“คลัง” จ่อแก้กฎหมายขยับเพดานอายุบอร์ดรัฐวิสาหกิจ ขยายอายุจาก 65 ปีเป็น 70 ปี ส่วนซีอีโอ-เอ็มดีจ่อขยับจาก 60 เป็น 65 ปี อ้างเอกชน ดึงผู้มีความรู้-ประสบการณ์ คาด 3 เดือนชง ครม.พิจารณาได้
เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2569 นายธิบดี วัฒนกุล ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่า สคร.เตรียมเสนอแก้ไขพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คุณสมบัติรัฐวิสาหกิจ เพื่อปรับเกณฑ์อายุเกษียณของกรรมการและผู้บริหารสูงสุดของรัฐวิสาหกิจ โดยเสนอให้ขยายอายุผู้ดำรงตำแหน่งบอร์ดรัฐวิสาหกิจ จาก 65 ปี เป็น 70 ปี เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพการทำงานในปัจจุบัน และเปิดโอกาสให้ผู้มีความรู้และประสบการณ์เข้ามาทำงานได้นานขึ้น
“การแก้กฎหมายเรื่องอายุกรรมการรัฐวิสาหกิจ ได้รับโจทย์มาว่าอาจต้องขยายเพิ่มจากเดิมที่ 65 เป็น 70 ปี เพราะศักยภาพของกรรมการในภาคเอกชนก็ขยายอายุไปกว่า 70 แล้ว แต่รัฐวิสาหกิจยังอยู่ที่ 65 ปี ซึ่งบางสาขาบางสกิล อย่างเช่นด้านกฎหมาย มองว่า 70 ปีน่าจะไม่มีปัญหา เพราะทั้งอัยการและผู้พิพากษาก็อยู่ที่ 70 ปี อาจเป็นสาขาแรกที่พิจารณาแก้ แต่อาจไม่ได้แก้ทุกสาขา เพราะเวลาเลือกเราจะเลือกคนที่ดีที่สุดและเหมาะสมกับงานเป็นหลักด้วย” นายธิบดีระบุ
นายธิบดีย้ำว่า การขยายกรอบอายุกรรมการรัฐวิสาหกิจไม่ได้หมายความว่ากรรมการทุกสาขาต้องอยู่ถึง 70 ปี โดย สคร.จะพิจารณาตามความเหมาะสมของแต่ละสาขา ทักษะที่จำเป็น ซึ่งบางวิชาชีพมีความเหมาะสมที่จะขยายอายุได้มากกว่า รวมถึงประเด็นสุขภาพด้วย โดยอาจพิจารณาให้มีการตรวจสุขภาพเป็นประจำ และหากมีการแต่งตั้งบุคคลที่มีอายุมากขึ้น อาจต้องมีใบรับรองแพทย์ยืนยันว่าสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้
สำหรับตำแหน่งผู้บริหารสูงสุด อย่างประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) หรือกรรมการผู้จัดการ (เอ็มดี) รัฐวิสาหกิจนั้น นายธิบดีระบุว่า สคร.มีแนวคิดขยับเพดานอายุจาก 60 ปี เป็น 65 ปี เพื่อให้สอดคล้องกับศักยภาพและประสบการณ์ของผู้บริหาร เพื่อให้รัฐวิสาหกิจสามารถใช้ประโยชน์จากบุคลากรที่มีประสบการณ์ได้มากขึ้น ส่วนเรื่องผลตอบแทนของผู้บริหาร ต้องพิจารณาเรื่องค่างานควบคู่กันไปด้วย เนื่องจากผลตอบแทนไม่ได้กำหนดไว้ในกฎหมายดังกล่าว แต่เกี่ยวข้องกับมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) จึงต้องแยกการพิจารณาเรื่องการปรับอายุออกจากการกำหนดผลตอบแทน โดยต้องดูค่างานด้วย เพราะค่างานก็เป็นสิ่งสำคัญ การดูค่างานจะต้องทำ 2 รอบ และต้องดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ
