‘วอนเทค’เผยอานิสงส์ตลาดความงามไทยบูมดันรายทะลุพันล้าน

‘วอนเทค’ ยักษ์ความงามจากเกาหลีกวาดรายได้ทะลุ 1,000 ล้าน ฟุ้งอานิสงส์ตลาดไทยมาบูม ดันพอร์ตรวมโต 39% ครองส่วนแบ่งตลาดกลุ่มเครื่อง RF กว่า 40%พร้อมปักหมุดจัดงาน ‘WAVE BANGKOK 2026’ ชูศักยภาพแพทย์ไทยในระดับสากล

22 มิ.ย. 2569- นายไอแซค จาง ผู้จัดการทั่วไป บริษัท วอนเทค เอเชีย จำกัด  เปิดเผย เปิดเผยว่า ตลาดความงามในไทยโดยเฉพาะกลุ่มศัลยกรรมและเสริมความงามมีมูลค่าราว 75,000 ล้านบาทในปี 2568  โดยข้อมูลจากศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี หรือ ttb analytics ระบุว่า ปีที่ผ่านมาตลาดมีการขยายตัวกว่า 2.7% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แม้จะมีอัตราการเติบโตลดลงจาก 4% เหลือ 2.7% จากแนวโน้มการเข้ามาใช้บริการของกลุ่มผู้หญิงวัยทำงานที่ลดลงเนื่องจากกำลังซื้อของกลุ่มนี้เริ่มเข้าสู่ภาวะอิ่มตัว แต่ขณะเดียวกันก็พบว่า ผู้บริโภคกลุ่มอื่นๆ เริ่มตัดสินใจเข้ามาใช้บริการคลินิกเสริมความงามมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าผู้ชายที่เติบโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และคาดว่า จะมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยกว่า 5.6% ตั้งแต่ปี 2567 ไปจนถึง 2575

นอกจากนี้ยังพบว่ากลุ่มลูกค้าที่มีอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป กำลังกลายเป็นตลาดศักยภาพสูงที่น่าจับตามองเช่นกัน ด้วยความพร้อมทางการเงินมากกว่ากลุ่มอื่นๆ จึงมีค่าใช้จ่ายต่อคนสูงกว่ากลุ่มลูกค้าอายุน้อยมากถึง 2 เท่า โดยเฉพาะในกลุ่มผู้หญิงสูงอายุที่ให้ความสำคัญกับการชะลอวัย คาดว่า กลุ่มนี้จะกลายเป็นเป้าหมายที่สำคัญสำหรับตลาดเสริมความงามในอนาคตด้วย

นายไอแซค กล่าวว่า แนวโน้มที่มีอัตราการเติบโตสูงขึ้นดังกล่าวสอดคล้องไปกับทิศทางของตลาดเวชศาสตร์ความงาม วอนเทค เอเชีย ไทยแลนด์ที่หลังจากเข้ามาตลาดไทยมีการเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มหัตถการปรับรูปหน้าและช่วยดูแลปัญหาริ้วรอยที่ไม่ต้องพึ่งการผ่าตัดใหญ่ที่เติบโตด้วยศักยภาพสูงในระยะยาว และยังครองส่วนแบ่งตลาดกลุ่มเครื่องยกกระชับผิวที่ใช้เทคโนโลยีคลื่นความถี่วิทยุ ราว 40% ส่งผลให้รายได้จากประเทศไทยคิดเป็นสัดส่วน39% ของรายได้ทั้งของวอนเทค

โดยในไตรมาสที่ 2 ปี 2569 วอนเทค เอเชีย ไทยแลนด์ ได้จัดงานเฉลิมฉลองความสำเร็จของ Oligio Series หลังสร้างสถิติทะลุ 150 ล้านช็อต และมียอดการติดตั้งมากกว่า 1,000 เครื่องทั่วประเทศไทย ภายในระยะเวลาเพียง 2 ปี นับเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญที่สะท้อนถึงการยอมรับของตลาดและความนิยมที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของเทคโนโลยี Monopolar RF จากคุณสมบัติในการช่วยดูแลปัญหาความหย่อนคล้อย และบำรุงผิวพรรณให้แลดูสุขภาพดีโดยไม่ต้องผ่าตัด อีกทั้งยังไม่ต้องใช้ระยะเวลาพักฟื้น ทำให้ผู้บริโภคสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ทันที

