“คมนาคม”ส่งสัญญาณบวก หลังถกคลัง เล็งเคาะมาตรการเยียวยา 7 กลุ่มผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่อง หลังมาตรการเดิมคุมดัชนีค่าโดยสารพุ่งไม่เกิน 10% ด้าน “เอกนิติ”รับลูกหาช่องใช้งบเหลือจ่ายตรึงค่าโดยสาร ถกต่อสัปดาห์หน้า รุกเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด
22 พ.ค.2569 -นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ความคืบหน้าการหารือร่วมกับกระทรวงการคลัง เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือผู้ประกอบการขนส่งรวม 7 กลุ่ม เช่น รถมินิบัส, รถบรรทุก, รถบัส, รถแท็กซี่ รวมถึงรถจักรยานยนต์และรถตุ๊กตุ๊ก ฯลฯ ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและต้นทุนที่สูงขึ้นนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างหาแนวทางช่วยเหลือผู้ประกอบการเหล่านี้
ทั้งนี้การหารือดังกล่าว เบื้องต้นทางกระทรวงคมนาคมได้มีการรายงานผลจากการดำเนินงานมาตรการ DLT พร้อมซัปพอร์ต ที่ช่วยบรรเทาผลกระทบจากราคาน้ำมันสูงขึ้น สำหรับผู้ประกอบการขนส่งที่จดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบก ครอบคลุม รถโดยสาร รถบรรทุก แท็กซี่ และรถจักรยานยนต์รับจ้าง ซึ่งได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากทั้งภาคเอกชนและผู้ประกอบการ ที่อยากให้มีมาตรการในลักษณะนี้ต่อถือเป็นสัญญาณเป็นไปในทิศทางบวก
นายสิริพงศ์ กล่าวว่าขณะเดียวกันนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังให้กระทรวงคมนาคมไปพิจารณางบประมาณที่เหลืออยู่จะมีมาตรการอื่นๆเพิ่มเติมเพื่อตรึงราคาค่าโดยสาร โดยไม่ให้ดัชนีค่าโดยสารเพิ่มสูงขึ้น จากเดิมที่ประเมินว่าดัชนีค่าโดยสารเพิ่มขึ้น 20% แต่จากผลดำเนินการของกรมขนส่งฯ สามารถตรึงดัชนีค่าโดยสารได้ 10% ซึ่งเป็นผลที่น่าพอใจสร้างความพอใจให้กับกระทรวงการคลังเป็นอย่างมาก
นายสิริพงศ์ กล่าวต่อ มาตรการเพิ่มเติมที่กระทรวงการคลังให้ไปพิจารณานั้นยังไม่รวมที่กระทรวงคมนาคมจะผลักดันการเปลี่ยนผ่านพลังงานสะอาดเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน อย่างไรก็ดีเรื่องนี้จะมีการหารือกับกระทรวงการคลังอีกครั้งภายในสัปดาห์หน้า ซึ่งมาตรการเปลี่ยนพลังงานสะอาด เบื้องต้นเป็นเพียงการรับทราบแนวทางเท่านั้น ซึ่งกระทรวงการคลังเห็นด้วยไม่ได้คัดค้าน
สำหรับมาตรการ DLT พร้อมซัปพอร์ตช่วยผู้ประกอบการขนส่ง ซึ่งเริ่มดำเนินการเมื่อวันที่ 20 เมษายน – 31 พฤษภาคม 2569 รวม 42 วัน โดยอัตราเงินช่วยเหลือจ่ายแบบเหมาจ่ายตามประเภทรถ 840 – 5,040 บาทต่อคัน หรือ 2 บาทต่อกิโลเมตร สูงสุด 500–700 บาทต่อวัน สำหรับรถโดยสารหมวด 2–3
