ข่าวดี! ‘บอร์ด ธ.ก.ส.’ สั่งลุย ‘โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง’ วงเงิน 30,000 ล้านบาท ระยะเวลา 3 ปี เคาะปล่อยกู้เกษตรกรรายละไม่เกิน 100,000 บาท หนุนลดต้นทุน-เพิ่มรายได้เกษตรกรอย่างยั่งยืน
17 มิ.ย.2569- ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมคณะกรรมการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. 2569 โดยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การคลัง ในฐานะประธานกรรมการ ธ.ก.ส. ได้มีมติเห็นชอบเดินหน้าโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง วงเงินโครงการ 30,000 ล้านบาท ระยะเวลา 3 ปี เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรเข้าถึงแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ สำหรับใช้เป็นค่าใช้จ่ายหมุนเวียนและลงทุนในการประกอบอาชีพ โดยกำหนดวงเงินกู้รายละไม่เกิน 100,000 บาท อัตราดอกเบี้ย 6% ต่อปี และรัฐบาลสนับสนุนชดเชยดอกเบี้ยให้เกษตรกร 3% ต่อปี ทำให้เกษตรกรรับภาระดอกเบี้ย เพียง 3% ต่อปี ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด
ด้านนายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล เพื่อยกระดับศักยภาพภาคการเกษตรในการเปลี่ยนผ่านจากเกษตรดั้งเดิมไปสู่ ‘เกษตรแม่นยำ เกษตรมั่นคง เกษตรยั่งยืน’ ควบคู่กับการลดต้นทุนการผลิต สร้างมูลค่าเพิ่มตลอดห่วงโซ่อุปทาน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของเกษตรกรไทย ผ่านการสนับสนุนแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำให้เกษตรกรในการจัดซื้อปัจจัยการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ และการพัฒนาทักษะการประกอบอาชีพทางการเกษตรอย่างยั่งยืน
สำหรับเกษตรกรที่ประสงค์เข้าร่วมโครงการ ต้องมีคุณสมบัติและปฏิบัติตามเงื่อนไข ดังนี้ เป็นเกษตรกรลูกค้า ธ.ก.ส. และขึ้นทะเบียนเกษตรกรกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง, พืชที่เข้าร่วมโครงการ 7 ชนิด ได้แก่ ข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปาล์มน้ำมัน มันสำปะหลัง ยางพารา อ้อย และผลไม้, เกษตรกรต้องผ่านการอบรม หรือเรียนรู้ การพัฒนาทักษะและบริหารจัดการต้นทุน (Reskill/Upskill) โดย ธ.ก.ส. หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ/หรือหน่วยงานร่วมดำเนินการอื่น ๆ เช่น การใช้ปุ๋ยอย่างมีประสิทธิภาพตามค่าการวิเคราะห์ดิน เป็นต้น
ต้องใช้เงินกู้ เพื่อจัดซื้อปุ๋ยผ่านสถาบันเกษตรกร กลุ่มเกษตรกร หรือวิสาหกิจชุมชนที่เข้าร่วมโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่งฯ หรือแหล่งอื่นตามที่ ธ.ก.ส. กำหนด, เกษตรกรต้องใช้พันธุ์หรือเมล็ดพันธุ์ที่ได้รับการรับรอง มีมาตรฐานตามคำแนะนำของหน่วยงานราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หรือตามที่ ธ.ก.ส. กำหนด และจำหน่ายให้แก่เกษตรกรในราคาที่เหมาะสม ซึ่งกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ จะควบคุมราคาให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด
และสามารถชำระหนี้เงินกู้ได้ตามระยะเวลาที่ ธ.ก.ส. กำหนด โดยเกษตรกรผู้กู้รับชำระค่าผลผลิตผ่านบัญชีเงินฝากของ ธ.ก.ส. และยินยอมให้ ธ.ก.ส. หักชำระหนี้จากบัญชีเงินฝาก วงเงินกู้รายละไม่เกิน 100,000 บาท อัตราดอกเบี้ย 6% ต่อปี โดยรัฐบาลสนับสนุนชดเชยดอกเบี้ยให้ 3% ต่อปี เมื่อผู้กู้ปฏิบัติตามเงื่อนไขของโครงการ กำหนดชำระคืนเงินกู้ไม่เกิน 12 เดือน (ระยะเวลาชำระคืนไม่เกิน 30 เม.ย. 2572) ระยะเวลาโครงการ 3 ปี นับตั้งแต่วันที่ ครม. มีมติเห็นชอบและคณะกรรมการ ธ.ก.ส. เห็นชอบ ถึงวันที่ 30 เม.ย. 2572.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
Fitch ปรับเพิ่มมุมมองความน่าเชื่อถือไทยขึ้นเป็นระดับ’มีเสถียรภาพ’
Fitch เชื่อมั่นทิศทางนโยบายของรัฐบาลในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ปรับเพิ่มมุมมองความน่าเชื่อถือ (Outlook) ขึ้นเป็นระดับ “มีเสถียรภาพ ” และคงอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ BBB+
เช็กสูตรคำนวณสินเชื่อรถมือ 2 รู้ไว้ก่อนตัดสินใจกู้
เมื่อพูดถึงสินเชื่อรถมือ 2 หลายคนอาจนึกถึงสินเชื่อเช่าซื้อสำหรับซื้อรถเป็นอันดับแรก แต่สำหรับผู้ที่มีรถมือสองอยู่แล้วและต้องการเงินก้อน
สินเชื่อพรอมิสบุกยูเนี่ยน มอลล์ พร้อมกับ “ญาญ่า อุรัสยา” โปรโมตงานวิ่งใหญ่ของแบรนด์
ในวันที่ 19 กันยายน 2569 นี้ สินเชื่อพรอมิส บุกยูเนี่ยน มอลล์ พร้อมกับ “ญาญ่า อุรัสยา” พรีเซ็นเตอร์คนสำคัญของแบรนด์ เพื่อร่วมงานแถลงข่าวโปรโมตงานวิ่งครั้งยิ่งใหญ่ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 31 มกราคม 2570
'สมคิด เชื้อคง' นั่งประธานบริหาร กฟก. ชู 4 ด้านแก้หนี้-ฟื้นอาชีพเกษตรกร
บอร์ด กฟก. มีมติเอกฉันท์เลือก “สมคิด เชื้อคง” นั่งประธานกรรมการบริหารคนใหม่ วาง 4 แนวทางเดินหน้าแก้หนี้ควบคู่ฟื้นฟูอาชีพ
เงินเหลือ 5 หมื่นล้าน! 'ภราดร' แย้มรอ 'คลัง' เคาะต่ออายุ 'ไทยช่วยไทยพลัสเฟส2' ตามนายกฯไฟเขียว
‘ภราดร’ เผยให้ คลัง เคาะต่ออายุ ‘ไทยช่วยไทยพลัสเฟส2’ หลัง นายกฯ ไฟเขียวในหลักการ ยันมีงบเหลือพรก.เงินกูัเหลือ5 หมื่นล้าน
คลังวางไทม์ไลน์3เดือน ต่ออายุเกษียณบิ๊ก‘รสก.’
“คลัง” จ่อแก้กฎหมายขยับเพดานอายุบอร์ดรัฐวิสาหกิจ ขยายอายุจาก 65 ปีเป็น 70 ปี ส่วนซีอีโอ-เอ็มดีจ่อขยับจาก 60 เป็น 65 ปี อ้างเอกชน ดึงผู้มีความรู้-ประสบการณ์ คาด 3 เดือนชง ครม.พิจารณาได้