สำหรับขั้นตอนการแก้กฎหมาย ขณะนี้ สคร.อยู่ระหว่างจัดทำหลักการ ซึ่งเป็นการปรับปรุง พ.ร.บ.คุณสมบัติมาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ และต้องเข้าสู่กระบวนการพิจารณาตามขั้นตอนของกฎหมาย ทั้งนี้ เบื้องต้นจะเน้นปรับเกณฑ์อายุของกรรมการและผู้บริหารเป็นหลัก ยังไม่ได้รวมประเด็นด้านบรรษัทภิบาลอื่นๆ ซึ่งจะพิจารณาในส่วนต่อไป
“ภายใน 3 เดือนข้างหน้า ต้องเข้าสู่การพิจารณาของ ครม.ก่อน เพื่อพิจารณาหลักการแก้ไขกฎหมาย จากนั้นจึงเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของรัฐสภา เนื่องจากเป็นการแก้ไขกฎหมายระดับ พ.ร.บ.คุณสมบัติมาตรฐาน ซึ่งต้องผ่านความเห็นชอบจากทั้ง ครม.และรัฐสภา ไม่ใช่การพิจารณาของบอร์ดรัฐวิสาหกิจ” ผู้อำนวยการ สคร.ระบุ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
พาเหรดจี้‘รัฐ’ ใช้กม.คุมเข้ม ชาวยิวในไทย
อบต.เสม็ดใต้เผยมีแค่รายเดียวมาติดต่อร่างที่ฝังอยู่ในสุสานยิว “สว.” จี้รัฐเร่งจัดการปัญหาก่อนลามใหญ่ “นิด้าโพล” เผยคนส่วนใหญ่รับรู้ความกร่างของชาวอิสราเอล เสนอ รบ.ใช้กฎหมายให้เข้มงวด
รมต.ลูกเทพเฮ!หนูยกนิ้วชม
"อนุทิน" เปิดบ้านทำบุญฉลองแซยิด ปลื้ม "บิ๊กตู่-คุณหญิงอ้อ" ส่งแจกันดอกไม้อวยพร นายกฯ ย้ำทำหน้าที่เพื่อประเทศและ ปชช.
ลุ้น!ชี้ขาดคดีฮั้วสว. ‘กกต.’แถลงมติบ่ายสาม ม็อบบี้ส่ง229ชื่อให้ศาล
จับตา กกต.นัดแถลงมติปิดคดีฮั้ว สว.บ่ายสามโมง 229 ชื่อ-บิ๊กเนมการเมืองวัดใจ ลุ้น 7 อรหันต์ เอาผิดยกแผง-ปล่อยผียกพวงหรือฟันแต่น้ำเงินอ่อน ขณะที่ภาค ปชช.เคลื่อนไหวหนัก
‘อนุทิน’สั่ง‘เอกนิติ’ ต่ออายุ‘ไทยพลัส’
“อนุทิน” สั่ง “เอกนิติ” ขยาย “ไทยช่วยไทยพลัส” ต่อ 1 หรือ 2 เดือน ตามงบที่เหลือ พ่อค้า-แม่ค้าเชียร์ลั่น อยากให้ขยายไปถึงสิ้นปีเป็นของขวัญปีใหม่ให้ประชาชน เผยถ้าโครงการจบตลาดเงียบแน่นอน
สยบข่าวตี‘ศุภจี’ นำ เข้าข้าวโพด เป็นเรื่องเอกชน
รัฐบาลแจงข่าวบิดเบือน “ศุภจี” ไม่เคยลงนามนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์สหรัฐ ย้ำเป็นข้อตกลงระหว่างเอกชน การนำเข้าต้องเป็นไปตามเงื่อนไขรัฐ-คุมผลกระทบเกษตรกรไทย
14ก.ย.คุมเข้มกกต. เตรียมตร.1กองร้อยอารักขาแถลงเย็นไม่ระบุมติ-ชื่อ
“อนุทิน” มั่นใจ ปชช.ยังเชื่อมั่นรัฐบาลนี้บริหารประเทศ ย้อน “สนธิ” ทำเพื่อความสะใจ ผลที่ได้ประชาชนเดือดร้อน กับ “เนวิน” มองตาก็รู้ใจ ขณะที่ กกต.คุมเข้มวันลงมติฮั้ว สว. 14 ก.ย. จัดตำรวจ 1 กองร้อยรับมือมวลชน จ่อแถลงผลช่วงเย็น คาดไม่เปิดเผยคะแนน-ชื่อคนผิด “ไอติม” ลั่นหากไม่ส่งฟ้องศาล 229 คน ไม่จบแน่

