ส.อ.ท. หนุนรัฐทบทวนเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เสนอใช้ข้อมูลเชิงลึกคัดกรองตรงจุด ช่วยคนเปราะบางจริง ชูเป้าระยะยาวควรเพิ่มจำนวนประชาชนที่สามารถพึ่งพาตัวเองได้ มีงาน มีรายได้ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
9 มิ.ย. 2569 - นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยถึงกรณีที่รัฐบาล โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและกระทรวงการคลัง มีนโยบายทบทวนหลักเกณฑ์การพิจารณาสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยเฉพาะกรณีการนำข้อมูลการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดาของบุตรมาเป็นหนึ่งในเงื่อนไขการพิจารณาว่าถือเป็นแนวทางที่เหมาะสม เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจและโครงสร้างครอบครัวไทยในปัจจุบันมีความซับซ้อนมากขึ้น
“ส.อ.ท. เห็นด้วยกับหลักการที่รัฐบาลต้องการให้สวัสดิการภาครัฐไปถึงประชาชนที่มีความเดือดร้อนและต้องการความช่วยเหลืออย่างแท้จริง แต่ขณะเดียวกัน การกำหนดหลักเกณฑ์ควรสะท้อนข้อเท็จจริงของครัวเรือน เพราะการที่บุตรใช้สิทธิลดหย่อนภาษี อาจไม่ได้หมายความว่าผู้สูงอายุทุกคนได้รับการดูแลอย่างเพียงพอ จึงควรมีระบบตรวจสอบที่ละเอียดและเป็นธรรม เพื่อไม่ให้กลุ่มเปราะบางตกหล่นจากระบบ” นางพิมพ์ใจ กล่าว
นางพิมพ์ใจ กล่าวว่า การปรับปรุงฐานข้อมูลผู้ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐถือเป็นเรื่องสำคัญ เพราะทรัพยากรภาครัฐมีจำกัด การช่วยเหลือจึงต้องมีความแม่นยำ (Targeted Welfare) สามารถแยกกลุ่มผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือจริงออกจากผู้ที่ไม่ได้อยู่ในภาวะจำเป็น เพื่อให้เม็ดเงินงบประมาณเกิดประโยชน์สูงสุด และช่วยลดภาระทางการคลังในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม ส.อ.ท. เสนอว่าการพัฒนาระบบสวัสดิการควรเดินหน้าควบคู่กับการเชื่อมโยงฐานข้อมูลระหว่างหน่วยงาน เช่น ข้อมูลรายได้ อาชีพ ภาระค่าใช้จ่าย ภาวะพึ่งพิง และสภาพความเป็นอยู่จริงของครัวเรือน เพื่อให้การประเมินสิทธิมีความรอบด้านมากกว่าการใช้ตัวชี้วัดเพียงด้านใดด้านหนึ่ง
นอกจากนี้ ภาคอุตสาหกรรมเห็นว่า นอกจากมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพแล้ว ภาครัฐควรให้ความสำคัญกับการยกระดับประชาชนจาก “ผู้รับสวัสดิการ” ไปสู่ “ผู้มีรายได้ที่มั่นคง” ผ่านมาตรการพัฒนาทักษะแรงงาน (Reskill และ Upskill) การสร้างอาชีพใหม่ และการเชื่อมโยงแรงงานเข้าสู่ภาคการผลิตและบริการที่ยังมีความต้องการกำลังคน
“เป้าหมายระยะยาวของประเทศไม่ควรเป็นเพียงการเพิ่มจำนวนผู้ได้รับสวัสดิการ แต่ควรเป็นการเพิ่มจำนวนประชาชนที่สามารถพึ่งพาตัวเองได้ มีงาน มีรายได้ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งภาคอุตสาหกรรมพร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนการพัฒนาทักษะแรงงานและสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับประชาชน” นางพิมพ์ใจ กล่าว
ส.อ.ท. เชื่อว่าการทบทวนหลักเกณฑ์ครั้งนี้ หากดำเนินการบนพื้นฐานของข้อมูลที่ถูกต้อง โปร่งใส และรับฟังเสียงจากทุกภาคส่วน จะช่วยสร้างระบบสวัสดิการที่เป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำ และทำให้การใช้งบประมาณของประเทศเกิดประสิทธิภาพสูงสุด.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สั่งพิพัฒน์ดูแล นํ้าท่วมภาคใต้ ถลางสิ้นสุดภัย
“อนุทิน” มอบรองนายกฯ เกาะติดน้ำท่วมใต้ ย้ำประชาชนจะได้รับเงินเยียวยาตามหลักเกณฑ์ประกันภัยพิบัติ
โวมีแผนสำรอง‘พลังงาน’
นายกฯ ลั่นติดตามสถานการณ์สหรัฐ-อิหร่าน ยันมีแผนสำรองพลังงานสอดคล้องสถานการณ์
'อนุทิน' หารือทวิภาคี 'นายกฯ ภูฏาน' กระชับสัมพันธ์แน่นแฟ้น เตรียมลงนามความร่วมมือ 3 ฉบับสำคัญ
นายกฯอนุทิน หารือทวิภาคีนายกฯภูฏาน กระชับสัมพันธ์แน่นแฟ้น ต่อยอด FTA เปิดตลาดสินค้าไทย หนุนเอกชนลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน–พลังงานสะอาด ขยายความร่วมมือด้านสาธารณสุขและการศึกษา
อบอุ่น-แน่นแฟ้น 'นายกฯ ภูฏาน' ต้อนรับ 'อนุทิน' ก่อนหารือทวิภาคี
บรรยากาศอบอุ่น 'อนุทิน' พร้อมคณะถึงภูฏาน 'นายกฯภูฏาน' ให้การต้อนรับด้วยตนเอง เตรียมหารือทวิภาคี ต่อยอดความร่วมมือ 2 ประเทศ
นานสุด! 'หญิงหน่อย' ค้นสถิติ ยื่นญัตติ 60 วัน ถึงได้ซักฟอก
คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า 60 วัน กว่าจะได้อภิปรายไม่ไว้วางใจ
สะกิดฝ่ายค้าน! ปล่อยหมัดน็อกซักฟอกต้น ธ.ค. ดีกว่าชกพร่ำเพรื่อ ม.152
นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมือง อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์คลิปและข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า แนะฝ่ายค้าน ซักฟอกตามมาตรา 151 ดีกว่า 152

