Kani Family เร่งเครื่องบุกตลาดโลก ตั้งเป้ารายได้มากกว่า 4,000 ล้าน

‘Kani Family’ เดินหน้ากลยุทธ์รุกตลาดเต็มรูปแบบในปี 2569 ด้วยการใช้เวที THAIFEX – Anuga Asia เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการขยายโอกาสทางธุรกิจสู่ตลาดต่างประเทศ พร้อมตั้งเป้าผลักดันรายได้รวมแตะระดับ 4,000 ล้านบาท จากทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ ท่ามกลางการแข่งขันที่ทวีความเข้มข้นในอุตสาหกรรมอาหารแปรรูป

27 พ.ค. 2569 – นางสาวศิริวรรณ ทวีปเรืองอุดม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลัคกี้ ยูเนี่ยน ฟู้ดส์ จำกัด (LUF) ผู้ผลิตอาหารทะเลแปรรูปแช่แข็งภายใต้แบรนด์ “Kani Family” เปิดเผยว่า การเข้าร่วมงาน THAIFEX – Anuga Asia ในปีนี้ LUF วางบทบาทของตนเองมากกว่าการเป็นเพียงผู้แสดงสินค้า แต่ยกระดับสู่การเป็นแพลตฟอร์มเชื่อมโยงพันธมิตรทางธุรกิจ โดยมุ่งเน้นการสร้างเครือข่ายกับคู่ค้าทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงการเจรจาการค้า (Business Matching) เพื่อขยายฐานลูกค้าใหม่ในภูมิภาคเอเชียและตลาดศักยภาพทั่วโลก สะท้อนทิศทางการเติบโตที่บริษัทมองไกลเกินกว่าตลาดภายในประเทศ

หนึ่งในกลยุทธ์สำคัญคือการปรับตำแหน่งแบรนด์ (Repositioning) สู่การเป็น “The Surimi Seafood Leader” หรือผู้นำด้านผลิตภัณฑ์อาหารทะเลแปรรูปจากซูริมิ โดยสื่อสารผ่านแนวคิด “The Future Wave of Surimi Seafood” ที่ต้องการสะท้อนทั้งนวัตกรรมสินค้า คุณภาพ และการตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุคใหม่ การขยับครั้งนี้ถือเป็นการเปลี่ยนบทบาทจากผู้ผลิต (Manufacturer) ไปสู่การเป็นเจ้าของแบรนด์ (Brand Owner) ที่มีอิทธิพลในตลาดมากขึ้น

ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังเดินหน้าลงทุนในเครื่องจักรและเทคโนโลยีการผลิตใหม่ เพื่อเพิ่มศักยภาพด้านการผลิต ยกระดับมาตรฐานคุณภาพสินค้า และรองรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรมในอนาคต สอดคล้องกับทิศทางการเติบโตของตลาดอาหารพร้อมรับประทานและอาหารพร้อมปรุงที่มีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

ในด้านผลิตภัณฑ์ LUF เดินหน้าขยายพอร์ตเพื่อตอบสนองพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะกลุ่มคนเมืองและผู้บริโภคที่มองหาความสะดวกในการบริโภค ภายในงาน บริษัทฯ ได้นำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่หลากหลายรายการ อาทิ ซาลาเปาเนื้อปลาสอดไส้ชีส ลูกชิ้นปลาสไตล์สิงคโปร์ และลูกชิ้นปลารักบี้ พร้อมต่อยอดกลุ่มผลิตภัณฑ์ปูอัด ภายใต้แบรนด์ “Kani Family” เช่น “ปูฟินน์” ปูอัดแท่งสไตล์ญี่ปุ่น ขนาดสุดคุ้ม 44 แท่งต่อแพ็ก รวมถึงสินค้าอื่นๆ ที่ครอบคลุมทั้งกลุ่มอาหารพร้อมปรุง (Ready-to-Cook) และอาหารพร้อมรับประทาน (Ready-to-Eat) สะท้อนกลยุทธ์การสร้างการเติบโตควบคู่ทั้งในตลาดผู้บริโภคทั่วไป (B2C) และกลุ่มผู้ประกอบการ (B2B) อย่างครบวงจร

นางสาวศิริวรรณ กล่าวต่อไปว่า จุดแข็งสำคัญที่บริษัทฯ ใช้เป็นหัวใจในการแข่งขัน คือคุณภาพของวัตถุดิบ ความสม่ำเสมอของรสชาติ และมาตรฐานการผลิตที่ LUF ได้รับการรับรองมาตรฐานระดับสากลหลายรายการ ไม่ว่าจะเป็น GMP, HACCP, MSC, ISO22000, ISO45001 และ HALAL ซึ่งช่วยเสริมความเชื่อมั่นให้กับคู่ค้าและผู้บริโภคในตลาดโลก ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังลงทุนอย่างต่อเนื่องในเทคโนโลยีการผลิต ระบบการจัดเก็บ และการขนส่งแบบควบคุมอุณหภูมิ (Cold Chain) เพื่อรักษาคุณภาพสินค้าให้ถึงมือผู้บริโภคในสภาพที่ดีที่สุด

นอกเหนือจากการเติบโตเชิงธุรกิจ LUF ยังให้ความสำคัญกับการดำเนินงานอย่างยั่งยืน โดยนำแนวคิด Eco System มาใช้ในการพัฒนาองค์กร ตั้งแต่การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ไปจนถึงการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อโลก แนวทางดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงภาพลักษณ์องค์กร แต่ยังกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดสากล ซึ่งผู้บริโภคให้ความสำคัญกับเรื่องสิ่งแวดล้อมมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นางสาวศิริวรรณ กล่าวอีกว่า ในมุมมองของอุตสาหกรรม บริษัทฯ ประเมินว่าตลาดอาหารทะเลแปรรูปยังมีแนวโน้มเติบโตในระยะ 3-5 ปีข้างหน้า โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าที่ตอบโจทย์ความสะดวก ปลอดภัย และมีคุณภาพสูง อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญยังคงอยู่ที่การแข่งขันที่รุนแรงขึ้น และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทำให้ผู้ประกอบการจำเป็นต้องเร่งพัฒนาสินค้าและสร้างความแตกต่างอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ดี การรุกตลาดผ่านเวที THAIFEX 2026 ของ Kani Family ในครั้งนี้ จึงสะท้อนภาพการเปลี่ยนผ่านของ LUF จากผู้ผลิตสู่การเป็นแบรนด์ระดับสากลอย่างเต็มตัว โดยใช้กลยุทธ์ผสานระหว่างนวัตกรรมสินค้า การขยายตลาดต่างประเทศ และการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน เพื่อสร้างการเติบโตในระยะยาว และก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในผู้นำของตลาดอาหารทะเลแปรรูปบนเวทีโลกในอนาคตอันใกล้

เพิ่มเพื่อน