“นายกฯ” ลั่นไม่มีฉลองครบ 1 ปีศึกชายแดนไทย-เขมร บอกการฟื้นฟูสัมพันธ์ขึ้นกับผู้นำกัมพูชา “รมว.กลาโหมจีน” เยือนไทยตอกย้ำให้อาวุธเพราะเป็นสัญญาเชิงพาณิชย์ กองทัพยันเป็นบทเรียน 1 ปีให้ปรับปรุง
เมื่อวันศุกร์ที่ 24 ก.ค.2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทียบเท่า ครั้งที่ 1/2569 โดยกล่าวตอนหนึ่งถึงปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชาว่า เรายังมีความไม่เข้าใจกับประเทศเพื่อนบ้านของเรา เป็นสิ่งที่เราไม่ได้อยากให้เกิดขึ้น แต่เรามีเกียรติภูมิ มีอธิปไตยของประเทศที่ต้องนำมาเป็นส่วนหนึ่งของการพิจารณา ยืนยันว่าทุกครั้งที่ได้พบกับผู้นำประเทศเพื่อนบ้าน มีการพูดคุยกันในแนวโน้มที่ดี ทราบถึงความรู้สึกได้ว่าผู้นำของประเทศเพื่อนบ้านก็ไม่ได้ต้องการให้มีสภาพเช่นนี้ แต่ด้วยความที่ไทยยืนหยัดในนโยบายว่าเราไม่เคยรุกรานใครก่อน เราเคารพอธิปไตยของผู้อื่น และไม่ต้องการให้มีความขัดแย้ง แต่ถ้าโดนคุกคามถูกเอาเปรียบ ถูกทำร้าย ประเทศไทยก็ต้องตอบโต้ด้วยความเฉียบขาดเด็ดขาด ดังนั้นในขณะนี้ที่เราได้ควบคุมสถานการณ์ทั้งหมด
“การจะฟื้นฟูความสัมพันธ์ได้แจ้งผู้นำกัมพูชาไปว่าขึ้นอยู่กับท่านแล้ว ประเทศไทยพร้อมเจรจา แต่เจรจาบนพื้นฐานที่ประเทศไทยได้วางเอาไว้ ส่วนไหนที่เรายอมได้แล้วไม่เกิดผลเสียต่อประเทศก็มาคุยกัน แต่ส่วนไหนที่เป็นการต่อรองกันเพื่อให้มาพบกันตรงจุดใดจุดหนึ่งแล้วเกิดผลเสียกับประเทศไทย ตรงนี้ก็ต้องขอสงวนสิทธิ์ว่าอย่าเอาเข้ามาในวาระ สิ่งเหล่านี้มีความชัดเจน” นายอนุทินกล่าว
วันเดียวกัน พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (กห.) ให้การต้อนรับ พล.ร.อ.ต่ง จวิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสาธารณรัฐประชาชนจีน และคณะ ในโอกาสเดินทางมาเยือนไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของ กห. โดยมีพิธีการต้อนรับอย่างสมเกียรติ พร้อมพิธีตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ ก่อนการหารือทวิภาคีเพื่อกระชับความสัมพันธ์และความร่วมมือด้านความมั่นคงและการป้องกันประเทศ ภายใต้กรอบความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์รอบด้านระหว่างไทยกับจีน โดยในสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ฝ่ายไทยยืนยันจุดยืนในการแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธีผ่านกลไกทวิภาคี พร้อมขอบคุณจีนที่มีบทบาทอย่างสร้างสรรค์ในการส่งเสริมการเจรจา โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องถึงความสำคัญของการสร้างความไว้วางใจ การหลีกเลี่ยงการยั่วยุ การหยุดยิงอย่างสมบูรณ์และยั่งยืน และการเก็บกู้ทุ่นระเบิด เพื่อสนับสนุนสันติภาพและเสถียรภาพของภูมิภาค
