึ้นโดย “ไหม” น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน แห่งค่าย พรรคส้ม ที่ออกมาเปิดใจสะท้อนสภาวะถดถอยและความกดดันของการสู้กับระบบ

เปิดลึก มหาดไทย ขยับ รีเซ็ต คุมอาวุธปืน ฝ่ายกฎหมายแทงสวน

จากเหตุการณ์สะเทือนขวัญ กราดยิงกลางโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ทำให้จากเดิมที่มีความเชื่อกันว่า”โรงเรียน-สถานศึกษา”คือ Safe Zone พื้นที่ปลอดภัย ต้องถูกสั่นคลอน ส่งผลให้รัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล มีการบ้านเร่งด่วนคือการทำให้สังคมเชื่อมั่นว่า โรงเรียนยังเป็นพื้นที่ปลอดภัย และอีกหนึ่งเรื่องที่รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขยับแรงๆ ทันทีก็คือ การยกระดับความเข้มงวดในการ”ควบคุมอาวุธปืน”เพราะแม้ปืนที่ก่อเหตุจะเป็นปืนในบ้านของผู้ก่อเหตุ แต่ทำให้สังคมเล็งเห็นถึงอันตราย ความไม่ปลอดภัยหากการควบคุมอาวุธปืนยังไม่มีประสิทธิภาพ

สอบท้องถิ่น-ฮั้วสว.-ผลงานไม่ออก บั่นทอนเชื่อมั่น'รัฐบาลอนุทิน'

สัปดาห์ก่อนมีกระแสข่าวปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) มาต้นสัปดาห์นี้มีข่าวลือพลิกขั้วรัฐบาล ส้ม-แดง-เขียว พรรคประชาชน พรรคเพื่อไทย และพรรคกล้าธรรม จับมือกัน

'โครงสร้างเก่า-คนใหม่' บีอาร์เอ็น รัฐตรึงกำลังรักษาพื้นที่ปลอดภัย

การก่อเหตุในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็น“วัฏจักร” ความรุนแรงที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องภาครัฐพยายามใช้ทุกสูตรในการแก้ไขปัญหา แต่ก็ยังไม่มีแนวโน้มที่ความรุนแรงจะยุติลงได้อย่างสมบูรณ์

ล่มซ้ำซาก สุญญากาศกสทช. สรณไม่ถอย-อนุทินลอยตัว

เป็นไปตามคาด ไม่มีอะไรพลิก กับภาพ ประชุมล่ม คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เมื่อวันพุธที่ 5 ส.ค.ที่ผ่านมา