“ วอนเทค เอเชีย ไทยแลนด์ เข้ามาปักหมุดทำการตลาดในไทยตั้งแต่ปี 2567 โดยมีแนวโน้มการเติบโตก้าวกระโดด ภายในระยะเวลาเพียง 2 ปี สามารถสร้างยอดขายรวมกันทะลุ ‘1,000 ล้านบาท’ ประเทศไทยเป็นหนึ่งในตลาดที่มีอัตราการเติบโตโดดเด่นอย่างมากของวอนเทคในภูมิภาคเอเชีย ได้รับแรงหนุนจากการขยายตัวของตลาดเวชศาสตร์ความงาม โดยเฉพาะเทคโนโลยีเพื่อการกระชับและบำรุงผิวพรรณให้แลดูสุขภาพดี แม้ว่าเศรษฐกิจจะมีผลต่อการตัดสินใจและมีผลกับกำลังซื้อบางกลุ่ม แต่พบว่า ภาพรวมตลาดยังมีการเติบโต เนื่องจากผู้บริโภคมองเป็นการลงทุนระยะยาว ยังให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าและประสิทธิภาพของเทคโนโลยีมากขึ้น”นายไอแซค จางกล่าว

นายไอแซค จางกล่าวว่าในปี2569 วอนเทค ยังคงเดินหน้าขยายธุรกิจในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ตั้งเป้าเติบโต 30% จากปีก่อน ทั้งด้านรายได้และการขยายฐานลูกค้า มุ่งเน้นการเพิ่มสัดส่วนจำนวนคลินิกพันธมิตร ขยายการรับรู้ในกลุ่มผู้บริโภค รวมถึงการนำเสนอเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดในอนาคต ซึ่งนอกจากการทำตลาด B2B ต่อเนื่อง วอนเทค ยังเห็นโอกาสเจาะกลุ่ม B2C เพื่อให้คนไทยเข้าถึงเทคโนโลยีที่ปลอดภัยและคุ้มค่ามากขึ้น

โดยในปีนี้วอนเทคเลือกประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศยุทธศาสตร์สำหรับการจัดงาน ‘WAVE BANGKOK 2026’ โดยงานดังกล่าวถือเป็นแพลตฟอร์มวิชาการระดับนานาชาติที่วอนเทคจัดขึ้นหลายประเทศทั่วโลก ไทยเป็นหนึ่งในตลาดที่มีความสำคัญของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยศักยภาพของบุคลากรทางการแพทย์และการเติบโตของตลาด รวมถึงบทบาทในฐานะ ‘Medical Tourism Hub’ จึงเป็นเหตุผลที่ วอนเทคให้ความสำคัญกับการจัดงาน ‘WAVE BANGKOK 2026’  

“WAVE BANGKOK 2026 ไม่ได้เป็นเพียงงานประชุมวิชาการหรือการเปิดตัวเทคโนโลยีใหม่ แต่เป็นเวทีที่สะท้อนทิศทางใหม่ของวอนและอนาคตของอุตสาหกรรมนี้ในเอเชีย ไฮไลต์แรกคือ ‘The Vision Reveal’ การเปิดตัว Corporate Identity ใหม่ ของ WONTECH ภายใต้แนวคิด ‘Beyond Future’ การเปลี่ยนแปลงอัตลักษณ์แบรนด์ครั้งนี้จะสะท้อนผ่านการเปิดตัวโลโก้ใหม่ เพื่อสื่อสารถึงความทันสมัย ความเป็นสากล และการก้าวสู่ยุคใหม่ของนวัตกรรมความงามเต็มตัว ไฮไลต์ที่สองคือ ‘The Exchange Hub’ พื้นที่แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระดับภูมิภาคที่รวบรวมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากหลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อร่วมแบ่งปันประสบการณ์จริงและอัปเดตโปรโตคอล”นายไอแซค จางกล่าว.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

TISCO ESU ปรับเพิ่ม GDP ไทยปี 68 โต 2.1% มาตรการรัฐ-ส่งออกหนุน

TISCO ESU ปรับเพิ่มคาดการณ์เศรษฐกิจไทยปี 2568 ขึ้นเป็น 2.1% จากเดิม 1.9% รับแรงหนุนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจปลายปี – ผลกระทบจากภาษีสหรัฐฯ เบากว่าคาด - ส่งออกอิเล็กทรอนิกส์ขยายตัวโดดเด่น เตือนความเสี่ยงยังมีอยู่รอบด้าน ฟันธง ธปท. ลดดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.25% ในการประชุมรอบสุดท้ายของปี