พล.ท.อดุลย์กล่าวภายหลังการหารือว่า ท่านย้ำว่าต้องวางตัวเป็นกลาง ทั้งไทยและกัมพูชาเป็นมิตรที่ดีของเขา เป็นสิ่งที่เขาตระหนัก และท่านบอกว่าความสัมพันธ์หุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้าน บนโต๊ะก็ส่วนหนึ่ง หลังโต๊ะก็ส่วนหนึ่ง ซึ่งถือเป็นความสำเร็จอย่างมากที่รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมจีนเดินทางมาวันนี้ ซึ่งก่อนหน้านี้ ท่านอยากเดินทางมา แต่ติดภารกิจเร่งด่วน พร้อมทั้งย้ำว่าจีนมียุทโธปกรณ์ที่ดีมากมายไม่แพ้ใครในโลกนี้ ท่านสามารถให้อะไรก็ได้ เพียงแต่สนธิสัญญาเดิม ตั้งแต่ปี 2016 เขาก็ให้ตามสัญญาใจ แต่ประวิงเวลา ไม่ได้ให้ในห้วงของการสู้รบ นี่คือความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์และให้ความสำคัญกับไทย
เมื่อถามว่า ทางการจีนได้เสนอให้อะไรกับเราหรือไม่ พล.ท.อดุลย์กล่าวว่า มีแน่นอน ซึ่งไม่ใช่แค่ยุทโธปกรณ์ แต่มีการยกระดับทั้งในเรื่องการฝึกศึกษา เรื่องเทคโนโลยี ด้านเอไอ แต่ขอให้เป็นเรื่องความมั่นคง ต้องเข้าใจว่าตนเองมีสถานะ บางอย่างมีความสำคัญ บทบาทในการสื่อสาร พูดได้ไม่มาก
นายอนุทินยังให้สัมภาษณ์ถึงการครบรอบ 1 ปีเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชาว่า ไม่มีอะไรที่ควรต้องยินดีหรือเฉลิมฉลอง เราเดินหน้ารักษาอธิปไตย ซึ่งวันนี้มีโอกาสได้พบกับ รมว.กลาโหมของจีนที่เดินทางเยือนไทย ก็ได้รับการยืนยันอย่างชัดเจนเรื่องอาวุธยุทโธปกรณ์ที่จีนส่งไปยังกัมพูชา ก็เป็นเพียงแค่การซื้อขายในเชิงพาณิชย์ ไม่ได้ให้มาสู้รบกับไทย ซึ่งสอดคล้องกับนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนจีน ที่ได้ให้คำยืนยันตอนเดินทางไปยังกรุงปักกิ่ง ขอย้ำว่าไม่มีเรื่องอะไรที่ทำให้ประชาชนไทยต้องกังวล
เมื่อถามถึงการเยียวยาความเสียหาย อย่างกรณีเจ้าของปั๊มน้ำมันที่ถูกจรวด BM-21 ในพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ ออกมาเรียกร้องว่ายังไม่ได้รับเงินเยียวยา นายอนุทินกล่าวว่า มันมีกฎหมายอยู่ ทางรัฐบาลจะเร่งดำเนินการอย่างเต็มที่ รัฐบาลต้องทำให้ได้ เพราะถือเป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องรับผิดชอบในเรื่องของความเสียหาย
ทั้งนี้ นายวสวรรธน์ พวงพรศรี สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทรวมพลัง รับหนังสือจากนางกมนรัตน์ เจ้าของสถานีบริการน้ำมัน ปตท.บ้านผือ (บ้านน้ำเย็น) อ.กันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ที่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์จรวด BM-21 ตกใส่เมื่อ 24 ก.ค.2568 แต่ถึงขณะนี้ยังไม่ได้การเยียวยา