นอกจากนี้รถบรรทุก น้อยกว่า 10 ล้อ ซึ่งเป็นรถบรรทุกสัตว์หรือสิ่งของไม่ประจำทาง ขนาดเล็ก (รวมรถกระบะ) ระยะทางขั้นต่ำ 2,500 กม. ได้รับเงินช่วยเหลือ 3,000 บาทต่อคัน และรถบรรทุก ตั้งแต่ 10 ล้อขึ้นไป ซึ่งเป็นรถบรรทุกสัตว์หรือสิ่งของไม่ประจำทาง ขนาดใหญ่ ระยะทางขั้นต่ำ 4,000 กม. ได้รับเงินช่วยเหลือ 6,000 บาทต่อคัน ขณะที่รถแท็กซี่ที่จดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกขั้นต่ำ 2,500 กม.ได้รับเงินช่วยเหลือ 5,040 บาทต่อคัน และรถจักรยานยนต์สาธารณะได้รับเงินช่วยเหลือ 840 บาทต่อคัน.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
2 มิ.ย.นี้ สรุปข้อเท็จจริง’รถไฟชนรถเมล์’เร่งเดินหน้าหามาตรการอุดช่องโหว่จุดตัดมรณะ
ชนถูกตรวจละเอียดทุกวินาที ย้ำยังไม่ชี้ใครผิด เดินหน้าหามาตรการอุดช่องโหว่จุดตัดมรณะ “อโศก–ดินแดง” ด้านตำรวจขยายผลแกะทะเบียนรถต้องสงสัยฝ่าฝืนจราจร เตรียมถกทุกหน่วยงาน 22 พ.ค. วางแผนแก้ปัญหาระยะสั้น-ยาว หวังหยุดโศกนาฏกรรมซ้ำรอยอีกครั้ง
ปตท.รับสถานการณ์พลังงานผันผวน ส่งผลการปิดดีลธุรกิจโรงกลั่น-ปิโตรสะดุด
ปตท.รับสถานการณ์พลังงานผันผวน ส่งผลการปิดดีลธุรกิจโรงกลั่น-ปิโตรสะดุด ย้ำธุรกิจสำรวจและผลิต และธุรกิจการค้า เป็นตัวชูโรงหลักในช่วงครึ่งปีหลัง พร้อมปรับกลยุทธ์เร่งการขยายพอร์ต LNG ตั้งเป้าปริมาณแตะ 15 ล้านตัน ภายในปี 78 ยันบริษัทมีสภาพคล่องกว่า 2.3 แสนล้านบาท
สบพ. สร้างชื่อคว้าแชมป์มหาวิทยาลัยรัฐด้านการบินดันดับ1
‘ภัทรพงศ์’ ปลื้ม สถาบันการบินพลเรือนคว้าอันดับ 1 มหาวิทยาลัยรัฐด้านการบินที่คนอยากเรียนมากที่สุดปี 2568 ลุยยกระดับศูนย์ฝึกบินมาตรฐานโลก ดันไทยสู่ Aviation Hub และศูนย์กลางฝึกอบรมการบินระดับสากล
พลังงานลั่นเผยDSIจ่อเรียก 6 โรงกลั่น แจงข้อหากักตุนน้ำมัน ในสัปดาห์หน้า
พลังงานเผยดีเอสไอจ่อเรียก 6 โรงกลั่น แจงข้อหากักตุนน้ำมัน คาดพบในสัปดาห์หน้า หากผิดจริงขู่ทั้งจำทั้งปรับ ย้ำห้ามส่งออกเบนซิน - ดีเซล แต่อนุญาตส่งออกน้ำมันเครื่องบินเดือนหน้า หลังปริมาณความต้องการใช้เพิ่ม
บางจากแจงบริหารน้ำมันเป็นไปตามกฎหมาย-ระเบียบ พร้อมเปิดข้อมูลเต็มที่
บางจากฯ ชี้แจงการบริหารจัดการน้ำมันเชื้อเพลิงจากโรงกลั่นน้ำมันในช่วงสถานการณ์ความผันผวนด้านพลังงาน เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ และมาตรฐาน พร้อมให้ความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ ในด้านการให้ข้อมูล เอกสาร และรายละเอียด