นางกมนรัตน์กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือและน้ำตาคลอว่า “ผ่านมา 365 วันแล้ว จึงอยากวิงวอนขอภาครัฐเห็นใจ เราใช้เงินของเรา ใช้ค่าเทอมของลูกมาเป็นค่าสินเชื่อ (OD) เรามีกิจการเราก็มีความทุกข์เหมือนกัน ลูกก็ต้องเรียนหนังสือ เราจะให้ลูกย้ายโรงเรียนก็เป็นไปไม่ได้ แต่ก็ต้องนำเงินค่าเทอมของลูกมาใช้ในส่วนนี้ เพื่อไม่ต้องมาจ่ายดอกเบี้ย ไม่ใช่จะมาบอกว่าเรามีเงิน เราก็มีความทุกข์เหมือนกัน ส่วนร้านค้าก็เช่นกัน เปิดธุรกิจเพื่อนำเงินมาจุนเจือครอบครัว จึงอยากให้รัฐช่วยเหลือตรงนี้ด้วย”
ส่วนที่กองบัญชาการกองทัพอากาศ พล.อ.อ.เสกสรร คันธา ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) กล่าวถึงวาระครบ 1 ปี เหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา ว่ากองทัพได้เรียนรู้จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทั้งบทเรียน ประสบการณ์ รวมถึงข้อผิดพลาดบางประการ ซึ่งได้นำมาปรับปรุงแก้ไข และเตรียมความพร้อมให้ดียิ่งขึ้น
น.ส.ใจไทย อุปการนิติเกษตร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า ความขัดแย้งระหว่างสองประเทศเป็นสิ่งที่ไทยไม่ได้เป็นฝ่ายเริ่ม ไม่ต้องการให้เกิดขึ้น และได้ใช้ความยับยั้งชั่งใจถึงที่สุดมาตลอด และเป็นปัญหาระหว่างรัฐบาลที่ไม่ควรดึงประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม และทำให้ประชาชนเดือดร้อน โอกาสเช่นนี้ไม่ใช่เวลาสำหรับการกล่าวหากันเพื่อประโยชน์ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่ควรรำลึกถึงความสูญเสียที่ไม่ควรให้เกิดขึ้นอีก และย้ำเตือนถึงความสำคัญและความจำเป็นที่จะต้องหาทางออกร่วมกันอย่างยั่งยืน.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
จ่อยุติแลนด์บริดจ์/คลังขยับจีดีพีโต2.5%
“ภราดร” ฟุ้งรัฐบาลพร้อมจัดสรรงบดูแลคนจนตัวจริง ไม่ได้มีปัญหาเรื่องเงิน “แลนด์บริดจ์” จบแล้ว “เอกนิติ” สรุปผลรอชงนายกฯ
หนูลั่นไม่ยอมให้ถูกรังแก ‘นราธิวาส’ใช้อัยการศึก!
“อนุทิน” ขึงขังบอกไม่ให้พี่น้องทหารหรือเจ้าหน้าที่ถูกรังแกถึงขั้นเสียชีวิตเป็นอันขาด
‘สุขสมรวย’ประเดิม‘ยิ่งชีพ’
ประเดิมฟ้องรายแรก! “รมต.สุขสมรวย” กลับอำนาจเจริญ แจ้งความ “ยิ่งชีพ” หมิ่นประมาท “ภราดร” สวน “โรม” ไม่ได้กล่าวหา ปชน.ยัดข้อมูล “ไอลอว์”
ปกรณ์ปูดเอี่ยวโกงสอบหลักร้อย
“ภราดร” เตรียมผุดซูเปอร์ไลเซนส์ รวมศูนย์ขออนุมัติ-อนุญาตไว้ในโลกออนไลน์
ทรัมป์ขึ้นภาษีรอบ2 ไทยเจอเต็มเพดาน12.5% นายกฯเชื่อยังอุทธรณ์ได้
"รัฐบาลทรัมป์" ประกาศเก็บภาษีใหม่ 60 ประเทศคู่ค้าในอัตรา 10%-12.5% แทนภาษีนำเข้าทั่วโลก อ้างลงโทษปล่อยมีบังคับใช้แรงงาน
ไทยย้ำ‘จีนเดียว’ ปัดชี้แจงไต้หวัน ยันไม่กระทบศก.
นายกฯ ไม่หวั่นไต้หวันออกแถลงการณ์ผิดหวังไทยปมเห็นพ้องจีนประกาศถ้อยแถลง

